All New Corolla Altis (Thailand Spec.) : เปลี่ยนโฉมซีดานรุ่นหลักในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

239

หลังจากเปิดตัวไปในตลาดต่างประเทศสำหรับ All New Toyota Corolla ใหม่ ที่เปลี่ยนทั้งงานออกแบบ
และงานวิศวกรรม และยิ่งเปิดตัวในประเทศไต้หวันช่วงเดือนมีนาคม ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของบ้านเราชัดขึ้น
ล่าสุด Toyota ก็ได้เปลี่ยนโฉม Corolla Altis อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับงานออกแบบที่ทันสมัยขึ้น
ออปชั่นจัดเต็มทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัย กับเพิ่มขุมพลัง Hybrid เป็นทางเลือกอีกด้วย
เปิดตัวเมื่อวันที่ 3 กันยายนพร้อมกับดึง ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซนเตอร์อีกด้วย

หน้าตาภายนอกมาจากเวอร์ชั่น Prestige เช่นเดียวกับไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง เริ่มจากไฟหน้า
แบบโปรเจคเตอร์ที่ปรับงานออกแบบให้ยาวขึ้น กระจังหน้าเสริมด้วยเส้นโครเมียมพร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่
ตกแต่งด้วยเส้นแนวนอนพร้อมคาดโครเมียมบริเวณไฟตัดหมอกหน้า

ด้านข้างมาพร้อมกับแนวกระจกที่ลากไปจนถึงเสา C ตกแต่งด้วยสีดำ รวมถึงชายล่างที่มาการตกแต่งลวดลายให้ดู
ฉวัดเฉวียนขึ้น ส่วนด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้ายแบบ LED เสริมด้วยคิ้วโครเมียมพร้อมขยายช่องป้ายทะเบียน
ให้ใหญ่ขึ้นและกันชนหลังเปลี่ยนทรงแผงทับทิมเป็นแนวนอนที่ดูเรียบง่ายขึ้น

สำหรับรุ่น GR Sport จะมาพร้อมกับการตกแต่งพิเศษ คือ ไฟหน้าเป็นแบบรมดำ กระจังหน้าตกแต่งใหม่
เป็นสีทูโทนดำเงา/เงิน เสริมการตกแต่งกันชนหน้าด้วยเส้นสีเงิน ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED พร้อม
ตกแต่งด้วยคิ้วและกรอบสีดำเงา ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว 6 ก้านเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น อีกทั้งยังเสริมด้วย
เสกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์หลังสีดำแบบแนบติดดับฝากระโปรงหลัง

สีตัวถังมามีให้เลือกดังนี้

  • ขาว Super White II (เฉพาะเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร)
  • ขาว White Pearl (เฉพาะเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร)
  • ดำ Attitude Black Mica
  • เงิน Silver Metallic (ยกเว้นรุ่น GR Sport)
  • สีน้ำตาล Phantom Brown (ยกเว้นรุ่น GR Sport)
  • แดง Red Mica Metallic
  • เทาอมฟ้า Celestite Gray Metallic (ยกเว้นรุ่น GR Sport)

ภายในมีออกแบบเดียวกับเวอร์ชั่น Hatchback และ Wagon ในตลาดโลก สีภายในรถมีให้เลือกทั้งทั้งสีดำ
และสีเบจ เสริมด้วยแถบสีเงินบริเวณช่องแอร์ฝั่งซ้ายและขวากับแผงประตูและสีดำเงาบริเวณแผงควบคุม
ระบบปรับอากาศกับคอนโซลเกียร์และลายตะเข็บ พร้อมไฟภายในสีฟ้าบริเวณช่องเก็บของด้านหน้าแผงประตู
และที่วางแก้วข้างเบรกมือที่มีทั้งแบบดึงในรุ่น 1.6 ลิตร และแบบไฟฟ้าในรุ่น 1.8 ลิตร (ทั้งรุ่น GR Sport
และ Hybrid) ส่วนรุ่น GR Sport มีการเสริมด้วยสีแดงบริเวณเบาะนั่งและแผงประตู

