หลังจากที่เปิดตัว Audi A3 โฉมใหม่ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ถึงเวลาตัวแรงอย่าง S3 จะได้
ผลัดโฉมใหม่ โดยคราวนี้มาพร้อมกับงานออกแบบที่เพิ่มความดุดันจาก A3 ในหลายๆจุด ทั้งหน้าตา
ภายนอกและภายใน รวมถึงสมรรถนะที่แรงขึ้น อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นใหม่ๆที่น่าสนใจอีกด้วย พร้อมจำหน่าย
ในยุโรปเร็วนี้

หน้าตาภายนอกมีความโดดเด่นบริเวณไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่แปลกกว่ารถทั่วๆไป เพราะมีทั้งเส้น
ด้านบนและด้านล่างที่เป็นแบบ 6 จุด กระจังหน้า 6 เหลี่ยมลายตาข่ายลากยาวถึงช่องดักลมที่เป็นเอกลักษณ์
รวมถึงช่องขนาบข้างขนาดใหญ่เสริมด้วยเส้นสีดำเงา

ด้านข้างมาพร้อมกับความเรียบง่ายด้วนเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกระจกมองข้างสีดำและล้ออัลลอย
5 ก้านทรงเหลี่ยมเสริมชายล่างสีดำ ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังสีดำ ไฟท้าย LED ที่มีลวดลาย
สไตล์ Audi มีลวดลายแปลกตา พร้อมแถบสะท้อนแสงที่อยู่ด้านบนช่องดักลมด้านล่าง พร้อมแถบด้านล่างสีดำ
และปลอกท่อไอเสียโครเมียม ส่วนรุ่น Sportback ครึ่งคันหน้าเหมือนกัน แต่ครึ่งคันหลังปรับรายละเอียดที่
แนวกระจกกับฝาท้ายเพื่อให้สอดคล้องกับตัวถัง Hatchback มากขึ้น

ภายในปรับให้ดูล้ำสมัยขึ้น ทั้งช่องแอร์ฝั่งผู้โดยสารที่มาเป็นแนวยาว และฝั่งคนขับที่ขนาบข้างกับมาตรวัด
เสริมด้วยลายตะเข็บด้านบน พร้อมแผงสีเงินที่มาเป็นแนวยาวและเก๊ะเก็บของขนาดใหญ่ นอกจากนี้ฐานเกียร์
ยังตกแต่งด้วยสีเงินรอบนอก และสีดำเงาบริเวณด้านในเช่นกัน

ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ที่มีหน้าตาเมนูสไตล์ Audi ยุคปัจจุบัน ติดตั้งระบบ MIB4
ที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่อ LTE รองรับ Wifi Hotspot,เพิ่มระบบนำทาง Navigator ที่สามารถ
รายงานการจราจรแสดงภาพมุมสูงจาก Google Earth พร้อมสามารถตั้งต่าระบบปรับอากาศได้ถึง
6 รูปแบบตามที่ คนขับตั้งค่าไว้ นอกจากนี้นังรองรับ Audi Connect Key ควบคุมรถผ่านโทรศัพท์
ระบบ Android รองรับการสั่งงานด้วยเสียงที่พูดตามปกติ เสริมด้วยระบบเสียงจาก Bang & Olufsen

Interior

ถัดลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งที่สามารถปรับการรับอากาศเข้า/ออกอัตโนมัติ
พร้อมปรับโหมดการทำงานได้ถึง 4 รูปแบบ ส่วนแผงคอนโซลเกียร์มีสวิตซ์ควบคุมระบบต่างๆ
ช่องเสียบ USB 2 จุดเสริมด้วยไฟ LED ปุ่มสตาร์ทและปุ่มปรับเครื่องเสียงอยู่ระนาบเดียวกัน อีกทั้ง
เกียร์อัตโนมัติเป็นแบบสวิตซ์เลื่อน และปุ่มกดเมื่อเข้าเกียร์จอด รวมถึงเบรกมือที่เป็นแบบไฟฟ้าอีกด้วย

ชุดมาตรวัดเป็นแบบแสดงผลกราฟิกเต็มจอ Audi virtual cockpit  ที่มีขนาด 10.25 นิ้วและ 12.3 นิ้ว
ซึ่งแสดงผลได้ถึง 3 รูปแบบ เสริมด้วยมาตรวัดบนกระจก Head-Up Display ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบ
3 ก้านหุ้มหนังแบบเจาะรู พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นระเบียบ ตกแต่งด้วยสีเงินและสีดำเงา เสริมโลโก้
S ไว้ที่ด้านล่างเหมือนกับรุ่นอื่นๆที่เป็นรุ่น S ส่วนเบาะหน้าปรับปรุงใหม่ ซึ่งลวดลายเบาะนั่งทำจาก
ขวดพลาสติกรีไซเคิล พร้อมลายตะเข็บที่เป็นเอกลักษณ์

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ TFSI 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 310 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S-Tronic พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ทำความเร็ว
    0-100  กิโลเมตร/ชม.ภายในเวลา 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบเมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบอิสระ 4-Link ตัวรถมีเตี้ยลงจาก A3
15 มิลลิเมตร พร้อมปรับจูนช่วงล่างให้สปอร์ตขึ้น เสริมด้วย Damper Control พร้อมดิสก์เบรก
ทั้ง 4 ล้อที่ใช้ไฟฟ้ามาช่วยเบรกอีกด้วย

ความปลอดภัยได้ติดตั้งระบบต่างๆดังนี้

  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วจากรถข้างหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง ขณะถอยหลัง และขณะกำลังออกจากรถ
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ

Audi S3 เริ่มทำตลาดที่ยุโรปในเดือนตุลาคม 2020 สนนราคาเริ่มต้นที่ 46,302.53 ยูโร (หรือราวๆ
1,696,000 บาท) ในรุ่น Sportback และ 47,179.83 ในรุ่น Sedan (ราวๆ 1,728,000 บาท)

ทั้งนี้ ในประเทศอังกฤษยังมีรุ่น Edition One ที่มาพร้อมกับสีเหลือง Python Yellow ในรุ่น Sportback
และสีแดง Tango Red ในรุ่น Sedan มาะร้อมกับล้ออัลลอย 19 นิ้ว,ตกแต่งภายนอกสีดำพร้อมเบาะหนัง
แบบ Nappa โดยมีราคาเริ่มต้นที่  37,900 ยูโร (1,389,000 บาท) และ 38,465 ยูโร (1,409,000 บาท)
ส่วนประเทศไทยจะได้สัมผัสหรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป

ที่มา : Audi Official

Facebook Comments