ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ Honda City โฉมใหม่ต่างมีภาพ Spyshot ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ทว่า ข้อมูลของรถ
แทบไม่ได้มีอะไรมากนัก แม้ว่าจะใกล้วันเปิดตัวก็ตาม ล่าสุด Honda ได้เปิดตัว All New City อย่างเป็นทางการ
มาพร้อมกับตัวรถที่ใหญ่ขึ้น ภายในที่ปรับอุปกรณ์ให้ร่วมสมัย พร้อมขุมพลังเทอร์โบทุกรุ่นย่อย เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกเป็นไปตามงานออกแบบของ Honda ยุคใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบฮาโลเจน โคมโปรเจคเตอร์
กระจังหน้าโครเมียมชิ้นใหญ่ พร้อมช่องด้านล่างที่มีทั้งช่องเล็กๆสำหรับติดตั้งไฟตัดหมอก และช่องดักลมด้านล่าง

ด้านข้างปรับเส้นสายให้เรียบหรูขึ้น พร้อมกับแนวกระจกที่เรียบง่ายขึ้น ตกแต่งเสาประตูด้วยสีดำ พร้อมทั้งย้าย
ฐานกระจกมองข้างมาไว้ที่ประตูรถตามสมัยนิยม มือเปิดประตูมีขนาดเล็กลงแต่ยังคงเสริมด้วยโครเมียม ขณะที่
ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบเส้น ที่มีการเล่นระดับให้ดูดีขึ้น พร้อมช่องใส่ทะเบียนที่มีการเล่นมิติ
แต่เส้นด้านบนมีการถอดออกไป รวมถึงแผงทับทิมที่อยู่บริเวณกันชนหลัง และเสาอากาศเปลี่ยนเป็นแบบครีบปลา

ส่วนรุ่น RS มาพร้อมกับไฟหน้า Full LED ทรงเกล็ดปลา พร้อมกระจังหน้าสีรมดำเสริมด้วยโลโก้ RS ด้านหน้า
พร้อมไฟตัดหมอกหน้า และกระจังหน้าส่วนล่างกับช่องดักลมลายรังผึ้ง กรอบกระจกมองข้างเปลี่ยนเป็นสีดำเงา
ล้ออัลลอยมีขนาดใหญ่ถึง 16 นิ้ว และสปอยเลอร์หลัง LED สีดำ

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,553 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 113 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,748 มิลลิเมตร (กว้างขึ้นจากรุ่นเดิม 53 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,467 มิลลิเมตร (เตี้ยลงจากรุ่นเดิม 8 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,589 (สั้นลงจากรุ่นเดิม 11 มิลลิเมตร)

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีแดง Ignited Red Metallic (เฉพาะรุ่น RS)
  • สีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่น S,V)
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่น SV,RS)
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีเงิน Lunar Silver Metallic
  • สีเทา Modern Steel Metallic

ภายในเปลี่ยนการออกแบบใหม่ทั้งหมด งานออกแบบปรับเปลี่ยนจาก Honda Fit เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเกินครึ่ง เริ่มจาก
แผงคอนโซลหน้าสีดำ พร้อมเสริมด้วยลายตะเข็บสีแดง หรือ แผงสีเบจในบางรุ่นย่อย ช่องแอร์ที่ขนาบข้างกับ
แผงควบคุมต่างๆ อาทิ ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสที่มาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ
Apple Carplay,Android Auto และ Honda Connect และการเชื่อมต่อต่างๆ อาทิ USB และ Bluetooth

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเปลี่ยนการควบคุมจากแบบสัมผัสมาเป็นปุ่มควบคุม พร้อมปุ่มหมุน โดยมีจอแสดงผล
ที่ดูล้ำอีกนิด แบ่งแยกการควบคุมชัดเจน พร้อมช่องเสียบ USB จุดและปลั๊กไฟ 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง (ด้านหน้า
1 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง) และที่วางของจิปาถะอีกหลายจุด ส่วนฐานเกียร์มีการหุ้มถุงเกียร์บริเวณรางเกียร์
และปุ่มควบคุมระบบ Idling Stop และ ECONพร้อมเบรกมือแบบดึง และกล่องคอนโซลกลาง พร้อมที่พักแขนตะเข็บสีแดง

มาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงที่มีทั้งแสงสีขาว หรือ แสงสีแดง (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย) พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID
แบบขาว/ดำ ที่แสดงข้อมูลพื้นฐานครบครัน นอกจากนี้พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านที่ดูดีขึ้น หุ้มด้วยหนังสีดำตะเข็บสีแดง
พร้อมปุ่มบนพวงมาลัยที่ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และแป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift)

เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าหรือหนังที่มีทั้งหนังแท้สลับกับหนังสังเคราะห์ หรือผ้าสลับหนังขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย รวมถึง
ฝั่งคนขับสามารถปรับสูง/ต่ำได้ ส่วนเบาะหลังมาพร้อมกับพนักพิงศรีษะแบบแยกส่วน พร้อมที่พักแขนและที่วางแก้ว
ทว่า เบาะหลังไม่สามารถพับได้เหมือนกับ 3 รุ่นที่ผ่านมา (รุ่นปี 2002-2018)

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่
    5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราสิ้นเปลืองเคลมที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20
    ค่าปล่อยไอเสียอยู่ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหน้า ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม พวงมาลัย
เป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์แบบไฟฟ้า และระบบเบรกเป็นแบบด้านหน้าดิสก์เบรก ด้านหลังดรัมเบรค

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมระบบต่างๆดังนี้

  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA,TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ไฟเบรกแบบฉุกเฉิน ESS
  • กล้องมองหลังปรับได้ 3 มุมมอง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด + ม่านนิรภัย 2 จุด)
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer แบบ Wave Key พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
  • ไฟเบรกดวงที่ 3

Honda City มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยดังนี้

รุ่น S

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
  • กระจังหน้าโครเมียม/เส้นแนวนอนสีดำ
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • ไฟท้าย LED
  • ที่ปัดน้พฝนแบบหน่วงเวลา
  • เสาอากาศแบบครีบปลา
  • ที่ปัดน้ำฝนหน้า/หลัง
  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบล้อขนาด 15 นิ้วสีเงินพร้อมยางขนาด 185/60R15
  • ภายในสีดำ
  • เบาะผ้าสีดำ ฝั่งคนขับปรับสูง/ต่ำได้
  • ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
  • พนักพิงศรีษะ 5 ตำแหน่ง
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth,USB 1 จุด
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • กุญแจรีโมท พร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ระบบ Idling Stop
  • พวงมาลัยยูรีเธน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย
  • มาตรวัดแบบธรรมดา
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบขาว/ดำ
  • ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดพร้อมปุ่ม ECO
  • ช่องจ่ายไฟด้านหน้า 1 จุด
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกฝั่งคนขับ
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • มือจับบนหลังคา 3 จุด
  • ไฟส่องสว่างตรงกลางรถ และ ด้านหลังห้องสัมภาระ
  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA,TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ไฟเบรกแบบฉุกเฉิน ESS
  • ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด)
  • เข็มขัดนิรภัย 5 ตำแหน่งแบบติดตาย คู่หน้ารั้งกลับอัตโนมัติพร้อมไฟเตือนคาดเข็มขัด
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer แบบ Wave Key พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
  • ไฟเบรกดวงที่ 3

รุ่น V

  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายเฉพาะรุ่น
  • มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กุญแจอัจฉริยะ
  • มาตรวัดเรืองแสงสีขาว
  • ที่พักแขนด้านหน้า

รุ่น SV

  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วสีทูโทนดำ/เงิน
  • มือจับประตูโครเมียม
  • ภายในสีดำ/เบจ
  • แผงคอนโซลสีดำเงา
  • เบาะหนัง
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
  • รองรับ Siri Eye Free,Apple Carplay และ Android Auto
  • ช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่ง
  • กล้องมองหลังปรับได้ 3 มุมมอง

รุ่น RS

  • ไฟหน้าแบบ Full LED
  • กระจังหน้าสีดำเงาพร้อมโลโก้ RS
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กระจกมองข้างสีดำเงา
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • เสาอากาศแบบครีบปลาสีดำ
  • สปอยเลอร์หลังสีดำเงา
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วสีทูโทนพร้อมยางขนาด 185/55R16
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้าลายสปอร์ต พร้อมตะเข็บแดง
  • ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมด้ายสีแดง
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย (Paddle Shift)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • มาตรวัดเรืองแสงสีแดง
  • รองรับ Honda Connect
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ช่องจ่ายไฟด้านหลัง 2 จุด
  • แป้นเหยียบแบบสปอร์ต
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกคู่หน้า
  • มือจับหลังคาฝั่งคนขับ
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด + ม่านนิรภัย 2 จุด)

ใครสนใจสามารถชมตัวเป็นๆได้ที่งาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน -10 ธันวาคม 2562
ที่อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี หลังจากนี้สามารถสัมผัสและทดลองขับที่โชว์รูม Honda ได้ตั้งแต่
วันที่ 24 ธันวาคม 2019 เป็นต้นไป

Facebook Comments