Ford Ranger โฉมใหม่ไม่ได้มาแค่รุ่นธรรมดาเท่านั้น! แต่รุ่นลุยสายโหดอย่าง Raptor ก็มีการเปิดตัว
โฉมใหม่ตามมาด้วยเช่นกัน มีให้เลือกแค่รุ่นย่อยเดียวเช่นเคย แต่เพิ่มเติมที่ขุมพลังแรงทะลุ 300 แรงม้า
ในราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท! All New Ford Ranger Raptor เปิดรับจองอย่างเป็นทางการก่อนเตรียม
ทำตลาดในประเทศไทยเร็วๆนี้!

หน้าตาภายนอกแตกต่างจากรุ่นปกติดังนี้

  • ไฟหน้าแบบ Matrix LED โคมสีดำ
  • กระจังหน้าทรงใหม่พร้อมคำว่า F-O-R-D
  • กันชนหน้าใหม่ทำจากเหล็กเสริมชายล่างสีเงิน
  • ตกแต่งช่องสีดำบริเวณฝากระโปรงหน้า
  • สติ๊กเกอร์สไตล์ Raptor (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • ลัออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่พร้อมยางขนาด 285/70R17 จาก BFGoodrich
  • คิ้วขอบล้อ บันไดข้าง กันชนหลังทำจากอลูมิเนียม
  • ไฟท้ายแบบ Full LED ดีไซน์ใหม่
  • เพิ่มโลโก้ด้านหลังและสติ๊กเกอร์ข้างกระบะคำว่า Raptor
  • ท่อไอเสียอลูมิเนียมแบบขึ้นรูป
  • ฝาท้ายกระบะแบบผ่อนแรง

สีตัวรถมีให้เลือกดังนี้

  • สีขาว Arctic White
  • สีดำ Absolute Black
  • สีเทา Conqeur Gray (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีส้ม Code Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

 

ส่วนภายในมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีส้ม Code Orange
  • พวงมาลัย 4 ก้านลายพิเศษพร้อมโลโก้ Raptor และสัญลักษณ์บอกจุดกึ่งกลางสีแดง
    (On-Center Mark)
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย Paddle Shift
  • กราฟิกมาตรวัดและชุดเครื่อเสียงเฉพาะรุ่น Raptor
  • ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัส 12 นิ้วพร้อมชุดลำโพงจาก Bang & Olufsen 8 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตที่ปรับรูปทรงให้กระชับขึ้น
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง
  • สวิตซ์ต่อไฟเสริม 6 จุด (AUX)
  • สัญญาณกันขโมยแบบตรวจจับการเคลื่อนไหว Volumetric

ขุมพลังเปลี่ยนใหม่ยกชุด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร Ecoboost V6 ให้กำลังสูงสุด 397 แรงม้าที่ 5,650 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 583 นิวตัน-เมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 10 จังหวะ และ
    ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่ทำงานตลอดเวลา

ขุมพลังมีการปรับปรุงชิ้นต่างๆทั้งเสื้อสูบในขุมพลัง 3.0 V6 ที่ใช้กราไฟต์ในการผลิต ซึ่งแข็งแรงกว่า
แบบเหล็กหล่อถึง 75% เสริมด้วยระบบป้องกันการรอรอบที่เวลาปล่อยคันเร่ง เทอร์โบชาร์จจะหมุน
ต่อไปอีก 3 วินาทีเพื่อคงอัตราเร่งขณะออกจากโค้งหรือเปลี่ยนเกียร์ พร้อมท่อไอเสียไฟฟ้าสามารถ
ปรับโทนเสียงท่อไอเสียได้ตามที่ต้องการ ทั้งแบบโหมดเงียบ สำหรับสตาร์ทรถในพื้นที่ชุมชน
โหมดปกติ,โหมดสปอร์ตที่ดังกว่าปกติ และโหมด Baja ที่เสียงท่อไอเสียดังเป็นพิเศษ

โหมดการขับขี่มาพร้อมกับ 7 ระบบประกอบด้วย

  • Normal สำหรับทางปกติ
  • Sport เพิ่มการตอบสนองให้ไวกว่าปดติ
  • Slippery สำหรับขับบนถนนลื่น
  • Rocks สำหรับขับบนโขดหินที่ลื่นไถลได้ง่าย
  • Mud & Ruts สำหรับขับบนโคลนที่ถนนที่ต้องการขับแบบหนึบพิเศษ
  • Sands สำหรับพื้นทรายที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเกียร์
  • Baja สำหรับขับรถลุยบนความเร็วสูง

ทั้งนี้มาพร้อมพื้นฐานตัวรถพัฒนาใหม่ โดยการเสริมโครงสร้างแบบพิเศษที่รองรับการกระเทกจาก
กันชน ขายึดโช้ค และฐานโช้คยึดด้านหลัง เสริมด้วยปีกนกอลูมิเนียมที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา
และวัตต์ลิงค์ด้านหลังสำหรับช่วยขับรถบนทางขรุขระอีกทั้ง และยังติดตั้งระบบ Trail Control
ที่ควบคุมการเร่งและเบรกในสภาพถนนออฟโรด

ช่วงล่าง Fox มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพโดยการเปลี่ยนเป็นแบบ Life Valve ขนาด 2.5 นิ้ว
เสริมระบบลดการสะเทือนและใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ Teflon ที่ลดการเสียดสีจากรุ่นเดิมถึง 50%
และตัวโช้คสามารถปรับการทำงานได้หลากหลาย และยังติดตั้ง Internal Bypass สำหรับ
ขับขี่บนทางเรียบ ติดตั้งระบบป้องกันการหดค้าง ที่ช่วยสร้างแรงหน่วงในระยะ 25% สุดท้ายของ
การหดตัวของโช้คอัพหลัง

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีดังนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันทุกย่านความเร็ว
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า/หลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยให้รถอยู่ในเลน
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างหรือขณะถอยหลัง
  • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์รอบคัน
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • ระบบหักพวงมาลัยอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง

สัมผัส All New Ford Ranger Raptor ได้ในงาน Bangkok International Motor Show 2022
ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2022 และเริ่มส่งมอบรถได้ในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป