All New Toyota Avalon : เปลี่ยนโฉม Sedan รุ่นใหญ่พร้อมนวัตกรรมใหม่ของค่ายสามห่วง

408

Toyota Avalon เป็นรถ Sedan ขนาดใหญ่และเป็นรถ Flagship สำหรับ Toyota ในตลาดอเมริกาเหนือ
เท่านั้น ถึงกระนั้น ก็ยังส่งไปขายในหลายๆประเทศไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย(ในรุ่นแรก) ญี่ปุ่น (ซึ่งเปลี่ยนชื่อ
เป็น Pronard ในโฉมที่ 2) และประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งมียอดขายค่อนข้างดีพอสมควร แต่สำหรับ
รุ่นที่ผ่านมากลับมียอดขายน้อยกว่าโฉมที่ผ่านมา (จากการที่ลูกค้าหันมาสนใจรถ Crossover มากกว่า)
อย่างไรก็ตาม Avalon จำเป็นต้องอยู่ในตลาดต่อไป โดยส่งรุ่นเปลี่ยนโฉมเมื่อ15 มกราคมที่ผ่านมา

หน้าตาภายนอก สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนคือกระจังหน้าที่ผนวกเข้ากับช่องดักลมด้านล่างขนาดใหญ่เสริมด้วย
เส้นโครเมียม ไฟหน้าเป็นแบบ LED ที่ขยายโคมให้ใหญ่ขึ้น พร้อมออกแบบไฟหรี่ใหม่ และช่องบริเวณ
แก้มที่เรียวยาวขึ้น ด้านข้างออกแบบแนวกระจกให้ยาวขึนชัดเจน พร้อมลวดลายที่ล้ำสมัยขึ้น ด้านท้าย
มีการปรับขนาดไฟท้ายให้เล็กลงและไล่เส้น LED ใหม่ให้ลงตัวขึ้น พร้อมคิ้วเหนือฝาท้ายสีแดงติดชื่อรุ่น
Avalon ไว้ด้วย ตบท้ายด้วยล้ออัลลอยลายซี่ขนาด 17 นิ้ว

สำหรับรุ่น XSE และ Touring มีการออกแบบที่ต่างออกไปที่กระจังหน้าและช่องดักลมเป็นแบบตาข่าย
ไฟหน้า LED ออกแบบโคมภายในใหม่ กระจกมองข้างสีดำเงาพร้อมสปอยเลอร์หลังสีดำ และล้ออัลลอย
ลาย 8 ก้าน ขนาด 19 นิ้วและท่อไอเสียคู่ที่มีถึง 2 จุด อย่างไรก็ตาม ค่าสัมประสิทธิ์ (Cd.) อยู่ที่ 0.27
(รุ่นเดิมอยู่ที่ 0.28)

สีตัวรถมาพร้อมกับ 2 สีใหม่ทั้งสีอำพัน Opulent Amber และสีเทา Harbor Gray Metallic. ส่วนสีอื่นๅ
มีทั้งสีเงิน Celestial Silver Metallic,สีดำ Midnight Black Metallic,สีน้ำเงิน Parisian Night Pearl
สีขาว Wind Chill Pearl และสีแดง Ruby Flare Pearl

ภายในออกแบบแผงแดชบอร์ดให้เรียบง่ายและดูเป็นชั้นๆ ซึ่งแบ่งเป็นแผงส่วนบนสุด,ช่องแอร์ที่กลมกลืนกับ
แถบสีเงินตกแต่งด้วยลายไม้,แผงบุนุ่มพร้อมลายตะเข็บและลิ้นชักเก็บของหน้ารถ โทนสีภายในจะมีให้เลือก
ทั้งสีน้ำตาลคอนญัก (Cognac) สีเทา สีเบจ หรือสีดำ โดยตกแต่งบริเวณเบาะนั่ง แผงประตู (พร้อมตกแต่ง
ลวดลายให้ดูหรูหราขึ้นในบางรุ่น) แผงคอนโซลหน้า พวงมาลัย และที่พักแขนที่ยาวถึงที่วางแก้ว

แผงตรงกลางปรับการออกแบบใหม่ที่ดูเป็นระเบียบขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว
รองรับระบบ Infotainment อย่าง Entune 3.0 ที่มาพร้อมกับ Toyota Connect Services ที่ใช้งาน
ฟรี 3 ปี (ยกเว้นระบบควบคุมรถผ่านอุปกรณ์ (รวมถึง Smart Watch) อย่าง Remote Connect ที่ใช้งาน
ฟรีแค่ 6 เดือนเท่านั้น) พร้อมรองรับการใช้งานผ่าน Wi-Fi ฟรีถึง 2GB 6 เดือน (ซึ่งใช้เครือข่ายของ Verizon)
และระบบเชื่อมต่อ Apple Carplay มาพร้อมกับลำโพง JBL เยอะถึง 14 ตัว กำลังขับ 1,200 วัตต์
(ส่วนรุ่นรองๆจะมีลำโพงแค่ 8 ตัวเท่านั้น) และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งที่ทำปุ่มให้ดูเหลี่ยมขึ้น

รายะละอียดอื่นๆจะมีทั้งพวงมาลัย 3 ก้าน และมาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ขนาดใหญ่
ถึง 7 นิ้ว จอแสดงผลบนกระจก Head-Up Display 10 นิ้ว ชุดคันเกียร์อัตโนมัติ เบรกมือไฟฟ้าและสวิตซ์
เปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่ยกมาจาก Camry รุ่นปัจจุบัน ช่องชาร์จโทรศัพท์ที่มีให้ถึง 5 จุด (แท่นชาร์จไร้สาย
Qi Charger 1 จุด,ช่องเสียบ USB 3 จุดและปลั๊ก 12V 1 จุด)

สมรรถนะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร Dynamic Force รหัส A25A-FXS ที่มาพร้อมกับ
วาล์วแปรผันแบบไฟฟ้า Dual VVT-i + VVT-iE พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง D4-S กำลังอัด
14:1 พร้อมติดตั้ง EGR (Exhaust Gas Recirculation) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT และยังเคลมว่า
เป็นรุ่นเดียวในตลาดที่มีเครื่องยนต์ไฮบริดอีกด้วย

เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร V6 ใหม่รหัส 2GR-FKS ที่ยกมาจาก Alphard/Vellfire Minorchange ที่เปลี่ยน
ระบบ
จ่ายน้ำมันเป็นแบบหัวฉีด D4-S และระบบวาล์วแปรผัน VVT-iW และกำลังอัดอยู่ที่ 11.8:1 จับคู่กับ
เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Direct-Shift พร้อม Paddle Shift (ในรุ่น XSE)

Toyota Avalon สร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA-K Platform (เช่นเดียวกับ Camry) ที่ออกแบบให้
ขับขี่ดีขึ้น พร้อมเปลี่ยนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link รวมทั้ง 3 เทคโนโลยีใหม่ที่ติดตั้งเป็น
ครั้งแรกทั้งระบบปรับอัตโนมัติ Adaptive Variable Suspension (AVS),ระบบควบคุมเสียงเครื่องยนต์
Intake Sound Generator (ISG),ระบบตรวจสอบเสียงรบกวน Active Noise Control (ANC)
และระบบปรับปุงเสียงเครื่องยนต์ Engine Sound Enhancement (ESE) พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีทั้ง
Eco,Normal และ Sport (ส่วนรุ่น Touring มาพร้อมกับโหมด Sport/Sport+, และ Custom – )

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับ Toyota Safety Sense P ที่มาพร้อมกับรถบบรักษาระยะห่างหน้ารถ
DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้าที่สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้
(Pre-Collision System with Pedestrian Detection),ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย
(Lane Departure Alert with Steering Assist) และไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam)

นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนมุมอับทั้งด้านข้าง BSM (Blind Spot Monitor) และขณะถอยหลัง RCTA
(Rear Cross-Traffic Alert) เซนเซอร์อัจฉริยะ Intelligence Clearance Sonar,กล้องรอบคัน
ระบบเบรก ABS EBD BA,ระบบควบคุมการทรงตัว VSC TRC,ระบบช่วยขึ้นเขา HSA และถุงลมนิรภัย 10 จุด

Toyota Avalon ใหม่มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยคือ XLE,XSE,Limited และ Touring (ซึ่งรุ่น Touring ไม่มี
เครื่องยนต์ไฮบริดให้เลือก) โดยจะประกอบในโรงงาน TMMK (Toyota Motor Manufacturing,
Kentucky) ที่เมือง Georgetown รัฐเคนตั๊กกี้ ซึ่งราคายังไม่ประกาศ ณ ​เวลานี้ และพร้อมจำหน่ายจริง
ในช่วงไตรมาส 2 ส่วนตลาดนอกอเมริกาจะได้ใช้ Avalon ไหม ต้องรอดูกันต่อไป

Comments
Loading...