All New BMW X6 : ปรับหน้าตาให้ล้ำขึ้นได้อีก พร้อมขุมพลัง 4 ทางเลือก

276

BMW X6 เป็นรถยนต์ Crossover คูเป้ที่มีงานออกแบบที่ปราดเปรียวกว่า Crossover รุ่นธรรมดา
โดยรุ่นดังกล่าวนับเป็นโฉมที่ 3 สำหรับทำตลาดทั่วโลก ล่าสุด BMW ได้เปิดตัว X6 โฉมที่ 3
อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับงานออกแบบรถที่ดูล้ำสมัยขึ้นไปอีก พร้อมเทคโนโลยีต่างๆมากมาย
รวมถึงเครื่องยนต์ที่มีให้ถึง 4 ทางเลือก เตรียมวางจำหน่ายภายในปลายปี 2019 นี้

หน้าตาภายนอกมีการปรับรูปทรงใหม่เริ่มจากไฟหน้าแบบ LED ที่ปรับขนาดทรงให้เล็กลงกว่าเดิม
และยังมีไฟหน้าแบบ BMW Laserlight ให้เลือก กระจังหน้าที่เหลี่ยมสันและใหญ่โตขึ้น และยัง
สามารถเรืองแสงได้ด้วย และกันชนหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับ
ไฟตัดหมอกหน้า LED และช่องตกแต่งลายตาข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ด้านข้างยังคงมีความลู่ลมเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายตัวรถที่ดูเรียบง่ายและสวยงามขึ้น
คิ้วขอบล้อกับเสกิร์ตข้างที่มีเส้นสายที่ดูดีขึ้น รวมถึงแนวกระจกที่ใหญ่กว่ารุ่นเดิมพอสมควร

ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED ที่มีขนาดเล็กลงแต่ยาวขึ้น ประตูหลังออกแบบใหม่ พร้อมกับย้าย
ช่องใส่ป้ายทะเบียนมาไว้ด้านล่าง ซึ่งคิ้วเหนือป้ายทะเบียนมีเส้นสายที่รับกับแถบสะท้อนแสงอย่างลงตัว
กันชนหลังมีการตกแต่งชายล่างสีดำ พร้อมทำลวดลายให้ฉวัดเฉวียนขึ้น ล้ออัลลอยมีให้เลือดตั้งแต่ขนาด
19 – 22 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)

มิติภายนอกของ BMW X6 มีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,935 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 26 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 2,004 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 15 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,696 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 6 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 42 มิลลิเมตร)

ภายในมีการตกแต่งใหม่ตามสไตล์ BMW ในยุคปัจจุบัน มาพร้อมกับโทนสีภายในดำ พร้อมเสริมด้วย
ลายเคฟลาร์และแถบสีเงินตามจุดต่างๆ พร้อมกับเรียงอุปกรณ์ให้ใช้งานสะดวกขึ้น เสริมด้วยไฟเรืองแสง
สำหรับสร้างบรรยากาศสีส้ม ช่องแอร์มีการปรับให้กลมกลืนกับ แผงควบคุมระบบปรับอากาศ ที่มีจอแสดงผล
ขนาบข้างไว้ตรงกลางและแผงควบคุมชุดเครื่องเสียงที่มีปุ่มต่างๆไว้เท่าที่จำเป็น รวมถึงพวงมาลัย 3 ก้านทรง
เดียวกับ BMW รุ่นใหม่ๆ

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับระบบ BMW’s Live Cockpit พร้อม iDrive เวอร์ชั่นใหม่ มีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง
12.3 นิ้วทั้งมาตรวัดและหน้าจอตรงคอนโซลกลาง รองรับการสั่งงานด้วยเสียงโดยการพูดว่า Hey, BMW
พร้อมสั่งงานด้วยการใช้ท่าทาง,รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมที่ชาร์จ
โทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย พร้อมเครื่องเสียงแบบ Bowers & Wilkins Diamond+ 3D Surround Sound
ที่มีลำโพงถึง 20 ตัว

ภายในมีเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งพร้อมวัสดุหนังแบบ Vernasca ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้
ในอัตราส่วน 40/20/40 พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมีความจุ 580 ลิตร เมื่อพับเบาะแล้วจะ
มีความจุสูงสุด 1,530 ลิตร ส่วนออปชั่นต่างๆมีดังต่อไปนี้

  • เบาะนวดไฟฟ้าคู่หน้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน
  • ที่วางแก้วแบบรักษาอุณหภูมิ
  • หลังคาแบบกระจก Panoramic Glass Roof

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ให้พละกำลังสูงสุด 340 แรงม้าที่ 5,500 – 6,500
    รอบต่อนาที แรงบิด 447 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 5,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
    มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Xdrive ให้เลือก (เฉพาะรุ่น sDrive40i และ xDrive40i)
  • เครื่องยนต์เบนซิน 4.4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ให้พละกำลังสูงสุด 530 แรงม้าที่ 5,500 – 6,000
    รอบต่อนาที แรงบิด 750 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 – 4,600 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
    (เฉพาะรุ่น M50i)
  • เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ให้พละกำลังสูงสุด 265 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที
    แรงบิด 620 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 3,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
    (เฉพาะรุ่น M30d)
  • เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ให้พละกำลังสูงสุด 400 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 760 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
    (เฉพาะรุ่น M50d)

โดยตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน BMW Cluster Architecture (CLAR) มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหน้า
แบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รวมทั้งยังมี Dynamic Handling package ที่ติดตั้งเหล็กกันโคลงแบบ Active Roll Stabilization
และพวงมาลัยแบบ Integral Active Steering ที่สามารถเลี้ยวได้ 4 ล้อตามสภาพถนน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ off-road package ที่มาพร้อมกับช่วงล่างแบบถุงลม และระบบล็อกเฟืองท้าย
M Sport rear differential และโหมดการขับขี่ตามสภาพถนนต่างๆเช่น หิมะ,ทราย,กรวด และหิน

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับออปชั่นดังต่อไปนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างอัตโนมัติ Radar Cruise Control พร้อมระบบ
    หยุดและเคลื่อนรถเองอัตโนมัติ Stop-and-go traffic
  • ระบบเบรกอัตโนมัติ Forward collision warning
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind-spot detection
  • ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ Park distance control
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมควบคุมระถให้อยู่ในเลน Lane-keep assist
  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Automatic lane-change assist
  • ระบบเตือนการชนด้านหลังอัตโนมัติ Rear collision warning
  • ระบบเตือนรถเมื่อขับผิดทาง Wrong-way driving warning systems
  • ระบบเตือนรถเมื่อเคลื่อนบริเวณด้านหลัง Crossing traffic warning

BMW X6 จะประกอบในโรงงานที่ Spartanburg ในรัฐ South Carolina ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยราคาจะเริ่มต้นที่ $64,300 (1,967,000 บาท) ในรุ่น sDrive40i และ $85,650
(2,620,000 บาท) สำหรับรุ่น M50i เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2019
ส่วนประเทศอื่นๆจะตามมาในภายหลัง

ที่มา motor1.com,BMW Press

Comments
Loading...