All New Hyundai Santro : เตรียมเปิดตัวรถเล็กดีไซน์ล้ำสำหรับชาวอินเดีย 23 ตุลาคมนี้

142

Hyundai Santro เป็นรถยนต์ขนาดเล็กทำตลาดในปี 1997 เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่อยากได้รถยนต์ขนาดเล็ก
แต่มีดีไซน์และฟังก์ชั่นทันสมัย(ในยุคนั้น) ซึ่งได้รับความนิยมในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศฝั่ง
เอเชียใต้อย่างอินเดียและประเทศใกล้เคียง ล่าสุด ได้เผยภาพเรียกน้ำย่อยออกมา ก่อนเปิดตัวในอินเดีย
อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

หน้าตาภายนอกดูเรียบง่ายแต่แอบล้ำ เริ่มจากไฟหน้าทรงสามเหลี่ยมแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ กระจังหน้า
และช่องดักลมรวมกันเป็นชิ้นเดียว เสริมด้วยไฟตัดหมอกหน้าทรงเหลี่ยม ด้านข้างมีเส้นสายคล้ายกับ
รุ่นเดิม แต่ขัดเกลารายละเอียดให้ดูเหลี่ยมขึ้นทั้งกรอบประตู และเส้นสายด้านข้าง ส่วนด้านท้าย
ปรับไฟท้ายให้เล็กและเพรียวขึ้น พร้อมกันชนหลังที่มีช่องใส่ป้ายทะเบียนสีดำเสริมด้วยแผงทับทิมทรงยาว

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 3,610 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,645 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,560 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อยาว 2,400 มิลลิเมตร

ส่วนภายในยังไม่มีรูปออกมาในขณะนี้ แต่มีรายละเอียดมาว่า มาพร้อมกับสีทูโทน ดำ/เบจพร้อม
อุปกรณ์ต่างๆทั้งชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส รองรับ Apple Carplay และ Android Auto
สามารถสั่งงานด้วยเสียง และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.1 ลิตร 4 สูบที่มีให้เลือก 2 แบบดังนี้

  • แบบธรรมดา มีความแรงอยู่ที่ 69 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 10.1 กิโลกรัม/เมตร
    (99 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 20.3 กิโลเมตร/ลิตร
  • แบบ CNG มีความแรงอยู่ที่ 59 แรงม้า แรงบิด 8.6 กิโลกรัม/เมตร (84.34 นิวตัน/เมตร)
    ที่ 4,500 รอบต่อนาที โดยถัง CNG มีน้ำหนัก 8 กิโลกรัม

จับคู่กับเกียร์ธรรมดาและเกียร์กึ่งอัตโนมัติ SmartAuto AMT 5 จังหวะ (ในบางรุ่นย่อย) ทำความเร็ว
สูงสุดอยู่ที่ 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson strut พร้อมเหล็กกันโคลง
ด้านหลังเป็นแบบ Torsion Beam โดยตัวรถได้สร้างขึ้นบนพื้นฐาน BA platform เช่นเดียวกับ Grand i10
(i10 เวอร์ชั่นเอเชียที่ขยายตัวถังให้ใหญ่กว่ารุ่นปกติเล็กน้อย)

ความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบเบรก ABS EBD ถุงลมนิรภัยทุกรุ่นย่อย รวมทั้งตัวถังทำจากเหล็กคุณภาพสูง
Advanced High Strength Steel (AHSS) และ High Strength Steel (HSS) ถึง 63%

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เตรียมเจอกัน 23 ตุลาคม 2018

ที่มา : indianautosblog.com (1,2)

Comments
Loading...