หลังจากที่มีความคืบหน้าของ All New Civic มาหลายรูปแบบ ทั้งภาพสิทธิบัตร ภาพ Spyshot ทั้งจาก
ต่างประเทศหรือในประเทศไทย แม้กระทั่งภาพของเวอร์ชั่น Prototype ล่าสุด Honda สหรัฐอเมริกา
ได้เผยภาพแรก Honda Civic โฉมที่ 11 ที่มาพร้อมงานออกแบบเรียบง่ายกว่าเดิม โดยเปิดตัวเมื่อวันที่
28 เมษายน 2021 ตามเวลาของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยอาจจะได้รายละเอียดตามนี้แทบทั้งหมด

หน้าตาภายนอกที่แท้จริงเหมือนกับเวอร์ชั่นจีนที่หลุดออกมา โดยปรับรายละเอียดจากเวอร์ชั่น Prototype
เริ่มจากไฟหน้า LED แบบเกล็ดปลา แต่ปรับช่องให้เหลือแค่ 3 ช่องหลักแบบเดียวกับ HR-V/VEZEL
รุ่นล่าสุด (จากเดิมจะทำช่องถี่ยาวๆ) กระจังหน้าและช่องระบายอากาศด้านล่างเป็นแบบเส้นตรง แต่ช่อง
ระบายอากาศจะมีเกล็ดยื่นออกมาจนคล้ายลายตาข่าย กันชนหน้าเชื่อมกับกรอบไฟตัดหมอกหน้าที่เปลี่ยน
เป็นแบบสั้น (จากเดิมเป็นแนวยาวในรุ่น FC) และมีเส้นสีดำเชื่อมกับกันชนหน้า

ด้านข้างเป็นการนำเส้นสายจากรุ่นที่แล้วมาเกลาให้เรียบง่ายกว่าเดิม โดยตวัดปลายคิ้วอีกเล็กน้อย
(ซึ่งชันกว่าเวอร์ชั่น Hatchback) มือจับประตูที่หนาขึ้นและเส้นสายที่เรียบง่ายขึ้น ส่วนล้ออัลลอย
รุ่นโปรโมทเป็นสีทูโทน 5 ก้านสีเงิน + 5 ก้านรูปตัว Y หรือ 5 ก้านทรงสามเหลี่ยม ส่วนด้านหลัง
มาพร้อมไฟท้ายแนวนอนที่ดูหนาขึ้นหลอด LED จะเป็นทรงตัว L คว่ำ พร้อมไฟเลี้ยวและไฟถอย
ที่มีขนาดใหญ่ ช่องใส่ป้ายทะเบียนที่กว้างขึ้นและกันชนหลังที่ติดแผงทับทิมไว้อยู่ส่วนบนของกันชน
เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Accord

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,674 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 26 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,800 มิลลิเมตร (เท่าเดิม)
  • ความยาว 1,415 มิลลิเมตร (เท่าเดิม)
  • ความยาวฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 35 มิลลิเมตร)

สีตัวรถมีสีใหม่ 3 สีคือ

  • สีเทา Meteorite Gray Metallic
  • สีเทานม Sonic Gray Pearl
  • สีฟ้า Morning Mist Blue Metallic

ภายในลดความหวือหวาจากรุ่นที่ผ่านมา โดยมีการจัดวางในรูปแบบที่เป็นแนวทางของ Honda รุ่นใหม่ๆ
เริ่มจากช่องแอร์ที่เปลี่ยนมาเป็นแบบจุดๆ ควบคุมด้วยคันโยกด้านบนมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงจอสัมผัส
ขนาด 7 นิ้วหรือ 9 นิ้วแบบ HD (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) รองรับระบบ Apple Carplay แบบไร้สาย/Android Auto
และ Honda Connect มีหน้าตาเมนูแบบเดียวกับ Accord G10 รองรับระบบนำทาง Navigator เสริมฟังก์ชั่น
ที่เกี่ยวเนื่องรวมทั้งลำโพงจาก Bose ทั้งหมด 12 ตำแหน่ง ส่วนระบบปรับอากาศเป็นปุ่มหมุนสวิตซ์ 3 จุด
พร้อมไฟสีฟ้าพร้อมจอแสดงผลแบบแทรกกลางเล็กน้อย

คอนโซลกลางมีการปรับรายละเอียดให้เรียบง่าย เริ่มจากช่องชาร์จที่เป็นแบบช่องเสียบ USB พร้อมไฟสถานะ
คาดเข็มขัดนิรภัยขนาดใหญ่ ติดตั้งที่ชาร์จไร้สาย Qi คันเกียร์ย้ายมาที่ฝั่งคนขับอีกครั้ง (รุ่นเดิมอยู่กึ่งกลาง)
ส่วนบรรดาปุ่มต่างๆทั้งสวิตซ์เปลี่ยนโหมดการขับขี่ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold และปิดการทำงานของ
Idling Stop รวมเป็น กลุ่มเดียวกัน อีกทั้งที่วางแก้วเป็นแบบติดตาย กล่องคอนโซลกลางที่ยกสูงขึ้นพร้อม
ที่พักแขนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป้นชิ้นเดียว

พวงมาลัย 3 ก้านปรับทรงใหม่ โดยปุ่มมัลติฟังก์ชั่นดูกลมกลืนกับตัวก้านและให้สัมผัสที่ดีกว่ารุ่นเดิมชัดเจน
ส่วนแป้นแตรมีรูปทรงและมิติดูดีขึ้นพร้อมเสริมเส้นเมทัลลิกด้านล่างให้เป็นฐานในตัว ส่วนมาตรวัดนั้นแม้ว่า
กลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง หลังจากที่มีความหวือหวาหลายแบบ ทั้งทำแบบ 2 ชั้น หรือกราฟิกที่แปลกตา
ในรุ่นก่อนๆ ทว่า เปลี่ยนเป็นจอแสดงผลแบบสียกชุดขนาด 10.2 นิ้วในบางรุ่นย่อย กระจกมองหลัง
แบบตัดแสงอัตโนมัติปรับทรงใหม่ พร้อมไฟอ่านแผนที่ LED ที่มีแผงสวิตซ์อลังการชัดเจน

แผงประตูมีการเสริมรายละเอียดทั้งตกแต่งด้วยสีเงิน พร้อมมือจับแบบรูสี่เหลี่ยม ที่พักแขนพร้อมแผงสวิตซ์
ที่ตั้งชันขึ้นมา ส่วนเบาะนั่งมีรูปทรงที่ดูหนักแน่นกว่าเดิมชัดเจน ปรับไฟฟ้าคู่หน้า ส่วนเบาะหลังในรุ่นเริ่มต้น
ได้ตัดที่พักแขนพนักพิงศรีษะแบบเย็บติดกับเบาะ และแผงข้างเบาะนั่งยังคงเป็นพลาสติกเช่นเคย
ส่วนโทนสีมีให้เลือกทั้งสีดำหรือสีสว่างเช่นเคย

ขุมพลังมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC 158 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 187 นิวตัน-เมตร
    ที่ 4,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC Turbo 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตัน-เมตร
    ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนประเทศไทยคาดว่า

  1. อาจจะได้เห็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ Hybrid i-MMD ที่ Honda กำลังจะเพิ่มตลาดในอนาคต
    และมีความเป็นไปได้ที่ Honda Civic จะใช้ขุมพลังนี้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม (คาดว่าจะใช้ขุมพลัง
    เดียวกับ Honda Insight ในปัจจุบันพร้อมติดชื่อ e:HEV เหมือนรุ่นอื่นๆ)
  2. ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร i-VTEC (หรือ 2.0 i-VTEC ในบางตลาดแต่ปรับปรุง
    สมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น) พร้อมทั้งแก้ปัญหาเรื่องชุดเกียร์ให้ทำงานราบรื่นขึ้น

ตัวถังรองรับการบิดตัวได้ดีกว่ารุ่นเดิม 8% ปรับปรุงคุณภาพการขับขี่และการซับเสียงให้ดีขึ้น รวมถึง
โครงสร้างนิรภัย ACE ที่ใช้เหล็กคุณภาพดีขึ้นและน้ำหนักเบา อีกทั้ง  เฟรมตัวรถเป็นอลูมิเนียม
ที่ช่วยในการทรงตัวให้ดีขึ้น ส่วนระบบไอเสียมีการลดเสียงรบกวนและลดน้ำหนักชิ้นส่วนลง

ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทที่ช่วนลดเสียงรบกวนเข้ามาในห้องโดยสาร ส่วนช่วงล่างด้านหลัง
ปรับให้หนึบขึ้นจากการขยายช่วงล้อ และนุ่มนวลกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยมีการปรับการบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้น
ตามที่ลูกค้าเรียกร้องมา รวมไปถึงระบบเบรกที่ช่วยลดแรงเสียดทานทำให้อัตราสิ้นเปลืองที่มีประสิทธิภาพขึ้น

ระบบความปลอดภัย Honda Sensing และระบบที่เกี่ยวเนื่องมีดังนี้

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda Sensing ปรับปรุงกล้องและเซนเซอร์ใหม่
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันสามารถทำงานได้ในความเร็วต่ำ
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติสามารถตรวจจับคนข้ามถนน
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมช่วยป้องกันรถตกถนนและดึงกลับให้มาอยู่ในเลน
    • ระบบช่วยขับขี่ในสภาวะรถติด Traffic Jam Assist
    • ระบบช่วยเบรกในความเร็วต่ำ
    • ระบบป้องกันการออกตัวผิดพลาดทั้งหน้า/หลัง
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
  • ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง
  • กล้องด้านหน้าแบบมุมกว้าง

All New Honda Civic เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกามีให้เลือก 4 รุ่นย่อยคือ LX EX Touring และ Sport
โดยจะประกอบรุ่น Sedan ในโรงงานที่ Alliston รัฐ Ontario ประเทศแคนนาดา และรุ่น Hatchack
ประกอบในโรงงานที่ Greensburg รัฐ Indiana ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาจะประกาศในภายหลัง
และเริ่มทำตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนประเทศไทยเตรียมพบกันเร็วๆนี้