ชุดเครื่องเสียงของเวอร์ชั่นไทยมีให้เลือกทั้งแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple Carplay รองรับ
การเชื่อมต่อ USB และ Bluetooth (ในรุ่น HV Hi ติดตั้งระบบ T-Connect Telematics และระบบนำทาง
Navigator มาให้เช่นกัน) ส่วน HV Entry และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร จะเป็นวิทยุธรรมดา ไม่มีจอสัมผัส
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น S-Flow ที่เป่าลมเฉพาะฝั่งคนขับมาให้อีกด้วย รวมถึงติดตั้ง
ระบบกรองอากาศ NanoE มาให้อีกด้วย

มาตรวัดมีให้เลือกทั้งแบบจอแสดงผลขนาด 7 นิ้วสีฟ้า ที่จอตรงกลางสำหรับแสดงผลความเร็วและข้อมูลต่างๆ
พร้อมปรับหน้าตาได้ 2 แบบในรุ่น HV Hi และ HV MID และแบบธรรมดาที่มาพร้อมกับจอแสดงผล
การขับขี่แบบสีขนาด 4.2 นิ้ว ในรุ่น GR Sport และ HV Entry พวงมาลัย 3 ก้านทรงใหม่มาพร้อม
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ จอแสดงผลการขับขี่รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่เปลี่ยนจาก
แบบก้านมาเป็นแบบกดปุ่ม พร้อมมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD แบบสี (ในรุ่นท็อปสุด HV Hi)

ส่วนเบาะนั่งแน่นอนว่าฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะหลังพับแยก
ในอัตราส่วน 60/40 เสริมด้วยที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว กับช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FBE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i พละกำลังสูงสุด
    125 แรงม้าที่ 6,050 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 156 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i พละกำลังสูงสุด
    140 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตรรหัส 2ZR-FXE มีพละกำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที
    แรงบิดมีกำลัง 142 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนที ส่วนแบตเตอรี่ มีกำลัง 72 แรงม้า แรงบิดมีกำลัง
    163 นิวตัน-เมตรที่ (รวมกันแล้วมีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT

Corolla Altis ใหม่สร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA (Toyota New Global Architecture) เช่นเดียวกับ
C-HR และ Camry ที่มีการปรับจูนให้ขับสนุกยิ่งขึ้น รวมถึงเก็บเสียงจากภายในรถให้เงียบกว่าเดิม
จุดศูนย์ถ่วงต่ำและรองรับการบิดตัวได้ดี อีกทั้งช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลัง
เปลี่ยนเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า/หลัง (รุ่น Limo
มีเฉพาะด้านหลังเท่านั้น)

ส่วนระบบความปลอดภัยมีออปชั่นมาให้ดังนี้

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Toyota Safety Sense (เฉพาะรุ่น HV Hi)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS)
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถแบบทุกย่านความเร็ว All-Speed
      Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) พร้อมระบบหยุดและเคลื่อนรถอัตโนมัติ
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert (LDA)
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ตรงกลางแม้ไม่มีเส้นจราจร LTA (Lane Tracing Control)
    • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB)
  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC,TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitor และขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
    (เฉพาะรุ่น GR Sport และ HV Hi)
  • กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น GR Sport,HV Hi และ HV MID)

สำหรับรุ่นย่อยมีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.6 Limo – 829,000 บาท

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ฮาโลเจนพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Rinning Light
    และระบบ Follow-Me-Home
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา
  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วพร้อมยางขนาด 195/65R15
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • คิ้วเหนือป้ายทะเบียนโครเมียม
  • ภายในสีเบจ
  • เบาะผ้า
  • เบาะคนขับปรับสูง/ต่ำได้
  • ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
  • วิทยุ/ซีดี 1 แผ่นรองรับ MP3 พร้อมช่องต่อ USB และ Bluetooth
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศธรรมดา
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมเลื่อนอัตโนมัติทั้ง 4 บาน
  • เซ็นทรัลล็อก
  • กุญแจรีโมท
  • พวงมาลัยยูรีเธน 3 ก้านปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • หัวเกียร์วัสดุ PVC
  • มาตรวัดแบบธรรมดาพร้อมจอแสดงผล MID สีขนาด 4.2 นิ้ว
  • ไฟอ่านแผนที่
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อน
  • ที่วางแก้วน้ำ
  • กล่องคอนโซลกลาง
  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC,TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer

1.6 G – 869,000 บาท
(อุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น 1.6 Limo ดังนี้)

  • ล้ออัลลอย 16 นิ้วพร้อมยางขนาด 205/55R16
  • เหล็กกันโคลงหลัง
  • มือเปิดประตูด้านนอกโครเมียม
  • เบาะหนัง
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบตั้งเวลาหน่วงได้
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • ช่องแอร์ด้านหลัง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ช่องเสียบ USB บริเวณคอนโซลกลาง

1.8 GR Sport (มาแทน ESport) – 999,000 บาท
(อุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น 1.6 G ดังนี้)

  • ไฟหน้า LED
  • ไฟท้าย Full LED
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED
  • ไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำ
  • ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมก้มลงขณะถอยหลัง (Reverse Link)
  • กระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำเงา
  • เสกิร์ตรอบคัน
  • สปอยเลอร์หลัง
  • กระจกบังลมแบบกันเสียง Acoustic Glass
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 225/45R17
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ/แดง
  • ภายในตกแต่งด้วยสีดำเงา (เสริมสีแดงบริเวณแผงประตู)
  • เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคู่หน้า
  • เบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 60/40
  • ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว
  • เบรกมือแบบไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Carplay
  • มาตรวัดแบบธรรมดาพร้อมจอแสดงผล MID สีขนาด 4.2 นิ้ว
  • ไฟแต่งหน้าบริเวณแผงบังแดด
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย Paddle Shift
  • เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง
  • กล้องมองหลัง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitor
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert

1.8 HV Entry – 939,000 บาท
(อุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น 1.6 G ดังนี้)

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจนตกแต่งพิเศษแบบ Hybrid
  • ไฟท้าย Full LED
  • กระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำเงา
  • กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ
  • ภายในสีดำ
  • ภายในตกแต่งด้วยสีดำเงา
  • มาตรวัดแบบธรรมดาพร้อมจอแสดงผล MID สีขนาด 4.2 นิ้ว
  • ไฟแต่งหน้าบริเวณแผงบังแดด
  • เบรกมือแบบไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง

1.8 HV Mid – 989,000 บาท
(อุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น 1.8 HV Entry ดังนี้)

  • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ตกแต่งพิเศษแบบ Hybrid
  • ไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำ
  • ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคู่หน้า
  • กระจกบังลมแบบกันเสียง Acoustic Glass
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Carplay
  • กล้องมองหลัง
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
  • มาตรวัดแบบจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว
  • เบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 60/40
  • ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว

1.8 HV Hi – 1,099,000 บาท
(อุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น 1.8 HV Mid ดังนี้)

  • ล้ออัลลอย 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 225/45R17
  • กระจกมองข้างก้มลงขณะถอยหลัง (Reverse Link)
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • ม่านบังแดดหลัง
  • ระบบกรองอากาศ NanoE
  • เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมระบบดันหลัง
  • มาตรวัดเสริมบนกระจก HUD (Head-Up Display)
  • ระบบนำทาง Navigator
  • ระบบ T-Connect Telematics
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitor
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Toyota Safety Sense
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS)
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถ Dynamic Radar Cruise Control (DRCC)
      พร้อมระบบ Stop & Go
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ในเลนแม้ไม่มีเส้นจราจร LTA (Lane Tracing Control)
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert (LDA)
    • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB)

ลูกค้าสามารถสัมผัส All New Corolla Altis ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนเป็นต้นไป

Comments
Loading...