All New Daihatsu Tanto : รถยนต์ทรงสูงขนาดเล็กเผยโฉมรุ่นที่ 4 อย่างเป็นทางการ

109

Daihatsu Tanto เป็นรถยนต์ K-Car ทรงสูงขนาดเล็กสำหรับจับกลุ่มครอบครัวญี่ปุ่นที่อยากได้
รถยนต์ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่อยากได้รถยนต์ประตูสไลด์เช่นเดียวกับคู่แข่ง
อย่าง Honda N-Box และ Suzuki Spacia ล่าสุด Tanto ก็ได้เปลี่ยนโฉมอย่างเป็นทางการ
มาพร้อมกับงานออกแบบใหม่และงานวิศวกรรม DNGA เริ่มจำหน่ายที่ญี่ปุ่นแล้ววันนี้

 

หน้าตาภายนอกมาในสไตล์รถทรงกล่องตามตลาด K-Car ที่เป็นนิยมในญี่ปุ่น โดยทั้งคู่มาพร้อมกับ
แนวกระจกขนาดใหญ่ พร้อมเสาหน้าที่มีกระจกเสริมพิเศษให้

การตกแต่งมีให้เลือก 2 แบบดังนี้

รุ่นมาตรฐาน : มาพร้อมกับไฟหน้า LED ทรงมนพร้อมไฟหรี่ LED และไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์
กระจังหน้าที่เป็นแบบวงรี 2 ช่อง ส่วนกันชนหน้ามาพร้อมกับช่องดักลม 2 ช่อง ทั้งช่องบนเสริมด้วย
เส้นแนวนอน และช่องล่างที่มาในทรงสี่เหลี่ยม ด้านข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยวข้าง มือจับประตูสีเงิน
และล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 6 ก้านคู่ขนาด 14 นิ้ว

ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED ทรงตั้ง บานประตูมาในทรงเรียบง่ายพร้อมเจาะช่องป้ายทะเบียน
ขนาดเล็ก พร้อมเส้นสายแนวนอนที่ดูปราดเปรียว เช่นเดียวกับกันชนหลังสี่เหลี่ยมทรงมน รวมถึงติดตั้ง
สปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถ


รุ่น Custom : มีแนวทางกาารออกแบบในสไตล์รถตู้ของรถในเครืออย่าง Toyota หลายๆรุ่น
ทั้งไฟหน้า LED 2 ชั้น พร้อมรมดำ กระจังหน้า 2 ชั้นคั่นด้วยเส้นโครเมียมที่ลากยาวไปรวมกับ
แผงดักลมบริเวณกันชนหน้า รวมถึงเสริมด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันและไฟตัดหมอกหน้า LED
ส่วนด้านข้างมาพร้อมกับกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว ติดตั้งแถบตกแต่งด้านข้างสีดำกับโครเมียม
และล้ออัลลอยขนาด 14-15 นิ้วในบางรุ่น

ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED โคมใส พร้อมตกแต่งด้วยสปอยเลอร์หลังสีดำ และกันชนหลัง
ที่เสริมด้วยช่องตาข่ายสีดำ และปรับลวดลายให้สปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

สีภายนอกมีให้เลือกดังนี้

  • สีเดียวตลอดคัน (Mono-Tone)
    • สีขาวมุก Shining White Pearl
    • สีดำ Black Mica Metallic
    • สีเงิน Bright Silver Metallic
    • สีเหลือง Mustard Yellow Metallic
    • สีแดง Fire Quartz Red Metallic
    • สีน้ำเงิน Laser Blue Crystal Shine
    • สีขาว (เฉพาะรุ่นธรรมดา)
    • สีเขียว Ice Green (เฉพาะรุ่นธรรมดา)
    • สีชมพู Blooming Pink Metallic (เฉพาะรุ่นธรรมดา)
    • สีดำมุก Pearl Black (เฉพาะรุ่น Custom)
    • สีน้ำตาล Plum Brown Crystal Mica (เฉพาะรุ่น Custom)
  • สีทูโทน หลังคาดำ (เฉพาะรุ่น Custom)
    • สีขาวมุก Shining White Pearl
    • สีน้ำเงิน Laser Blue Crystal Shine
    • สีแดง Fire Quartz Red Metallic

สำหรับภายในยังคงจัดวางแบบรวมทุกอย่างไว้ในคอนโซลหน้าเหมือนกับ K-Car รุ่นอื่นๆ แต่ก็มีการ
ตกแต่งชิ้นส่วนต่างๆให้ดูแปลกตาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำลายข้าวหลามตัดบริเวณแผงประตูและ
แผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร พร้อมเสริมการตกแต่งด้วยสีน้ำเงินเข้มหรือสีฟ้าอมเขียว ส่วนรุ่น Custom
มาพร้อมกับแผงคอนโซลกลาง และลายข้าวหลามตัดเป็นสีดำทั้งหมด

