Opel Astra เป็นรถยนต์ Compact Car ที่ประสบความสำเร็จในตลาดยุโรปพอสมควร แม้ว่าสถานการณ์
ของบริษัทนั้นจะแย่ แต่ก็ฟื้นคืนชีพได้หลังจากที่อยู่ในภายใต้ชายคา PSA Group (กลุ่มเดียวกับ Peugeot
และ Citroen) ซึ่งทำให้รุ่นนี้ได้ต่ออายุตลาดไปอีก ล่าสุด ได้ทำการเปลี่ยนโฉมใหม่ให้กับ Opel Astra
โดยไม่เหลือคราบจากGM ดังเช่นที่ผ่านมา เสริมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ขุมพลังใหม่ และคุณภาพ
ที่ดีขึ้น พร้อมจำหน่ายเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมาพร้อมทรงที่เหลี่ยมสันและเรียบง่ายกว่าเดิมมาก เริ่มจากไฟหน้าแบบ Matrix LED
รมดำจำนวน 168 ดวง ที่รวมกับแผงกระจังหน้าเป็นชุดเดียวกัน เสริมครีบเล็กๆบริเวณกันชนหน้า
โดยบริเวณดังกล่าวมาพร้อมช่องดักลมทรงสี่เหลี่ยม โดยมีกรอบไฟตัดหมอกหน้าทรงสูง เสริมด้วย
ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

ส่วนด้านข้างปรับทรงของเส้นตัวถังและแนวกระจกให้เหลี่ยมขึ้น  พร้อมลากเส้นให้เลยจากแผงประตู
ด้วยชิ้นส่วนสีดำเงา สวมด้วยล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 5 ก้านรูปตัว Y แน่นอนว่าสีตัวรถเป็นทูโทน
หลังคาด้านบนเป็นสีดำเงาที่กลมกลืนกับเสาประตู กระจกมองข้าง และสปอยเลอร์หลังที่ตรงกลาง
ทำเป็นส่วนครีบ

ด้านหลังมีทั้งไฟท้ายแบบ Full LED แนวนอนที่ลากเส้นตัวโคมให้อยู่ในระดับเดียวกับโลโก้ Opel
บานประตูมาพร้อมการเซาะร่องให้ดูโค้งมน และทำแนวกระจกให้ลาดลง ส่วนกันชนหลังยังมีแผงทับทิม
แนวเฉียงที่รับกันกันชนหลังที่ทำเส้นสายเหลี่ยมคม

มิติตัวรถมีดังนี้

  • ความยาว 4,374 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,675 มิลลิเมตร

ภายในมาพร้อมแผงแดชบอร์ดที่ฝั่งผู้โดยสารมีการตัเส้นสายที่ดูแปลกตา เสริมด้วยแผงสีเทาและขอบสีเงิน
และยังมีช่องแอร์ที่ลากยาวเต็มพื้นที่ฝั่งผู้โดยสาร ส่วนโทนสีหลักมาพร้อมสีทูโทนดำ/เทา พร้อมทั้งกัดลาย
เพื่อให้มีผิวสัมผัสที่ดีขึ้น และช่องแอร์ฝั่งคนขับจะมีครีบกระจายลมสีดำเงาที่ดูกลมกลืน

หน้าจอบริเวณคอนโซลกลางมีขนาด 10 นิ้ว ที่ควบคุมระบบภายในรถ ชุดเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ
รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมปุ่มควบคุมที่เหลือเพียงแค่ 2 แถว
แถวบนสำหรับฮีทเตอร์และฟังก์ชั่นบนหน้าจอ แถวล่างสำหรับ ระบบปรับอากาศ ถัดมาเป็นช่องแอร์เดี่ยวที่มีปุ่
เซ็นทรัลล็อกและไฟฉุกเฉินขนาบข้างกัน ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมที่วางของพร้อมฝาปิด แผงควบคุม
เกียร์อัตโนมัติแบบสลักเลื่อนพร้อมปุ่ม Drive Mode และเบรกมือไฟฟ้า ซึ่งจะตกแต่งด้วยสีดำเงาเป็นแนวยาว
และมีกล่องคอนโซลแยกเป็น 2 ส่วน

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผล LCD ขนาด 10 นิ้วที่แสดงผลแบบเต็มที่ เสริมด้วยมาตรวัดบนกระจก HUD
โดยตัวเมนูจะมาในโทนสีเหลืองเป็นหลัก พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์
และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติรวมถึง ระยะห่างระหว่างรถคันหน้าส่วนด้านล่างตกแต่งด้วยก้านสีดำเงา
พร้อมเส้นสีเงินเมทัลลิก

แผงประตูตกแต่งด้วยหนังสีดำ โดยมีแถบสีเงินเมทัลลิดคั่นระหว่างมือจับประตู พร้อมแผงสวิตซ์กระจกไฟฟ้า
และกระจกมองข้างที่กะทัดรัด ส่วนเบาะนั่งมาพร้อมกับผ้าสลับหนังสีดำ/เทา (วัสดุมีทั้งแบบ Nappa หรือ
Alcantara โดยตัวเบาะออกแบบตามหลัก Ergonomics เพื่อการขับขี่ที่สบายขึ้น

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้ (ยังไม่ทราบความจุ และแรงบิด ณ เวลาดังกล่าว)

  • เครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซลให้กำลังสูงสุด  110 – 130 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและอัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินแบบเสียบปลั๊ก พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน EMP2 ซึ่งเป็นของ PSA โดยตรง ซึ่งผ่านการทดสอบการขับขี่บนถนน
Autobahn โดยมีช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบาร์เพื่อการขับขี่
ที่ดีกว่ารุ่นเดิมถึง 14%

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้ดังนี้

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Intelli-Drive 2.0 ที่มีการพัฒนากล้องและเซนเซอร์เพื่อตรวจจับรถที่ดีขึ้น
    โดยมาพร้อมกับเซนเซอร์แบบ  Ultra-Sonic หน้า/หลัง,เซนเซอร์ธรรมดา 5 ตำแหน่งและกล้อง
    ข้างหน้า 4 ตำแหน่ง โดยมีดังนี้

    • ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go
    • ระบบตรวจจับเลนรถ Active Lane Positioning เพื่อให้รถอยู่กลางเลน
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างแบบมุมกว้าง long-range blind-spot detection
    • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear cross-traffic alert
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Intelli-Vision 360-degree camera

Opel Astra จะเริ่มรับจองในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณไตรมาส 3) และเริ่มส่งมอบในปี 2022 ส่วนประเทศอื่น
จะได้วางจำหน่ายหรือไม่ ต้องคอยติดตามชม

ที่มา : Opel Official