หลังจากที่เผยข้อมูลทั้งหมดอย่างเป็นทางการสำหรับ All New Honda HR-V คราวนี้ก็ได้เวลาแล้ว
ที่จะเปิดราคากันครบทุกรุ่นย่อย โดยตัวรถมาพร้อม Honda Sensing และขุมพลังไฮบริด e:HEV
ทุกรุ่นย่อย โดยจะเริ่มทำตลาดตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 เป็นต้นไป

หน้าตามีการปรับเส้นสายให้เหลี่ยมสันขึ้นทั้งไฟหน้าที่เรียวยาวกว่าเดิม ปรับรายละเอียดในโคมหลายจุด
เริ่มจาก ด้านบนมาพร้อมกับไฟหรี่/ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Light และ ไฟเลี้ยว
ไล่กระพริบจากซ้ายไปขวาและไฟหน้าหลักแบบ LED เกล็ดปลาเช่นเคยแต่ลดขนาดให้เล็กลง โดยกระจังหน้า
ทั้งแบบเป็นเส้นแนวนอนที่มากถึง 9 เส้นตกแต่งสีดำหรือสีเดียวกับตัวถังพร้อมขอบด้านบนโครเมียม หรือจะเป็น
ลายตาข่ายเต็มรูปแบบ กันชนหน้าที่มีเส้นสายในสไตล์เดียวกับรุ่นพี่ อย่าง CR-V ที่มีการลากเส้นจากไฟตัดหมอก
หน้าที่เป็นแบบ LED ทรงเหลี่ยม

ด้านข้างปรับแนวกระจกจากทรงโค้งมาเป็นแบบแนวตรง โดยมีฐานกระจกมองข้างแปะกับประตูรถ
แต่มือจับประตูหลังยังเป็นแบบซ่อนรูปเช่นเคย และชายล่างกับคิ้วขอบล้อตกแต่งด้วยสีดำเช่นเคย
ด้านท้ายมาพร้อมกับประตูหลังที่มีแนวกระจกหลังลาดลงชัดเจนไฟท้ายเป็นแบบแนวนอนพร้อมเส้น
LED ลากยาวต่อเนื่องโดยมีโลโก้ Honda คั่นตรงกลางและเส้นตกแต่งสีดำขนานกัน ช่องป้ายทะเบียน
ที่แยกออกมาชัดเจน (คล้ายกับ CR-V รุ่นปัจจุบัน) จุดอื่นๆ มาพร้อมหลังคา Panoramic แบบติดตาย
(ไม่สามารถเปิดกระจกได้เหมือนรุ่นที่แล้ว) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว 5 ก้านปัดเงา+รมดำ หรือขนาด
17 นิ้ว 6 ก้านและประตูหลังสามารถเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด

สีตัวรถมีให้เลือกดังนี้
  • สีขาวมุกอมเหลือง Premium Sunlight White Pearl
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีเทา Meteoroid Gray Metallic
  • สีแดง Ignited Red Metallic + หลังคาสีดำ (รุ่น RS)

ภายในปรับรายละเอียดให้ดูสมมาตรขึ้น เริ่มจากช่องแอร์ที่ทำให้ดูต่อเนื่องตลอดคอนโซลโดยมีเส้นตรงกลาง
คั่นเอาไว้ (จากเดิมจะเป็นตรงตั้งฝั่งขวา และเป็นช่องแอร์ 3 จุดในกรอบเดียวกันสำหรับฝั่งซ้าย) แถมมีฟังก์ชั่น
เป่าทิศทางลมได้ถึง 2 แบบคือ เป่าลมตรงๆ และเป่ากระจายออกไปพร้อมตกแต่งวัสดุนุ่มบริเวณด้านล่าง
โดยมีไฟฉุกเฉินตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมตกแต่งสีเงินบริเวณฐานเกียร์และแผงประตู

หน้าจอที่ลอยออกมามีขนาด 8 นิ้วโดยมีปุ่มควบคุมอยู่ฝั่งขวารองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay
และ Android Auto รวมถึงระบบ Honda Connect ที่รองรับฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้ง รองรับการใช้งาน
รีโมทคอนโทรลผ่านสมาร์ทโฟนพร้อมสั่งเปิด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์
ระบบกันขโมยผ่านระบบรักษาความปลอดภัย และระบบกู้ภัยฉุกเฉิน  โดยมีลำโพงสูงสุด 8 ตำแหน่ง

ระบบปรับอากาศมีลักษณะปุ่มแบบเดียวกับ Fit/Jazz และ City รุ่นปัจจุบันซึ่งเป็นปุ่มหมุน 3 ปุ่มพร้อม
จอแสดงผลดิจิตอล พร้อมช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่ง และมีช่องชาร์จโทรศัพท์ไร้สายอีกด้วย นอกจาก
นี้คอนโซลกลางมาพร้อมก่องเก็บของ ที่วางแก้วขนาบข้างกับ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold,
ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่แบบเลื่อนสวิตซ์ขึ้น/ลง ซึ่งปรับได้ 3 รูปแบบคือ Normal/Econ และ Sport

มาตรวัดเป็นแบบเข็มผสมจอแสดงผลการขับขี่แบบสีขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลได้หลายรูปแบบรวม
ถึงระบบการทำงานของ Hybrid พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านพร้อมครอบแตรทรงกลมพร้อมตกแต่งปุ่ม
มัลติฟังก์ชั่นและก้านพวงมาลัยด้วยสีเงินและสีดำเงาส่วนบนหลังคามีทั้งไฟส่องสว่างบนหลังคาแบบ
LED ทำงานโดย การสัมผัสทั้ง 2 จุดในทุกรุ่นย่อย ส่วนรุ่นที่มีหลังคา Panoramic จะแบ่งเป็นแบบ 2 ฝั่งแทน

เบาะนั่งคู่หน้าปรับรูปทรงใหม่ หุ้มด้วยหนัง (เสริมตะเข็บสีแดงในรุ่น RS) ส่วนเบาะหลังยังคงเป็นแบบ
Ultra Seat สามารถพับและยกขึ้นได้ โดยมีที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วติดตั้งไว้ รวมทั้งเสริมออปชั่นเพิ่มเติม
คือ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และช่องชาร์จไฟ USB ขนาด 12 โวลต์

ขุมพลังมีให้เลือกแค่แบบ Hybrid เท่านั้น
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC รหัส LEC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่
    6,000 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 – 5,000 รอบต่อนาที
    มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังอยู่ที่ 131 แรงม้าที่ 4,000 – 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร
    ที่ 0 – 3,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ e-CVT

งานวิศวกรรมมาพร้อมกับช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบคานบิดทอร์ชั่นบาร์
พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า/หลัง (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) พวงมาลัยไฟฟ้าที่มีอัตราทดแบบแปรผัน
และดิสก์เบรก 4 ล้อ เสริมด้วยระบบช่วยควบคุมการขับขี่ AHA (Agile Handling Assist)

ระบบความปลอดภัยมีดังนี้
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda Sensing
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันสามารถทำงานได้ในความเร็วต่ำ
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติสามารถตรวจจับคนข้ามถนน
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมช่วยป้องกันรถตกถนนและดึงกลับให้มาอยู่ในเลน
    • ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าตรงทางแยก
    • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
  • กล้องส่องภาพด้านข้าง Honda Lanewatch
  • ระบบช่วยขึ้น/ลงบนทางลาดชัน

All New Honda HR-V มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยดังนี้

e:HEV E – 979,000 บาท

  • ไฟหน้า LED เปิด/ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันและ Follow-Me-Home
  • ไฟท้าย Full LED
  • กระจังหน้าแนวนอนเส้นดำ
  • กันชนและชายล่างตกแต่งสีดำ
  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาทั้งหน้า/หลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เสาอากาศแบบครีบปลา
  • ภายในสีดำ
  • เบาะหนังสีดำปรับด้วยมือ
  • เบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 60/40 เสริมที่พักแขน
  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับได้ 4 ทิศทางพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทพร้อมระบบเดินออกจากรถและล็อกอัตโนมัติ
  • มาตรวัดพร้อมจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • โหมดการขับขี่ Normal/Sport/ECO
  • แป้นชะลอความเร็วบนพวงมาลัย
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple Carplay/Android Auto และ Bluetooth
  • ช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกคู่หน้า
  • ไฟอ่านแผนที่หน้า/หลัง LED
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda Sensing
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันสามารถทำงานได้ในความเร็วต่ำ
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติสามารถตรวจจับคนข้ามถนน
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมช่วยป้องกันรถตกถนนและดึงกลับให้มาอยู่ในเลน
    • ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าตรงทางแยก
    • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VDC/TCS
  • ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน
  • กล้องมองหลัง 3 มุมมอง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ชุดปะยางชั่วคราว

e:HEV EL – 1,079,000 บาท

  • กระจังหน้าแนวนอนเส้นสีเดียวกับตัวรถ
  • กันชนและชายล่างตกแต่งสีดำ/เงิน
  • ไฟตัดหมอหน้า LED
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ประตูหลังไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติด้านคนขับ
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • กล้องส่องภาพด้านข้าง Honda Lanewatch

e:HEV RS – 1,179,000 บาท

  • ไฟเลี้ยวไล่กระพริบจากซ้ายไปขวา
  • ไฟท้าย LED สีเข้ม
  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ก้มอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
  • กระจังหน้าแบบสปอร์ต
  • กันชนและชายล่างตกแต่งสีดำสปอร์ต/โครเมียม
  • หลังคา Panoramic Moonroof
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
  • เบาะหนังสีดำ/แดงปรับไฟฟ้าด้านคนขับ
  • กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติด้านคู่หน้า
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • พวงมาลัยเสริมอัตราทด VGR
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกคู่หน้าพร้อมไฟส่องสว่าง
  • ไฟอ่านแผนที่หลัง LED แบบสัมผัส
  • แผงปิดสัมภาระด้านหลัง
  • ช่องเสียบ USB 4 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • รองรับ Honda Connect

สัมผัส Honda HR-V ใหม่ได้ในงาน Motor Expo 2021 ในวันที่ 2 – 12 ธันวาคม 2021 หรือ
ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศในเร็วๆนี้ ซึ่งถ้าใครอยากรู้ข้อมูลคร่าวๆก่อนดูรถคันจริงว่าเป็นอย่างไร
เชิญชมคลิปด้านล่างได้เลยครับ