All New Ford Explorer : เติมความทันสมัยให้กับ SUV ขนาดกลางพร้อม Platform ใหม่

244

Ford Explorer เป็นรถ SUV ขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน
ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวเดินทางมาถึง 5 Generation เข้าไปแล้ว ล่าสุด ก็ได้เวลาที่จะเปิดตัวโฉมที่ 6 ที่มาพร้อมกับ
การออกแบบที่ทันสมัยขึ้น และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทั้งสมรรถนะและความปลอดภัยอย่างครบครัน

หน้าตาภายนอกของ Explorer ใหม่ปรับเส้นสายให้โค้งมนกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าทรงแนวนอน
แบบ LED ที่มีขนาดยาวขึ้น กระจังหน้าลายตาข่ายสีเงินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น กันชนหน้าที่มีช่องต่างๆเยอะขึ้น
พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ทรงแนวยาว และชายล่างสีดำพร้อมตกแต่งด้วยสีเงิน

ด้านข้างยังคงรักษาเอกลักษณ์จากรุ่นที่ผ่านมาไว้ทุกประการ อาทิ กรอบกระจกหน้าต่างที่แยก
กระจกบานประตูและกระจกด้านหลังออกจากกัน แต่ปรับเส้นสายให้เหลี่ยมสันขึ้น เช่นเดียวกับ
เส้นสายด้านข้างที่เฉียบคมขึ้น พร้อมชายล่างและคิ้วขอบล้อสีดำ ตกแต่งด้วยสีเงิน

ขณะที่ด้านหลังปรับรายละเอียดจากรุ่นเดิมหลายจุด อาทิ ไฟท้ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมแถบ LED
คิ้วเหนือป้ายทะเบียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่สลักคำว่า EXPLORER รวมถึงปรับแถบช่องใส่ป้ายทะเบียน
ให้ใหญ่ขึ้น และกันชนหลังที่เสริมแผงทับทิง และเซนเซอร์ที่อยู่ในระนาบเดียวกัน และชายล่างสีเงิน
พร้อมท่อไอเสียที่มีให้ถึง 2 หรือ 4 จุด ส่วนล้ออัลลอยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18 – 21 นิ้ว

มิติตัวถังของ Explorer มีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 5,050 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นกว่าเดิม 3 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 2,002 มิลลิเมตร (สั้นลงกว่าเดิม 2 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,780 มิลลิเมตร (สูงขึ้นกว่าเดิม 5 มิลลิเมตร)
  • ฐานล้อยาว 3,025 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นกว่าเดิม 160 มิลลิเมตร)

ภายในปรับการออกแบบให้ดูเรียบง่ายกว่าเดิม โดยหลักๆยังคงใช้โทนสีดำและลายไม้ตกแต่งเช่นเคย
แต่สิ่งที่สะดุดตานั่นคือ จอแสดงผลขนาดใหญาถึง 10.1 นิ้วที่วางในแนวตั้งลักษณะเดียวกับ Volvo
รุ่นใหม่ๆ โดยมีชุดเครื่องเสียงดังกล่าวรองรับการสั่งงานด้วยเสียง Sync 3 เวอร์ชั่นใหม่,วิทยุดาวเทียม
SiriusXM,รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto,ระบบนำทาง Waze Navigation
รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi รองรับอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง และรองรับการควบคุมรถระยะไกล FordPass
พร้อมลำโพงจาก Bang & Olufsen ถึง 14 ตัว กำลังขับ 980 วัตต์ พร้อมปุ่มควบคุมที่เหลือแค่
ปุ่มเลื่อนเพลง และปุ่มควบคุมระดับเสียงเท่านั้น ส่วนปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศติดตั้งมาให้
ครบทุกฟังก์ชั่น รวมถึงระบบอุ่นเบาะอีกด้วย

