All New BMW Series 3 : พลิกดีไซน์ให้ล้ำขึ้นพร้อมงานวิศวกรรมใหม่ยกคัน

148

ถึงแม้ว่า BMW จะมีรุ่นเล็กอยู่หลายๆรุ่นสำหรับลูกค้าที่อยากได้แบรนด์หรู แต่มีงบไม่สูงนัก
แต่สำหรับ Series 3 กลับได้รับความนิยมเรื่อยๆจากตัวรถที่ทันสมัยขึ้นในแต่ละรุ่น พร้อมกับ
สมรรถนะที่ยังคงเน้นคนขับมาตลอด 40 ปี พร้อมยอดจำหน่ายมากกว่า 15 ล้านคัน

ล่าสุดก็ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมทั้งคัน โดยเป็นโฉมที่ 7 ของ Series 3 รหัสตัวถัง G20 ที่มาพร้อมกับ
รุ่นธรรมดา Sport และ M Sport เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 2 ตุลาคมในงาน
Paris Motor Show 2018 และเริ่มทำตลาดในเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกปรับให้ดูล้ำสมัยกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า Adaptive LED พร้อม BMW Laserlight
แบบดวงตาคู่ที่แอบมีลูกเล่นการออกแบบพร้อมไฟหรี่ LED ทรงตัว U กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่พิเศษ
ที่มีโครเมียมเชื่อมกันคล้ายสัญลักษณ์ไม่สิ้นสุด (Infinity) กันชนหน้าปรับรูปทรงให้ปราดเปรียวขึ้นพร้อม
ไฟตัดหมอกหน้า LED ทรงเหลี่ยมที่มีกรอบทรงสีดำเงา ส่วนรุ่น Luxury มีการเสริมโครเมียมบริเวณ
กรอบไฟตัดหมอกหน้าและกรอบแผงทับทิม

ด้านข้างมีรูปทรงไม่ต่างจากรุ่นที่แล้ว แต่มีการเกลาเส้นสายให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น อาทิ เส้นขนานที่ลากบนตัวถัง
และชายล่างที่มีเส้นสายที่พริ้วไหว กระจกมองข้างทรงใหม่ที่มีมิติขึ้น ส่วนด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED
ทรงแนวนอน ที่มีการเล่นมิติเล็กน้อย แผงทับทิมที่ย้ายขึ้นมาให้ใกล้กับไฟท้ายมากขึ้นพร้อมเส้นลาก
คั่นกลางบริเวณฝากระโปรงท้าย รวมถึงกันชนหลังที่ดูอลังการขึ้น พร้อมท่อไอเสียที่มีช่องขนาดใหญ่
เพื่อความสดุดตาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วก้านซี่ในรุ่น Luxury และ 19 นิ้ว 5 ก้านคู่ในรุ่น Sport

นอกจากนี้รุ่น M Sport มาพร้อมกับไฟหน้าเสริมเส้นสีฟ้าเล็กๆบริเวณไฟหรี่ กรอบไฟตัดหมอกหน้าที่ใหญ่ขึ้น
ช่องดักลมด้านล่างลายตาข่าย และกระจกมองข้างกรอบสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยลายสปอร์ต 5 ก้านคู่
ขนาด 19 นิ้ว กับกันชนหลังเสริมแถบสีดำบริเวณด้านล่างที่ใหญ่ขึ้น

สีตัวถังมีให้เลือก 12 สี (สีธรรมดา 2 สี + สีเมทัลลิก 10 สี) มาพร้อมกับสีใหม่
อย่างสีน้ำเงิน Portimao Blue Metallic และสีน้ำตาล Vermont Bronze Metallic

ขนาดตัวรถมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,709 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 76 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,827 มิลลิเมตร (กว้างกว่ารุ่นเดิม 16 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,435 มิลลิเมตร (สูงกว่ารุ่นเดิม 1 มิลลิเมตร)
  • ฐานล้อยาว 2,851 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 41 มิลลิเมตร)

