แม้ว่า Mazda 2 ในตลาดยุโรปจะประสบความสำเร็จจากตัวรถที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิม ทว่า การเปิดตัว
รุ่นใหม่นั้นมีอะไรแปลกกว่าที่ผ่านมา นั้นคือ ตัวรถทั้งหมดเป็นการนำ Toyota Yaris TNGA มาแปะโลโก้
สามห่วงเพื่อทำตลาดในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะวางขายในอนาคตอันใกล้นี้

งานออกแบบทั้งหมดจะเหมือนกับรุ่นต้นฉบับ แต่จะเปลี่ยนแค่โลโก้ท่านั้น โดยจะมีทั้งไฟหน้า LED 3 ดวง
พร้อมไฟหรี่และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED แบบตัว L กระจังหน้ารวมกับช่องดักลมเป็นแบบเส้นนอน
โดยมี กันชนหน้าทรงโค้งที่ดูแนวและไฟตัดหมอกหน้า LED พร้อมช่องสีดำเงาแบบยาว ส่วนด้านข้าง
มาพร้อมกับกรอบกระจกที่โค้งมน และเส้นสายที่ล้ำขึ้น พร้อมล้ออัลลอยที่ดูอนุรักษ์นิยมแบบต้นฉบับ
ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED ที่ตกแต่งเป็นแผงสีดำเป้นชิ้นเดียวกัน เช่นเดียวกับบริเวณกันชนหลัง

แน่นอนว่าภายในมีรายละเอียดเหมือนกันหมด ทั้งจอลอยขนาด 8 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay
และ Android Auto ระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง ติดตั้งที่ชาร์จไร้สายพร้อมฮีทเตอร์บนเบาะนั่งคู่หน้า
มาตรวัดแบบแสดงผลดิจิตอล พร้อมจอ MID แบบสีโดยมีมาตรวัดฉายแยกบนกระจก HUD ต่างหาร
พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงปราดเปรียว รวมถึงสวิตซ์การขับขี่และเบรกมือไฟฟ้าเสริมด้วยปุ่ม Auto Hold

ขุมพลังมีให้เลือกแบบเดียว

  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร Dynamic Force รหัส M15A-FXE 3 สูบแถวเรียงพร้อม
    ระบบจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดไฟฟ้า EFI กำลังสูงสุด 92 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
    120 นิวตัน-เมตรที่ 3,800 – 4,800 รอบต่อนาทีพ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ด้านหน้ามีกำลังสูงสุด 79 แรงม้า
    แรงบิด 114 นิวตัน-เมตร ด้านหลังมีกำลังสูงสุด 5.3 แรงม้า แรงบิด 52 นิวตัน-เมตร รวมกันแล้ว
    มีกำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิด 169 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

งานวิศวกรรมสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA-B ที่ลดจุดศูนย์ถ่วงลงมา ขับขี่ดีขึ้นกว่าเดิม ลดน้ำหนักลงถึง
50 กิโลกรัมจากรุ่นเดิม พร้อมช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบอิสระ
Double Wishbone

Mazda 2 Hybrid จะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ซึ่งราคากับสเปคทั้งหมดจะเผยในปี 2022 อย่างไรก็ตาม
ความคืบหน้าของโฉมใหม่ของรุ่นที่ขายในตลาดอื่นๆ (ซึ่งเป็นรุ่นของ Mazda เอง) จะยังไปต่อหรือไม่นั้น
โปรดติดตามกันต่อไป