All New Nissan Sentra (Sylphy) : เปลี่ยนโฉมใหม่ในสหรัฐอเมริกาตามเวอร์ชั่นจีน

0
72

แม้ว่าตลาด C-Segment ในบ้านเราค่อนข้างดุเดือดจากการเปิดตัวรถในกลุ่มกันรัวๆ ซึ่ง ณ เวลานี้เหลือแค่
Sylphy เท่านั้นที่ยังไม่มีความคืบหน้าให้เห็น ขณะที่ต่างประเทศ Sylphy ใหม่ได้เปิดตัวในประเทศจีนในเดือน
เมษายนที่ผ่านมา (รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่นี่ครับ) ที่ปรับจนไม่เหลือเค้าโครงจากรุ่นเดิมให้เห็นเลย ล่าสุด
Nissan Sylphy ได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับรายละเอียดที่แตกต่าง พร้อมขุมพลังใหม่
และอุปกรณ์ที่จัดเต็มกว่าเดิม พร้อมทำตลาดเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2020

หน้าตาภายนอกไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นจีน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงมาในสไตล์เดียวกับ Altima และ Almera
พร้อมค่าสัมประสิทธิ์อยู่ที่ 0.26 ส่วนรายละเอียดอื่นๆมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Full LED ทรงบูมเมอแรง
กระจังหน้า V-Motion เส้นโครเมียมที่ค่อนข้างหนาพร้อมช่องกระจังหน้าลายตาข่ายเสริมด้วยกรอบ
ไฟตัดหมอกหน้าทรงเหลี่ยม ส่วนด้านข้างยังใช้เส้นสายปราดเปรียวรวมถึงแนวกระจกที่เหลี่ยมสัน
พร้อมเส้นสีดำที่ลากไปยังกระจกหลัง (Floating Roof) เช่นเคยและเส้นสายที่มีความพริ้วไหว
แต่เฉียบคมตามสไตล์ Nissan ยุคปัจจุบัน

ด้านท้ายมาพร้แมกับฝากระโปรงหลังเป็นแบบ 2 ชั้น ไฟท้าย LED ที่มาแบบ Light Guiding ที่มีตัวโคมเล็กลง
แต่เพรียวสวย ส่วนช่องใส่ป้ายทะเบียนมีความกว้างและลึกพอสมควร ส่วนกันชนหลังมีเส้นสายที่ลากจากไฟท้าย
เสริมแถบสีดำเพื่อความสวยงาม

รายละเอียดแตกต่างจากเวอร์ชั่นอเมริกาดังนี้

  • ตกแต่งสีดำบริเวณครึ่งคันบน (เสาประตูด้านบน หลังคา และกระจกมองข้าง)
  • ปรับรายละเอียดโคมไฟหน้าแบบ LED ใหม่ (ในรุ่น SR)
  • สปอยเลอร์หลังแบบติดกับฝากระโปรงหลัง (ในรุ่น SR)
  • ปรับรายละเอียดกันชนหลังใหม่ (ในรุ่น SR)
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ในรุ่น SR)

สีตัวรถมีให้เลือกดังนี้

  • สีน้ำเงิน Electric Blue
  • สีเงิน Brilliant Silver Metallic
  • สีเทา Gun Metallic
  • สีดำ Super Black (มีหลังคาสีเทา Gun Metallic และสีขาว Aspen White ให้เลือก)
  • สีขาวมุก Aspen White
  • สีขาว Fresh Powder
  • สีแดงเข้ม Rosewood Metallic
  • สีแดง Scarlet Ember
  • สีส้ม Monarch Orange หลังคาสีดำ Super Black

ภายในปรับรายละเอียดใหม่ให้จัดเต็มยิ่งขึ้น อาทิ ตะเข็บบนแผงคอนโซลหน้า และแผงประตู ช่องแอร์ตรงกลาง
เป็นแบบวงกลม 3 วง รวมถึงสีภายในที่ชูโรงด้วยสีส้มชามัวร์ หรือ สีดำตะเข็บสีส้ม (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย)

ชุดเครื่องเสียงเป็นวิทยุจอสัมผัสที่มาในสไตล์ Tablet แปะไว้บนคอนโซลกลางขนาด 7 หรือ 8 นิ้ว รองรับระบบต่างๆ
ทั้ง Apple Carplay และ Android Auto และการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมลำโพงจาก Bose 8 ตำแหน่ง และย้าย
ปุ่มควบคุมมาไว้ที่บริเวณด้านล่างทั้งหมด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งที่ดูร่วมสมัยขึ้น แผงคอนโซลกลาง
ตกแต่งด้วยสีดำสลับกับสีเงิน โดยปุ่มสตาร์ทย้ายตำแหน่งมาไว้บริเวณฐานเกียร์เช่นเดียวกับ Nissan รุ่นอื่นๆ
พร้อมที่วางแก้วและช่องเก็บของเสริมและที่พักแขนขนาดใหญ่และยาว พร้อมหุ้มด้วยหนัง รวมถึงที่รองขา
ตรงคอนโซลกลางที่เสริมด้วยวัสดุนุ่มเช่นกัน

มาตรวัดเรืองแสงตกแต่งด้วยสีเงินที่มีการติดตั้งจอแสดงผลการขับขี่ MID จอสีขนาด 7 นิ้วเปลี่ยนกราฟิกใหม่ให้ดูดีขึ้น
พวงมาลัย 3 ก้านทรง D-Shape ที่มีรูปทรงเดียวกับ Nissan ที่เปิดตัวในระยะหลังๆ เบาะนั่งเป็นแบบหุ้มหนังทรงเรียบ
โดยมีรูปทรงแบบ 3D Multilayer ที่ทำให้นั่งสบายขึ้น ส่วนเบาะหลังมาพร้อมกับพนักพิงแบบติดตาย แต่มีที่พักแขนมาให้

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ 149 แรงม้า แรงบิด 146 ลูกบาศก์-ฟุต (198 นิวตัน-เมตร)
    (แรงขึ้นกว่าเครื่องยนต์ 1.8 เดิม) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT

นอกจากนี้ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐานใหม่ รวมถึงปรับปรุงการขับขี่ใหม่ให้ดีขึ้น อาทิ ช่วงล่างด้านหลังเปลี่ยนเป็น
แบบอิสระและระบบพวงมาลัยใหม่อีกด้วย

ระบบความปลอดภัยมีให้ดังนี้

  • ระบบเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking พร้อมตรวจจับคนเดินถนน Pedestrian Detection
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning
  • ระบบเบรกอัตโนมัติด้านหลัง Rear Automatic Braking
  • ระบบเตือนมุมอับด่นข้างและขณะถอยหลัง
  • ไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist
  • ระบบเตือนเมื่อลืมของด้านหลังรถ Rear Door Alert
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor
  • ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง

Nissan Sentra มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยเตรียมเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นปี 2020 สำหรับประเทศไทย
คาดว่าจะได้เจอกันในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งรายละเอียดยังไม่ทราบแน่ชัดในขณะนี้

Facebook Comments