หลังจากเปิดตัวที่อินโดนิเซียเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา คราวนี้ถึงคิวของลูกค้าชาวไทยที่จะได้สัมผัส
All New Honda BR-V อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมดีไซน์ใหม่รอบคัน ภายในที่อเนกประสงค์ขึ้น
ติดตั้งขุมพลังที่เอาใจสายขับ และเปลี่ยนจากประกอบในประเทศมาเป็นนำเข้าจากอินโดนิเซีย
พร้อมทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ

หน้าตาภายนอกไม่ต่างจากรถต้นแบบ N7X เท่าไหร่นัก อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมเส้นไฟหรี่/ไฟส่องสว่าง
เวลากลางวัน LED ด้านบนและลากลงไปมุมขวา กระจังหน้ายังคงสไตล์เดียวกับ BR-V Minorchange
กล่าวคือ ด้านบนเป็นแถบสีดำเงาเส้นหนา และด้านล่างเป็นเส้นเล็กถึง 4 ข่อง พร้อมไฟตัดหมอกหน้า
ที่มีกรอบที่เป็นเอกลักษณ์ ชายล่างกันชนสีดำ ตกแต่งรอบๆช่องดักลมด้วยสีเงิน

ด้านข้างเกลาเส้นสายจาก City ให้มาเป็นรูปแบบของรถ Wagon มากกว่าเดิมเสริมด้วยเส้นตัวถังแบบตั้งตรง
โดยมีแนวกระจกที่ยาวขึ้นชัดเจนติดตั้งราวหลังคา กระจกมองข้างที่ย้ายฐานไว้ที่ประตูหน้า เสริมด้วยกล้องสำหรับ
มองภาพบริเวณด้านข้าง Honda Lanewatch และล้ออัลลอยขนาดใหญ่ขนาด 17 นิ้ว ด้านหลังมาพร้อม
ไฟท้าย LED ที่มีรูปทรงคล้ายกับ Honda City โฉมปัจจุบัน เกลาเส้นสายในส่วนต่างๆให้เรียบร้อยขึ้น

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีขาวมุก Premium Sunlight White Pearl (รุ่น EL)
  • สีขาว Taffeta White (รุ่น E)
  • สีดำ Crystal Black Pearl

ภายในยกชุดแผงคอนโซลมาจาก Amaze ในอินเดีย ตกแต่งด้วยโทนสีดำเสริมด้วยแผงเมทัลลิกเป็นหลัก
รายละเอียดจะมีการปรับแต่งใหม่ทั้งชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ
USB/Bluetooth และฟังก์ชั่น Apple Carplay และ Android Auto ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
ที่ปรับปุ่มให้ดูเรียบร้อยขึ้น ส่วนมาตรวัดเรืองแสงยกมาจาก City แต่ปรับจอแสดงผลการขับขี่ MID ให้ละเอียด
ขึ้นกว่าเดิม (แต่หน้าจอยังคงสีขาว/ดำอยู่) พร้อมพวงมาลัย 3 ก้านเสริมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นที่ยกมาจาก Amaze

เบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเช่นเคยที่ปรับรูปทรงเบาะให้ดูดีขึ้น เสริมด้วยพนักพิงศรีษะครบ 7 ตำแหน่ง
เบาะแถว 2 สามารถตีลังกาเพื่อเข้าเบาะแถว 3 ได้ง่าย ซึ่งเบาะแถว 3 สามารถแยกปรับอิสระในอัตราส่วน
50/50 และแน่นอนว่าติดตั้งระบบปรับอากาศมาให้เช่นกัน ส่วนอุปกรณ์ความสะดวกสบายมาพร้อมกับ

  • แผงบังแดดเสริมด้วยกระจกและไฟส่องสว่าง
  • ช่องชาร์จแบตแบบ 12 โวลต์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3
  • กุญแจอัจฉริยะ ที่สามารถล็อกรถเมื่อเดินออกจากรถ และ สตาร์ทรถผ่านรีโมท

ขุมพลังมีรายละเอียดดังนี้
  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,300 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
และดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกหลัง

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Honda Sensing ทุกรุ่น
    • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
    • ระบบเตือนรถข้างหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ CMBS
    • ระบบเตือนและช่วยให้รถอยู่ในเลน LKAS
    • ระบบป้องกันรถตกถนน Road Departure Mitigation
    • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถอยู่ข้างหน้า
  • ระบบเตือนเมือลืมของหลังเบาะนั่ง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ข้อแตกต่างระหว่างรุ่น E (S เดิม) และ EL (SV เดิม)
  • กระจังหน้า (E โครเมียม /EL สีดำเงา)
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED (เฉพาะรุ่น EL)
  • ล้ออัลลอย (E 16 นิ้ว/EL 17 นิ้ว)
  • โทนสีภายใน (E ดำ/น้ำตาล,EL ดำล้วน)
  • กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น EL)
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย Paddle Shift (เฉพาะรุ่น EL)
  • ฝาปิดกระจกพร้อมไฟแต่งหน้าบนแผงบังแดดคู่หน้า (เฉพาะรุ่น EL)
  • ช่องเก็บของหลังเบาะคนขับ (เฉพาะรุ่น EL)
  • ปลั๊กไฟ 12 โวลต์ด้านหลัง (เฉพาะรุ่น EL)
  • ลำโพง (E 4 จุด/EL 6 จุด)
  • มือจับบนหลังคา (E 4 จุด/EL 6 จุด)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (เฉพาะรุ่น EL)

สัมผัส All New Honda BR-V ได้ในงาน Big Motor Sales 2022 ในวันที่ 19-28 สิงหาคม 2022
พร้อมทั้งประกาศราคา วางจำหน่าย และส่งมอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม 2022 โดยระหว่างนี้
จะเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 27 กรกฏาคม – 18 สิงหาคม 2022 พร้อมรับโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ฟรี