All New Land Rover Defender : ตำนานรถลุยบทใหม่มาพร้อมความทันสมัยที่มากขึ้น

0
105

Land Rover Defender เป็นรถ SUV ที่เอาใจขาลุยโดยเฉพาะ เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Mercedes-Benz
G-Class อย่างไรก็ตาม หลังจากทำตลาดมาถึงปี 2020 ก็ต้องยุติบทบาทลง อย่างไรก็ตาม กลับมาทั้งที
ก็ต้องมีการเพิ่มความทันสมัยไปตามกาลเวลา สำหรับลูกค้าชาวไทย ก็ได้เปิดตัว Defender โฉมใหม่
อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับเทคโนโลยีเต็มพิกัดทั้งภายในรถ ขุมพลังที่มีทางเลือกเต็มพิกัด
และตัวรถที่เน้นลุยเป็นหลัก พร้อมทางเลือก 8 รุ่นย่อยมาครบทั้ง 3 และ 5 ประตู เริ่มทำตลาดแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกมาพร้อมกับความทันสมัยที่มากขึ้นอย่างชัดเจน อาทิ ไฟหน้าแบบ LED ที่ยังคงเอกลักษณ์เดิม
แต่เสริมไฟหรี่ LED แบบล้อมกรอบถึง 3 จุด กระจังหน้าเส้นนอน พร้อมช่องบนกันชนหน้าถึง 3 จุด ด้านล่าง
เป็นแบบตะแกรง ส่วนกันชนหน้าเสริมสีเงินที่มีการทำรูไว้ถี่ พร้อมไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ส่วนด้านข้าง
เสริมแนวกระจกที่ตั้งตรง บานหลังเล็กลง พร้อมเส้นสายที่ดูเหลี่ยมขึ้นชัดเจน พร้อมทั้งเสริมด้วยแถบสีดำ
ด้านล่าง และช่องด้านข้างเช่นกัน

ด้านหลังมาเสริมด้วยไฟท้ายที่แยกกันเป็นอิสระทั้งไฟท้าย ไฟเบรก ไฟถอย ไฟเลี้ยว ทุกดวงล้อมกรอบด้วย
LED และยังห้อยยางอะไหล่ไว้ด้านหลัง และกันชนหลังเสริมแผงสีเงิน และก้อนสีดำไว้ขนาบข้าง พร้อมมือเปิด
ฝาท้ายแนวตั้งเปิดแบบออกข้าง และหลังคาที่มาแบบ Panoramic เปิดแบบ Moonroof หรือ ผ้าใบได้ตามที่เลือก

ขนาดตัวถังมีดังนี้

  • ความยาว
    • 3 ประตู (90) = 4,583 มิลลิเมตร
    • 5 ประตู (110) = 5,018 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 2,008 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,967 – 1,974 มิลลิเมตร

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีเขียว Pangea Green
  • สีน้ำตาล Gondwana Stone
  • สีเงิน Indus Silver
  • สีน้ำเงิน Tasman Blue
  • สีเทา Eiger Grey
  • สีดำ Santorini Black
  • สีขาว Fuji White

การออกแบบภายในแน่นอนว่ามาในรถยุคปัจจุบัน ต้องมีรายละเอียดตามรถสมัยใหม่ อาทิ คอนโซลมีการเสริม
ลายตะเข็บไว้บริเวณกรอบ พร้อมวัสดุนุ่ม แผงหน้าสลักคำว่า Defender ซึ่งรายละเอียดแผงแดชบอร์ดมีแค่
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ตัวจอจะเป็นปุ่มหมุนในตัว และเสริมบรรดาปุ่มต่างๆไว้มากมาย คันเกียร์ไฟฟ้า
และชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้วรองรับระบบนำทาง เสริมลำโพง 14 ตัวจาก Meridian
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Smart Phone และ Wifi อีกทั้งยังควบคุมผ่านโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ส่วน
ช่องชาร์จแบตมีทั้งแบบไร้สาย และปลั๊ก USB ธรรมดา,Type-C และเต้าเสียบ และยังมีกระเป๋าเป้มาให้
ความจุถึง 20 ลิตรบริเวณเบาะหลังอีกด้วย

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงภาพกราฟิกเต็มรูปแบบ พร้อมจอเสริมบนกระจก HUD
กราฟิกขาวมาให้ พวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้านสัญลักษณ์ Defender พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์
จอแสดงผลการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติมาให้เช่นกัน ตัวพวงมาลัยเป็นแบบหุ้มหนังเสริมการตกแต่ง
ด้วยสีเงิน

เบาะนั่งของ Defender มีให้เลือกตั้งแต่ 5-7 ที่นั่ง เบาะแถวแรกสามารถเลือกช่องกลางได้ว่าจะเอาแบบไหน
ทั้งช่องวางของ ที่พักแขน และเบาะนั่งตรงกลาง พร้อมการตกแต่งมีถึง 4 สีดังนี้

  • สีดำ
  • สีครีม
  • สีดำ/ส้ม
  • สีเขียว

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • รุ่น D200 : เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • รุ่น D240 : เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 240 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • รุ่น P300 : เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
    ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • รุ่น P400 MiEV : เครื่องยนต์เบนซินแบบ Mild Hybrid 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า
    แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ตัวถังของ Defender เป็นแบบ Monocoque ที่มีความแข็งแรงสูงสำหรับลุยในทางต่างๆ และยังผ่าน
การทดสอบร่วม 1.2 ล้านกิโลเมตร และสภาพอุณหภูมิตั้งแต่ 50 ถึง -40 องศาเพื่อรองรับการลุย
ที่หลากหลาย ช่วงล่างที่มีให้เลือกทั้งแบบคอย์ลสปริงและแบบไฟฟ้าที่ปรับความสูงได้ถึง 145 มิลลิเมตร
และลดลงถึง 40 มิลลิเมตร เสริมด้วย Diff-Lock เช่นกัน พร้อมสามารถปรับโหมดการลุยได้ด้วยตัวเอง
สามารถลุยน้ำได้ลึกสุด 900 มิลลิเมตร และลากจูงได้สูงสุด 3,500 กิโลเมตร

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนการชนหน้า/หลัง
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง/ขณะถอยหลัง และขณะเปิดประตู
  • ไฟหน้าแบบปรับแสงแปรผัน Adaptive Driving Beam
  • ระบบอ่านป้ายจราจร
  • ระบบวัดระดับน้ำขณะลุย
  • กระจกมองหลังแสดงภาพผ่านกล้องมองหลัง
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

Land Rover Defender มีให้เลือกทั้งแบบ 3 ประตูและ 5 ประตู (เพิ่มเงิน 400,000 บาททุกรุ่น)
8 รุ่นย่อยหลัก (3 รุ่นย่อยหลัก รุ่นกลางมีให้เลือก 2 ขุมพลัง) พร้อมการแต่งแต่ง 4 แบบคือ Explorer,Adventure,Country และ Urban (ออปชั่นเสริม) เริ่มทำตลาดแล้ว ถ้าใครสนใจ
สามารถไปชมได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ

Facebook Comments