ส่วนมาตรวัดมาพร้อมกับจอแสดงผลมีขนาด 12.3 นิ้วพร้อมกราฟิกสีน้ำเงินที่แปลกตาขึ้น รวมถึง
พวงมาลัย 3 ก้านตกแต่งด้วยหนัง เมทัลลิก และลายไม้ พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และจอแดสงผล MID ที่มีหน้าตาและผิวสัมผัสดูดีขึ้นกว่าเดิม
ขณะเดียวกันคอนโซลกลางติดตั้งกล่องเก็บของและที่วางแก้ว พร้อมทั้งเกียร์อัตโนมัติที่ใช้ระบบ
สวิตซ์หมุน พร้อมเบรกมือไฟฟ้า และกล่องเก็บของพร้อมที่พักแขนหุ้มหนัง รวมถึงติดตั้งช่องสำหรับ
ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi Wireless Charger,ช่องชาร์จ USB ปลั๊กใหญ่ 110 โวลต์และปลั๊กเล็ก 12 โวลต์

เบาะนั่งของรุ่นนี้ยังเป็นแบบ 2 แถว 6 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถเลื่อนได้เพื่อให้เข้าไปนั่ง
ในเบาะแถวที่ 3 ได้ง่าย ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับด้วยไฟฟ้า พร้อมประตูท้ายไฟฟ้าทุกรุ่น
สำหรับพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมีดังนี้

  • ยังไม่พับเบาะ – 515 ลิตร
  • พับเบาะแถวที่ 3 – 1,356 ลิตร
  • พับเบาะแถวที่ 2 และ 3 – 2,486 ลิตร

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ต่างๆดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.3 ลิตร Ecoboost 300 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ (เฉพาะรุ่นพื้นฐาน XLT และรุ่น Limited)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร V6 365 แรงม้า แรงบิด 515 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ (เฉพาะรุ่น Platinum)

นอกจากนี้ยังเปลี่ยนพื้นฐานใหม่จากแบบ Body-on-frame มาเป็น unibody รวมถึงติดตั้งเครื่องยนต์
Turbocharged เป็นครั้งแรก และเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อมาเป็นล้อหลังซึ่งใช้ร่วมกันกับ
Lincoln Aviator เป็นครั้งแรก รวมถึงติดตั้งระบบเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Terrain Management System
ที่รองรับสภาพถนนต่างๆอาทิ แบบธรรมดา สปอร์ต โหมดลากจูง ทางลื่น ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเพิ่มระบบ
ขับขี่บนทางหิมะและทางทรายมาให้อีกด้วย (ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มีให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม)

ระบบความปลอดภัยต่างๆมีให้เลือกดังนี้

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Ford Co-Pilot360
    • ระบบเตือนรถข้างหน้า Pre-Collision Assist
    • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Information System
    • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Cross-Traffic Alert
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane-Keeping System
    • ไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam
    • ระบบช่วยหักเลี้ยวเมื่อเจอสิ่งกีดขวางข้างหน้า Evasive Steering Assist
    • ระบบรักษาความเร็วและระยะห่างข้างหน้า Intelligent Adaptive Cruise Control
    • ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร Speed Sign Recognition,
    • ระบบช่วยเบรกอะตโนมัติด้านหลัง Reverse brake assist system
  • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ Active Park Assist 2.0
  • กล้องมองหลังพร้อมระบบทำความสะอาดเองอัตโนมัติ

Ford Explorer โฉมใหม่เตรียมทำตลาดอเมริกาเหนือในช่วงฤดูร้อนของปี 2019 (หรือไตรมาส 3 ของปี)
ซึ่งราคาจะประกาศในอีกไม่นาน (แต่ราคาเริ่มต้นอาจจะอยู่ที่ $32,765 หรือราวๆ 1,046,000 บาท)
สำหรับตลาดนอกอเมริกาเหนือ อาจจะเข้ามาวางจำหน่ายหลังจากนี้อีกไม่นานนัก

ที่มา : paultan.org,motor1.com

Comments
Loading...