ชุดเครื่องเสียงมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา มาพร้อมกับ หน้าจอสัมผัสแบบสีขนาด 6.2 นิ้ว รองรับ
วิทยุ AM/FM พร้อมเครื่องเล่น CD,ช่องต่อ AUX,USB และหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วรองรับ
ระบบนำทาง Navigator และติดตั้งช่องใส่ Micro SD และ และช่องเสียบ USB แยกต่างหาก

มาตรวัดเป็นแบบดิจิตอล ติดตั้งบริเวณแผงคอนโซลกลางที่ลากยาวจนถึงฝั่งคนขับ เสริมด้วย
จอแสดงผลการขับขี่การขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว เสริมฟังก์ชั่นเตือนอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่
มาตรวัดรอบ แสดงการทำงานของระบบปรับอากาศ นาฬิกา และโหมดการขับขี่พร้อมไฟช่วยบอก
พวงมาลัย 3 ก้านตกแต่งด้วยสีเงินที่เปลี่ยนปุ่มควบคุมใหม่ให้ใช้งานง่ายและสวยงามขึ้น

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่เบาะนั่ง นอกจากจะมี 4 จุด และเบาะหลังสามารถ พับ เลื่อนและปรับเอนได้แล้ว
เบาะคนขับยังสามารถเลื่อนได้ไกลสุด 540 มิลลิเมตร ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าสามารถเลื่อน
ได้ไกลถึง 380 มิลลิเมตร ติดตั้งที่พักแขนและถาดสำหรับวางของและขวดน้ำไว้ด้านหลังอีกด้วย

ส่วนประตูเลื่อน นอกจากสามารถเปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถเปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้รถ
รวมถึงระบบช่วยปิดเมื่อปิดประตูไม่สนิท และสามารถสั่งให้ปิดประตูและล็อกรถโดยอัตโนมัติด้วยการ
กดปุ่มเพียงครั้งเดียว

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 660 มิลลิลิตร (0.6 ลิตร) 3 สูบ 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้า
    ที่ 6,900 รอบต่อนที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ CVT มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 660 มิลลิลิตร (0.6 ลิตร) 3 สูบ 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด
    64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ

นอกจากนี้ตัวรถยังคงสร้างขึ้นบนพื้นฐาน DNGA เป็นรุ่นแรก ซึ่งมีการปรับปรุงไปในทิศทางเดียวกับ
TNGA ของ Toyota โดยปรับให้ขับดีขึ้น และมั่นใจกว่าเดิม ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สัน
สตรัทแบบคอย์ลสปริง ด้านหลังมีทั้งแบบคานบิดทอร์ชั่นบีม (รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า) และแบบอิสระ 3 Link
คอย์ลสปริง (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Smart Assist
    • ระบบควบคุมความเร็วและระห่างหน้ารถอัตโนมัติ ACC
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า
    • ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวางด้านหน้า
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
    • ระบบช่วยประคองให้รถอยู่ในเลน
    • ระบบไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ
    • ระบบไฟหน้าแบบปรับองศาการฉายอัตโนมัติ
    • ระบบอ่านป้ายจราจร
    • ระบบดัดกำลังเมื่อเหยียบคันเร่งรุนแรงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
    • ระบบเตือนรถเมื่อเคลื่อนที่ด้านหน้า
    • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ
    • เซนเซอร์มุมกันชน
    • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ไฟบริเวณมุมกันชน
  • ระบบเบรก ABS,EBD
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC,TRC
  • ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

All New Daihatsu Tanto มีให้เลือก 7 รุ่นย่อย (รุ่นธรรมดา 4 รุ่นย่อย + รุ่น Custom 3 รุ่นย่อย)
สนนราคา“ที่ญี่ปุ่น”อยู่ที่ 1,220,400 – 1,873,800 เยน (ราวๆ 346,000 – 531,000 บาท)
เริ่มจำหน่าย“เฉพาะ”ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปด้วยเป้าหมาย 12,500 คัน/เดือน

สำหรับประเทศไทยขอยืนยันว่าจะ“ไม่ได้”จำหน่ายรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าใครอยากได้รถยนต์รุ่นนี้
สามารถดูบทความเกี่ยวกับการคำนวณราคาได้ตามลิงค์นี้ครับ

Comments
Loading...