หลังจากที่ Kia ได้เผยโฉม All New Sportage กันไปคร่าวๆแล้ว ด้วยเส้นสายที่แปลกล้ำกว่ารุ่นที่ผ่านมา
(และอาจไปถึง Crossover/SUV ของค่ายเดียวกันอีกด้วย) ในที่สุด ก็ได้เปิดตัว All New Sportage
อย่างเป็นทางการ มาพร้อมงานออกแบบที่แหวกแนวขั้นสุด เทคโนโลยีสุดล้ำท่วมคัน

หน้าตาภายนอกโดดเด่นที่บริเวณแผงหน้าทั้งหมด ไฟหรี่จะมาในรูปทรงวงเล็บเข้าหากัน (ลักษณะเดียวกับ
Dynamic Shield ของรถยนต์ค่าย Mitsubishi) โดยมีไฟหน้าแบบ Full LED รับกันอย่างลงตัว
กระจังหน้าแยกเป็นส่วนบนเป็นช่องสี่เหลี่ยมโดยมีแท่งตรงกลางนูนออกมา และส่วนล่างเป็นลายตาข่าย
สีดำเงา แผงด้านล่างมาพร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ที่มีไฟตัดหมอกแบ่งเป็น 2 จุดเสริมด้วยสีเงิน
และช่องดักลมกับชานล่างสีดำ

ด้านข้างมาพร้อมแนวกระจกที่ยาวถึงเสาหลัง ตกแต่งด้วยสีเงินและเส้นสีดำเล็กๆที่ดูต่อเนื่องกับกระจกหลัง
เสริมด้วยเส้นสายที่ดูมีมิติ ชายล่างสีดำเสริมเส้นโครเมียม  และล้ออัลลอยลายกังหัน 5 ก้านสีทูโทน
ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED ที่ลายกรอบแปลกตากว่าเดิม โดยตัวไฟท้ายหลักเป็นเส้นที่รับกับเส้น
ที่เชื่อมกับไฟท้ายสีดำ พร้อมโลโก้ Kia ยุคใหม่ขนาดใหญ่ ตัวประตูเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าและควบคุม
ด้วยการเตะเปิด ส่วนกันชนหลังตกแต่งด้วยสีดำ กินพื้นที่ถึงช่องใส่ป้ายทะเบียน

ภายในมีความล้ำสมัยขึ้นชัดเจน มาด้วยโทนสีน้ำเงินเข้ม/ขาว ตกแต่งด้วนสีดำเงา/เงินวาว จุดเด่นที่
เห็นชัดเจนอยู่ที่กรอบช่องแอร์ที่มีมาในทรงสูง แถมลากด้านข้างมาอีกด้วย เสริมด้วยฐานสีอลูมิเนียม
หน้าจอแสดงผลมาเป็นแบบคู่ทั้งมาตรวัดและจอตรงกลาง (คาดว่าจะมีขนาด 10.25 นิ้วเช่นเดียวกับ
K3 Minorchange) ฟังก์ชั่นของชุดเครื่องเสียงยังไม่มีการระบุในขณะนี้ แต่คาดว่าจะรองรับ Apple Carplay Android Auto พร้อมระบบ UVO ในสเปคเกาหลีใต้ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นแยกฝั่งพร้อมจอดิจิตอล

คอนโซลกลางมาพร้อมที่รองเข่าสีขาว ตัดกับแผงควบคุมตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black โดยมีทั้ง
เกียร์อัตโนมัติ แบบสวิตซ์หมุน ชุดควบคุมฮีทเตอร์ทั้งเบาะนั่ง (ซึ่งมีโหมดลมเย็นด้วย) และพวงมาลัย
ที่วางแก้วแบบเซาะร่องมาให้ และสวิตซ์ช่วยเหลือการขับขี่ ส่วนเบรกมือไฟฟ้าจะย้ายสวิตซ์ไปที่ด้านคนขับ
กราฟิกบนมาตรวัดจะมีการปรับให้ดูอลังการตามสไตล์รถยนต์ในระดับเดียวกันในค่าย ที่มีการ เล่นมิติ
และเสริมด้วยสีเงินเป็นหลัก พวงมาลัย 3 ก้านตกแต่งด้วยสีเงินวาว อีกทั้งแผงสวิตซ์เป็นแบบสีดำด้าน
ส่วนตัววงมาลัยมาพร้อมกับสีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกับแผงประตูด้านข้าง โดยมือจับประตูเป็นแบบนิ้วเกี่ยว

ขุมพลังมีความเป็นไปได้ว่าจะยกมาจาก Tucson รุ่นใหม่ล่าสุด

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ 187 แรงม้า แรงบิด 247 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร มีทั้งแบบ Hybrid ธรรมดาและแบบเสียบปลั๊ก กำลังสูงสุด 227 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร

แม้ว่าข้อมูลเพิ่มเติมจะยังไม่ออกมาในขณะนี้ แต่คาดว่า จะเผยข้อมูลทั้งหมดในช่วงวันเปิดตัวที่ประเทศเกาหลีใต้
ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนตลาดยุโรปจะเริ่มขายเดือนกันยายน แต่ตลาดเมริกาเหนือจะเปิดตัว
ในช่วงปี 2022 เป็นอย่างช้า

ที่มา : Kia Official