หลังจากที่ Toyota Land Cruiser 300 ได้ทำตลาดไปในหลายเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม บรรดาเศรษฐี
ต่างๆนั้นกลับมองว่ารถรุ่นดังกล่าวนั้น ยังหรูไม่พอ และ Lexus LX โฉมที่ผ่านเองอายุตลาดก็เยอะพอสมควร
ล่าสุด ก็ได้เปิดตัว Lexus LX โฉมใหม่ที่มีหน้าตาบึกบึกว่าที่เคย พร้อมเทคโนโลยีที่จัดหนักกว่าทุกครั้ง
พร้อมทำตลาดเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกยังคงมีเอกลักษณ์ของ Lexus เพียงแต่ว่า ตัวกระจังหน้ามีการทำช่องหนาๆแทนเส้นโครเมียม
ที่เสริมความดุดันขึ้น ไฟหน้ามาในสไตล์ไฟ LED 3 ดวงเสริมด้วยแถบขนาดใหญ่และไฟเสริมด้านล่าง
ช่องไฟตัดหมอกหน้ามีขนาดใหญ่ โดยมีดวงไฟแบบ LED บริเวณด้านล่าง ส่วนด้านข้างมาพร้อมคิ้วกระจก
ที่หนากว่าปกติ เสริมด้วยโครเมียมบริเวณเดียวกับกระจกมองข้าง และมือเปิดประตู รวมถึงเส้นสายสไตล์เรียบ

ด้านท้ายนำเอกลักษณ์ยุคใหม่มาใส่เพิ่ม (ซึ่งมาในแนวทางเดียวกับ NX) เริ่มตั้งแต่เส้นไฟ LED ที่มี 3 ส่วน
คือ เส้นซ้าย/ขวา และเส้นพาดกลาง พร้อมโลโก้ LEXUS ที่เป็นตัวอักษร (ไม่ใช่โลโก้ L เหมือนที่ผ่านมา)
ช่องใส่ป้ายทะเบียนด้านหลังมีขนาดใหญ่เสริมด้วยคิ้วโครเมียมบริเวณด้านบน พร้อมกันชนหลังที่ตกแต่ง
ให้เหลี่ยมสันขึ้น ทั้งช่องดักลมมีการเสริมโครเมียม แถมด้านล่างตกแต่งสีเงินทรงหนา ส่วนล้ออัลลอย
มีขนาด 22 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในแบรนด์ดังกล่าว

ภายในเปลี่ยนงานออกแบบจาก Land Cruiser 300 โดยสิ้นเชิง ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด Tazuna
ทั้งการใช้วัสดุนุ่มแทบจะทุกส่วน เสริมลายตะเข็บทั้งส่วนบน และส่วนล่าง โดยสีภายในจะเป็นสีทูโทน
ครึ่งบนจะเป็นสีดำ ครึ่งล่างมี 4 สีคือ ส้มชามัวร์ เบจ ดำ และแดงเข้ม เสริมด้วยลายไม้กราฟิกสีดำ/เทา
โดยปุ่มสตาร์ทจะสามารถแสกนนิ้วได้เพื่อความปลอดภัย

แผงตรงกลางมาพร้อมหน้าจอสัมผัสคู่ด้านบนเป็นแบบจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้วสำหรับควบคุมชุดเครื่องเสียง
และระบบนำทางที่มีกราฟิกสบายตา และจอแสดงผลด้านล่างขนาด 7 นิ้วสำหรับควบคุมการสั่งงานต่างๆ
ทั้งโทรศัพท์ แต่ระบบปรับอากาศจะแบ่งส่วนทั้งควบคุมบนจอ (เช่น ระบบปรับแรงลม ระบบปรับอากาศ A/C)
และแบบปุ่มกดทั้งปรับอุณหภูมิ ไล่ฝ้าและควบคุมลมเข้า/ออก ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะมาในรูปแบบที่
ควบคุมง่ายและกลมกลืนกับแผงแดชบอร์ด และด้านล่างจะเป็นรวมช่องชาร์จทั้ง USB Type-A และ Type-C
พร้อมปลั๊กไฟขนาด 12 โวลต์ รวมถึงแท่นชาร์จตรงกลางถาดอีกด้วย

สำหรับชุดเครื่องเสียงมาพร้อมฟังก์ชั่นดังนี้

  • ระบบแยกการแสดงผลบริเวณจอฝั่งคนขับ
  • ระบบนำทางใช้แผนที่ทั้งในรถและ Download เพิ่มเติม
  • หน้าจอปรับให้ลดการสะท้อนได้
  • กราฟิกของระบบนำทางใช้ง่าย สามารถปรับธีมได้ 5 แบบ
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียงปรับให้ดีขึ้น รองรับการสั่งงานแค่พูด Hey! Lexus
  • รองรับการใช้งาน Apple Carplay/Android Auto
  • รองรับการอัพเดตตัวรถ OTA ผ่าน Wifi
  • รองรับการใช้งาน Web Browser พร้อมระบบสื่อสารในรถ DCM
  • รองรับการตั้งค่าส่วนบุคคลสามารถเก็บค่าผ่าน Smart Key
  • ชุดเครื่องเสียง Lexus Premium Sound System ติดตั้งลำโพง 10 ตำแหน่ง หรือลำโพงจาก
    Mark Levinson 20 ตำแหน่ง
  • ปรับปรุงชุดเครื่องเสียงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

คอนโซลกลางมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติเป็นรางตรง ถัดมาเป็นถาดวางโทรศัพท์มือถือ ที่เหลือจะแบ่งการจัดวาง
2 ส่วนคือ ส่วนผู้โดยสารเป็นที่วางแก้ว และฝั่งคนขับเป็นสวิตซ์ต่างๆทั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold
ปุ่มควบคุมการทรงตัว และปุ่ม Diff-Lock พร้อมกล่องคอนโซลที่พักแขนขนาดใหญ่โตตกแต่งลายเดียวกับเบาะ

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วมีกราฟิกนวลตา และมาพร้อมมาตรวัดความร้อนของน้ำมันเครื่อง
และกำลังไฟแบตเตอรี่ พร้อมมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD แสดงผลแบบสี พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านเสริม
ปุ่มกดแบบธรรมดาที่อัดปุ่มมาแน่นๆทั้งเครื่องเสียง โทรศัพท์ กล้องรอบคัน ระบบความปลอดภัย TSS

เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมลายแบบธรรมดา หรือลายข้าวหลามตัดที่หรูหรากว่า โดยจะหุ้มหนังทุกรุ่น
บางรุ่นมาพร้อมจอแสดงผลด้านหลัง และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่มีขนาดใหญ่

เบาะนั่งมีให้เลือก 2 แบบคือ 3 แถว 7 ที่นั่งพร้อมระบบปรับอากาศด้านหลังแบบจอแสดงผลอัตโนมัติ
เบาะแถว 2 พับได้อัตราส่วน 40/20/40 และเบาะแถว 3 สามารถพับด้วยไฟฟ้าในอัตราส่วน 50/50
พร้อฟังก์ชั่นจัดเรียงเบาะนั่งแบบอัตโนมัติ

และแบบ 2 แถว 4 ที่นั่งในรุ่น Exclusive ที่ดูไฮโซกว่าชัดเจนมีทั้งแผงคอนโซลกลางแบบติดตายที่มี
ช่องเสียบ USB ทั้ง Type-A และ Type-C พร้อมช่องต่อ HDMIถาดวางของส่วนล่าง พร้อมจอแสดงผล
แบบสีควบคุมเบาะนั่ง ระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง และไฟส่องสว่าง ทั้งนี้ มาพร้อมแผงคอนโซลกลาง
ติดที่วางแก้วและที่พักแขนลวดลายเดียวกับเบาะนั่ง เบาะหลังเอนได้สูงสุด 48 องศาและเลื่อนได้
ไกลสุด 1,000 มิลลิเมตร

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3.5 ลิตร V6 รหัส V35A-FTS พร้อมระบบฉีดน้ำมันแบบ D-4ST ให้กำลังสูงสุด
    415 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตัน-เมตร จับคู่ดับเกีนร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

โครงสร้างของตัวรถใช้พื้นฐาน GA-F เป็นรุ่นแรกของ Lexus พร้อมกับตัวถังที่ใช้อลูมิเนียมแทนเหล็ก
อาทิ วัสดุบนหลังคา ฝากระโปรง และแผงประตู ทำให้น้ำหนักเบาลง 200 กิโลกรัม และรองรับการบิดตัว
ดีกว่ารุ่นเดิม 20% พร้อมเพิ่มจุดเชื่อมต่างๆให้รองรับการขับขี่ได้ดีขึ้นทั้งทางเรียบและทาง Off-Road
รวมถึงพวงมาลัยเปลี่ยนเป็นแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า และขยายฐานล้อเป็น 2,850 มิลลิเมตร

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีดังนี้

  • ระบบช่วยควบคุมความสูงของรถอัตโนมัติ AHC (Active Height Control)
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อปรับตามสภาพถนนต่างๆ Multi-Terrain Select
  • กล้องมองภาพบริเวณพื้นตัวถังรถ Back Underfloor View
  • ระบบช่วยขับเคลื่อนบนทางขรุขระ Crawl Control
  • ระบบช่วยลงเขา HDC ที่ช่วยให้ไหลลงนุ่มนวลขึ้น
  • ช่วงล่างแบบแปรผันตามการขับขี่ AVS
  • ระบบเบรกทำงานด้วยไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System สามารถตรวจจับในสภาพแสงน้อยได้
  • ระบบช่วยเบี่ยงเลนฉุนเฉิน Emergency Steering Assist
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยให้อยู่ในเลนกลาง LTA
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติทุกย่านความเร็ว  Dynamic Radar Cruise Control
  • ไฟหน้าปรับระดับการฉายแสงตามสภาพถนน BladeScan พร้อมระบบ AHS
  • ระบบอ่านป้ายจราจร RSA

All New Lexus LX มีให้เลือกการตกแต่งทั้ง 2 แบบทั้ง Offroad และ Exclusive โดยจะเริ่มทำตลาด
ภายในปลายปี 2021 ส่วนประเทศไทยสามารถลุ้นผ่านทางผู้นำเข้าอิสระว่าจะขายรุ่นย่อยไหน