หลังจากเปิดตัว Mercedes-Benz C-Class เปิดตัวมาพักใหญ่ๆ คราวนี้มาถึงเวอร์ชั่น Crossover
ในชื่อ GLC ก็ถึงคิวเปลี่ยนโฉมตามมา คราวนี้มีเฉพาะด้านท้ายให้เห็นก่อน พร้อมข้อมูลคร่าวๆ
ก่อนเปิดตัว 1 มิถุนายน เวลา 4 ทุ่ม (ในประเทศไทย)

รายละเอียดด้านท้ายพบว่ามาในสไตล์รุ่นพี่อย่าง GLE และ GLS ทั้งรูปทางไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของค่าย
เช่นเดียวกับประตูหลัง พร้อมแนวกระจกที่ลดความโค้งมนเล็กน้อย ส่วนหน้าตาภายนอกคาดว่าขัดเกลาจากรุ่นเดิม
ให้ทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้ากับกันชนหน้า ส่วนภายในอาจจะปรับรายละเอียดจากเพื่อนร่วมตระกูล
เสริมด้วยระบบ MBUX เวอร์ชั่นล่าสุด

ขุมพลังคาดว่าจะมีเวอร์ชั่น Mild-Hybrid และ Plug-in Hybrid อาจจะมีสเปคแบบเดียวกับ
C-Class โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้าที่ 5,500 – 6,100 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 – 4,000 รอบต่อนาที (เมื่อเปิด Boost Mode จะเพิ่มกำลัง
    เป็น 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม
    ระบบขับเคลื่อนล้อหลังพ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated Starter Generator)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 5,800 – 6,100 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 – 4,000 รอบต่อนาที (เมื่อเปิด Boost Mode จะเพิ่มกำลัง
    เป็น 224 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม
    ระบบขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ISG
    (Integrated Starter Generator)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
    400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 3,200 รอบต่อนาที (เมื่อเปิด Boost Mode จะเพิ่มกำลังเป็น 278 แรงม้า
    แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
    หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated Starter Generator)
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าที่ 4,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
    440 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบต่อนาที (เมื่อเปิด Boost Mode จะเพิ่มกำลังเป็น 220 แรงม้า
    แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
    พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated Starter Generator)
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้าที่ 4,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
    550 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,200 รอบต่อนาที (เมื่อเปิด Boost Mode จะเพิ่มกำลังเป็น 285 แรงม้า
    แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
    พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated Starter Generator)

ทั้งนี้มาพร้อมกับพื้นฐานใหม่รวมถึงขยายตัวถัง พื้นที่ห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระให้ใหญ่กว่าเดิม
เสริมด้วยช่วงล่างแบบถุงลม และระบบเลี้ยวสี่ล้อเป็นอุปกรณ์เสริมในบางรุ่น รายละเอียดทั้งหมดของ
Mercedes-Benz GLC เตรียมพบกันในงานถ่ายทอดสด 1 มิถุนายนเวลา 5 โมงเย็น (ในประเทศไทย
จะเป็นเวลา 4 ทุ่มในวันเดียวกัน) ทาง Carsideteam จะมารายงานให้ทราบต่อไป

ที่มา : motor1.com