Honda Stepwgn เป็นรถตู้รุ่นสำคัญสำหรับทำตลาด Honda ในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ซึ่งเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1996 ในบางโฉมได้ทำตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น (เช่น ในไทย
ได้ทำตลาดโฉมที่ 4 เมื่อปี 2012-2015) ล่าสุด ได้เปิดตัวโฉมที่ 6 อย่างเป็นทางการ
มาพร้อมการตกแต่ง 2 ทางเลือก รวมทั้งเผยชื่อรุ่นสูงสุดเพื่อมาแทน Odyssey กลายๆ
พร้อมทำตลาดเร็วๆนี้

รุ่นปกติมาพร้อมกับชื่อใหม่คือ Stepwgn Air มาพร้อมไฟหน้า LED ที่ดูเรียบหรู พร้อมไฟเลี้ยว
แบบไล่จากซ้ายไปขวา และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รวมเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมกระจังหน้า
สีเมทัลลิกโดยมีช่องเรียวยาวด้านบน และเจาะรูฝั่งละ 3 จุด พร้อมกันชนหน้าที่มีช่องด้านล่าง
กระจังหน้ากับช่องดักลมด้านล่างทรงเรียบ พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยม

ด้านข้างปรับบานกระจกให้มีขนาดเล็กลง พร้อมเส้นสายตัวรถที่ดูสวยแบบเรียบๆ โดยมีมือจับประตู
ที่มาในทรงเหลี่ยมเลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งแบบกดปุ่มบนมือจับประตู และปุ่มกดฝั่งคนขับ และใกล้บานประตู
พร้อมล้ออัลลอยที่ดูสวยงามขึ้น ส่วนด้านท้าย มาพร้อมไฟท้ายทรงยาวแบบ LED โดยจะมาในลักษณะ
เป็นเส้นตรงยาว พร้อมกระจกหลังขนาดใหญ่โดยมีเส้นสีเงินคั่นท้าย โดยมีแถบคิ้วเหนือป้ายทะเบียน
ขนาดยาวพิเศษ พร้อมกับชายล่างเสริมด้วยสีเทา โดยมีแผงทับทิงทรงเรียวยาวติดตั้งไว้

สำหรับรุ่น Spada มาพร้อมกระจังหน้าที่เป็นลายจุดเต็มรูปแบบ  แต่ช่องกระจังหน้าจะมีเฉพาะ
ส่วนบนกับล่างเท่านั้น พร้อมช่องดักลมขนาดยาวพิเศษติดกับแผงไฟตัดหมอกหน้า ปรับสีล้ออัลลอย
ให้ดุดันขึ้น เสริมด้วยสปอยเลอร์หลัง และแผงประตูหลังใหม่ที่ทันสมัยขึ้น โดยยกเลิกประตูหลัง
แบบ Waku-Waku Door เปิดได้ 2 แบบออกไป มาใช้แบบงัดขึ้นตามปกติแต่เพิ่มระบบไฟฟ้าแทน

สีตัวรถมีดังต่อไปนี้

  • สีขาว Platinum White Pearl
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีเทา Super Platinum Gray Metallic
  • สีฟ้า Sea Glass Blue Metallic (เฉพาะรุ่น Air)
  • สีฟ้าอมเขียว Fjord Mist Pearl (เฉพาะรุ่น Air)
  • สีม่วง Twilight Mist Black Metallic (เฉพาะรุ่น Spada)
  • สีน้ำเงิน Midnight Blue Beam Metallic (เฉพาะรุ่น Spada)

ภายในปรับเส้นสายให้ลดความหวือหวาลงจากรุ่นที่แล้ว การจัดเรียงอุปกรณ์ต่างๆเรียบร้อยขึ้น
พร้อมกับช่องแอร์ลายจุดแบบเดียวกับ Civic แต่เสริมครีบต่างๆให้สวยงามขึ้น โดยมีช่องเก็บของ
เต็มพิกัดทั้งถาดวางของ เก๊ะคองโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร ที่วางแก้ว พร้อมตกแต่งด้วยแถบสีเงิน

ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสขนาดใหญ่ 11.4 นิ้วเป็นออปชั่นเสริม พร้อมระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบแยกฝั่ง โดยมีเกียร์อัตโนมัติแบบรางตรง หรือ ปุ่มกดไฟฟ้าพร้อมเบรกมือไฟฟ้า
อยู่บริเวณส่วนล่าง พร้อมช่องที่วางแก้ว พร้อมปลั๊กไฟ 12 โวลต์,USB ทั้ง Type-A และ
Type-C โดยมีช่องวางของไว้ด้านล่าง มาตรวัดมาพร้อมจอแสดงผลขนาด 10.2 นิ้ว มีกราฟิก
แบบเดียวกับ Civic เช่นเดียวกับพวงมาลัย 3 ก้านที่มีสวิตซ์แบบเต็มก้านพร้อมวัสดุสีดำเงา

เบาะนั่งมาเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เพียงแต่ในรุ่น Air และ Spada จะจัดเรียงพื้นที่แบบ
2-3-2 แต่ในรุ่น Spada Premium Line จะเรียงเบาะแบบ 2-2-2 ตรงกลางมาแบบ
Captain Seat ที่มีความหรูเพื่อมาแทน Odyssey ที่ยอดขายเริ่มลดลง

ขุมพลังแม้ว่ายังไม่ประกาศแบบชัดๆ บอกแค่มีเครื่องเบนซินและไฮบริด e:HEV เท่านั้น
แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะติดตั้งเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC Turbo 178 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตัน-เมตร
    ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
    (อ้างอิงจาก Civic)
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,600 – 6,400
    รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 – 5,000 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังอยู่ที่ 109 แรงม้าที่ 3,500 – 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตรที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ e-CVT (อ้างอิงจาก City e:HEV)

All New Honda Stepwgn เริ่มทำตลาดในญี่ปุ่นช่วงไตรมาส 2 ของปี 2022 ซึ่งจะเผยข้อมูล
ของตัวรถทั้งหมด ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป