ถึงแม้ว่า Chevrolet Colorado ในประเทศไทยได้ปิดฉากพร้อมกับแบรนด์ดังกล่าวจนเป็นข่าวใหญ่
ประจำปี 2020 แต่ในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนา All New Chevrolet Colorado เวอร์ชั่นของตัวเอง
อย่างต่อเนื่อง โดยมีดีไซน์ภายนอกที่ดุดันสุด เท่าที่เคยมีมาภายในที่มีฟังก์ชั่นเต็มพิกัด และขุมพลังเดียว
แต่มี3 ระดับความแรงที่สร้างบนพื้นฐานใหม่ เตรียมทำตลาดในปี 2023

หน้าตาภายนอกมาพร้อมเส้นสายที่แข็งกร้าวกว่ารุ่นที่ผ่านมา ซึ่งถ่ายทอดจากกระบะรุ่นพี่อย่าง Silverado
ทั้งไฟหน้าแบบ LED ทรงเรียวยาวพร้อมกระจังหน้า 2 ชั้นที่มีแถบโครเมียมหนาเป็นเป็นเศษ พร้อมกับ
ไฟตัดหมอกหน้า LED ที่อยู่เหนือกันชนหน้าโดยมีช่องดักลมขนาดเล็กและชายล่างที่ดุดัน

ด้านข้างมาพร้อมแนวกระจกที่มีการตวัดเส้นเล็กๆ พร้อมเส้นสายของตัวรถที่เหลี่ยมสันและแข็งแกร่งขึ้น
เช่นเดียวกับคิ้วซุ้มล้อที่เหลี่ยมสัน ตกแต่งด้วยสีดำและกัดลายพิเศษด้านท้ายแน่นอนว่าไฟเบรกดวงที่ 3
ต้องมีช่องสำหรับไฟเลี้ยวมาให้และอยู่บนหลังคาตามมาตรฐานของรถกระบะอเมริกัน โดยมีฝากระบะมาแบบ
3 มิติ พร้อมสลักหรือติดสติ๊กเกอร์คำว่า Chevrolet เมื่อเปิดออกมาจะมีช่องพิเศษสำหรับใส่ของ และไม้บรรทัด
ที่ฝังในไลน์เนอร์ เสริมปลั๊กไฟกำลัง 110 โวลต์ ตัวไฟท้ายมาเป็น LED ตามสมัยนิยมและกันชนหลังสีดำ
เสริมบันไดบริเวณข้างๆ

ขนาดตัวถังมีดังนี้
  • ความยาว 5,402 – 5,411 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 2,144 มิลลิเมตร
  • ความสูง 2,001 – 2,078 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 3,337 มิลลิเมตร
  • ความสูงจากพื้น 200 – 272 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสารมีการเสริมเอกลักษณ์ของ Chevrolet ยุคใหม่แบบเต็มเหนี่ยว ไม่ว่าจะเป็นช่องแอร์ทรงกลม
เสริมด้วยวัสดุนุ่มและลายตะเข็บหรือวัสดุแข็งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย สิ่งที่เห็นชัดเจนคือชุดเครื่องเสียงแบบจอสีทุกรุ่น
มีทั้งขนาด 8 หรือ 11.3 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) บางรุ่นติดตั้งแอปพลิเคชั่นของ Google โดยตรง พ่วงฟังก์ชั่น
ต่างๆมากมายทั้งแสดงข้อมูลตัวรถแบบ Real-Time,ลักษณะการลุยต่างๆพร้อมจอแสดงผลโหมด Baja (บาฮา)
เต็มรูปแบบ ระบบเสียงมาพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ทั้งนี้สวิตซ์ระบบปรับอากาศจะมีทั้งแบบธรรมดา และแบบ
อัตโนมัติแยกฝั่งที่มีปุ่มเยอะกว่า มาตรวัดเปลี่ยนเป็นแบบจอแสดงผลการขับขี่แบบสีพร้อมกราฟิกสวยงาม
และพวงมาลัย 3 ก้านที่ลดจำนวนปุ่มลงเหลือแค่เท่าที่จำเป็น

ช่องแอร์บริเวณตรงกลางย้ายมาอยู่ด้านล่างของแผงแดชบอร์ด พร้อมสวิตซ์ต่างๆสำหรับควบคุมระบบตัวรถ
หรือระบบ Idling Stop ส่วนมุมชาร์จก็จะมีทั้ง USB ทั้ง Type-A และ Type-C เสริมด้วยชาร์จไร้สาย
คอนโซลกลางมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบรางตรงและสวิตซ์เปลี่ยนโหมดการขับขี่ และเบรกมือไฟฟ้า
อยู่ในแผงเดียวกัน เช่นเดียวกับที่วางแก้วและที่พักแขนตรงกลาง

เบาะนั่งด้านหน้าติดตั้งระบบอุ่นความร้อน ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง บางรุ่นย่อยจะหุ้มด้วยวัสดุ
หนังสลับผ้าพร้อมตะเข็บสีแดง เบาะหลังแยกพับในอัตราส่วน 60/40 และมีช่องเก็บของด้านหลัง
และบนหลังคามาพร้อมไฟอ่านแผนที่ขนาดใหญ่ ไฟแสดงสถานะถุงลมและเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นมี
หลังคามูนรูฟให้เป็นออปชั่นเสริม

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.7 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ปรับการทำงานให้นุ่มนวลขึ้น
    ขับเคลื่อนล้อหน้า/ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีให้เลือก 3 ระดับความแรงดังนี้

    • กำลังสูงสุด 240 แรงม้า แรงบิด 351 นิวตัน-เมตร
    • กำลังสูงสุด 314 แรงม้า แรงบิด 528 นิวตัน-เมตร
    • กำลังสูงสุด 314 แรงม้า แรงบิด 582 นิวตัน-เมตร

โหมดการขับขี่มีทั้งแบบธรรมดา Normal,โหมดลากจูง Tow/Haul, โหมดขับลุยตามสภาพถนนต่างๆ Off-Road
โหมดขับลุยในความเร็วต่ำ Terrain และ โหมดขับลุยด้วยความเร็วสูง Baja สามารถลากจูงได้สูงสุด
1,588 – 3,493 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยตัว

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐานใหม่ พร้อมช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ Coil-Over-Shock ด้านหลังแบบแหนบซ้อนแบบ Semi-elliptic พร้อมโช้คอัพแบบ Twin-Tube และในรุ่น ZR2 จะติดตั้งโช้คแบบ Multimatic DSSV
เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน บางรุ่นย่อยมีการเสริมระบบ Diff-Lock ทั้งแบบธรรมดา หรือ แบบไฟฟ้า พวงมาลัยเป็น
แบบ Rack & Pinion เสริมเพาเวอร์แบบไฟฟ้า และ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อมาให้ทุกรุ่น

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีดังนี้
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Super Cruise
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ สามารถตรวจจับคนข้ามถนนได้
    Automatic Emergency Braking + Forward Collision Alert + Front Pedestrian Braking
  • ระบบเตือนและช่วยให้รถอยู่ในเลน Lane Keep Assist + Lane Departure Warning.
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างพร้อมพวงมาลัยช่วย Blind Zone Steering Assist
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลังพร้อมระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติ Rear Cross Traffic Braking
    + Rear Pedestrian Alert
  • ไฟหน้าแบบปรับการกระจายลำแสงอัตโนมัติ IntelliBeam
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 10 ตำแหน่งเสริมกล้องบริเวณใต้ท้องรถ

All New Chevrolet Colorado มีให้เลือกทั้ง รุ่นพื้นฐาน Work Truck (WT), LT, Z71, รุ่นแต่งสปอร์ต ZR2 และ รุ่นแต่งลุย Trail Boss โดยปจะประกอบในโรงงานที่ Wentzville ในรัฐ Missouri พร้อมทำตลาดในปี 2023

ที่มา : Chevrolet Official