ภายในมาพร้อมกับแผงคอนโซลที่ออกแบบเป็นสัดส่วนมากกว่าเดิม ตกแต่งด้วยสีเงินพร้อมลายกราฟิก
พร้อมโทนสีที่มีให้เลือก 3 แบบคือ เบจ ดำ และเทา ปรับปรุงวัสดุให้สัมผัสในจุดต่างๆดีกว่ารุ่นเดิม
ปรับทัศนวิสัยต่างๆให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยไฟสร้างบรรยากาศภายในมีให้เลือก 6 สี
11 ระดับความสว่าง และมีไฟส่องพื้นรถยนต์ภายนอก Welcome Light Carpet เช่นกัน

แผงคอนโซลหน้าของรุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกับ iDrive เวอร์ชั่น 6.0 พร้อมจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว
มาตรวัดเป็นแบบจอสีขนาด 5.5 นิ้ว และชุดเครื่องเสียงแบบ Hi-Fi พร้อมลำโพง 10 ตัว

ส่วนรุ่นจัดเต็มหน้ามาพร้อมกับจอแสดงผลหลักขนาด 10.25 นิ้วที่รองรับฟังก์ชั่นต่างๆทั้ง iDrive
เวอร์ชั่นล่าสสุด 7.0 ที่มีการปรับกราฟิกและฟังก์ชั่นต่างๆให้สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น รวมทั้ง
ติดตั้งระบบนำทางและฮาร์ดดิสก์สำหรับเก็บไฟล์ที่มีความจุถึง 20GB รองรับการเชื่อมต่อ
Apple Carplay Wifi และ USB ที่รองรับทั้งแบบปกติและแบบ USB-C และสามารถสั่งงานได้
ด้วยเสียง,บนพวงมาลัยปุ่มหมุนบริเวณข้างคันเกียร์,สัมผัสหน้าจอหรือใช้ท่าทาง (Gesture Control)
เสริมด้วยชุดเครื่องเสียง Harman Kardon พร้อมลำโพงถึง 16 ตัว

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแยกฝั่งซ้าย/ขวาที่มีจอแสดงผลค่อนข้างเล็ก พร้อมแผงสวิตซ์ที่รวมกัน
เป็นแถวเดียว (ซึ่งบริเวณปุ่มสีเงินจะแสดงการปรับไว้บนจอด้านบนต่างหาก) รวมถึงแผงควบคุมชุดเครื่องเสียง
ที่ลดจำนวนปุ่มให้เหลือเท่าที่จำเป็น แผงคอนโซลกลางมาพร้อมกับแผงควบคุมระบบ iDrive เกียร์อัตโนมัติ
แบบไฟฟ้าพร้อมด้ามเกียร์ทรงล้ำ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Hold,ปุ่มปิดระบบกันไถล ปุ่มปิดระบบ
Auto Start & Stop เซนเซอร์ถอยหลัง,ปุ่มสตาร์ทและปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ รวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว สามารถปรับเปลี่ยนสีกราฟิกได้ตามโหมดการขับขี่เสริมด้วย
มาตรวัดบนกระจก BMW Head-Up Display ที่มีขนาดจอแเสงผลใหญ่กว่ารุ่นที่แล้ว 70% แสดงข้อมูลทั้ง
ความเร็วปัจจุบัน,ความเร็วที่ล็อกไว้ พร้อมข้อมูลเตือนต่างๆ โทรศัพท์ และฟังก์ชั่นความบันเทิง พวงมาลัย
เป็นแบบ 3 ก้านที่มีฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียง,จำกัดความเร็ว,ล็อกความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
สามารถปรับน้ำหนักของพวงมาลัยได้อีกด้วย รวมทั้ง สวิตซ์เปิด/ปิดไฟหน้าเปลี่ยนจากมือบิดมาเป็นปุ่มกด

เบาะนั่งมีการปรับปรุงใหม่ทั้งคู่หน้าออกแบบทรงสปอร์ต พร้อมหุ้มหนัง Vernasca (เป็นทางเลือกเสริม)
และด้านหลังที่เสริมจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX พร้อมพื้นที่มีการจัดสรรพื้นที่เหนือศรีษะ (Headroom)
และพื้นที่วางขา (Legroom) ให้กว้างขวางขึ้น

ออปชั่นพื้นฐานมาพร้อมกับไฟหน้าและระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติระบบเป่าลมเบาะนั่งคู่หน้า กระจกหน้าแบบ
กันเสียง (Acoustic glass) ส่วนออปชั่นสุดล้ำมาพร้อมกับ BMW Digital Key ที่สามารถสั่งล็อก
หรือปลดล็อก โดยใช้ระบบ NFC (Near Field Communication) ผ่านโทรศัพท์มือถือเฉพาะรุ่น

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4 สูบ 184 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 300 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic ขับเคลื่อนล้อหลัง (เฉพาะรุ่น 320i)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4 สูบ 255 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง
    และขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive (เฉพาะรุ่น 330i)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร 6 สูบ 382 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และ
    ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive (ในรุ่น M340i)
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4 สูบ 140 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic
    ขับเคลื่อนล้อหลัง (ในรุ่น 318d)
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4 สูบ 190 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic
    ขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive (ในรุ่น 320d)
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร 6 สูบ 265 แรงม้า แรงบิด 580 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic แบบขับเคลื่อนล้อหลัง (ในรุ่น 330d)

นอกจากนี้ยังมีระบบ Auto Start Stop ดับเครื่องยนต์เวลารถหยุดนิ่งขณะเหยียบเบรก,โหมดการขับขี่
ที่มีให้เลือกทั้งแบบขับสบาย Comfort,ขับประหยัด Eco Pro,โหมดขับขี่สปอร์ต Sport Mode
และโหมด Adaptiveที่ปรับช่วงล่าง พวงมาลัย และเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ

งานวิศวกรรมมาพร้อมกับโครสร้างตัวถังและ Chassisใหม่ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐาน CLAR Platform
ทำให้น้ำหนักตัวรถเบาลง 100 กิโลกรัม แต่ขับขี่ดีขึ้น ไม่ว่าะเป็นการตอบสนองของเบรกและพวงมาลัยดีขึ้น
รวมทั้งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกละกระจายน้ำหนักในอัตราส่วน 50:50 รวมถึงตัวถังที่มีค่าสัมประสิทธิ์อยู่ที่ 0.26

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ Double-Joint Spring Strut ด้านหลังแบบ 5-link suspension ที่ปรับจูนให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ในรุ่น M Sport มีการเพิ่มค่าสปริงจากรุ่นที่แล้ว 20% เพื่อให้ขับสนุกและสบายในขณะเดียวกัน
พร้อมทั้งติดตั้งช่วงล่างแบบ Lift-related Dampers ที่สามารถปรับตามสภาพถนนต่างเพื่อความนุ่มนวล
ในการขับขี่

พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Servotronic ที่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยตามความเร็วรถ รวมทั้งในรุ่น M Sport
มาพร้อมกับพวงมาลัยแบบอัตราทดแปรผันที่ช่วยเพิ่มความเฉียบคมในการเลี้ยวมากขึ้น รวมถึงระบบเบรกที่ปรับจูน
ให้ตอบสนองได้ดีขึ้น

ความปลอดภัยมาพร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆดังนี้

  • Active Cruise Control with Stop & Go – ระบบรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า
    และควบคุมเบรกและคันเร่งอัตโนมัติ
  • City Braking Function – ระบบเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง (Cross-Traffic Alert)
  • Automatic High Beams – ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • Lane Keeping Assistant – ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยให้รถกลับเข้าเลน
  • Park Distance Control – เซนเซอร์ถอยจอดรถรอบคันพร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง

All New BMW Series 3 มาพร้อม 3 การตกแต่ง (Sport,Luxury และ M Sport) ในระยะแรก
จะเป็นคิวของ 320i,330i และบรรดาเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีแผนวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2019
สนนราคาเบื้องต้นอยู่ที่ $40,200 – $42,250 (1,296,000 1,368,000 บาทแบบไม่คิดภาษี)
หลังจากนั้นเป็นคิวของ M340i ในปีเดียวกัน ก่อนที่จะมีเวอร์ชั่นไฟฟ้า 330e ตามมาในช่วงปี 2020
สำหรับประเทศไทยเตรียมเจอกันภายในปี 2019 คาดว่าอาจจะมาอย่างเร็วในช่วงครึ่งปีแรก
ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดโปรดติดตามกันต่อไป

Comments
Loading...