Acura MDX เป็น SUV ขนาดกลาง 7 ที่นั่งที่เป็นเวอร์ชั่นหรูหราของ Honda Pilot (ซึ่งรุ่นดังกล่าว
จะเน้นความดุดันและดูลุยกว่าชัดเจน) เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2000 และทำยอดขายมาดีพอสมควร
ณ เวลานี้ Honda ได้เปิดตัว MDX โฉมที่ 4 ออกมาอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการปรับงานออกแบบ
ใหม่ยกเครื่อง รวมถึงขุมพลังใหม่ และเทคโนโลยีหลากหลาย พร้อมทำตลาดแล้วเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมาพร้อมความแปลกตากว่ารุ่นที่ผ่านมา เริ่มจากไฟหน้า LED ที่มีความเรียวเล็ก
เสริมด้วยเส้น Daytime Running Light ที่มีการตวัดเส้นเล็กน้อยเพื่อความแปลกตา กระจังหน้า
มาพร้อมลายเกล็ดที่ดูล้ำสมัย พร้อมโลโก้ Acura ขนาดใหญ่ ส่วนกันชนหน้ามีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว
โดยมีเส้นใต้ไฟหน้าที่เข้ากับช่องดักลมและไฟตัดหมอกหน้า เสริมการตกแต่งด้วยช่องสีดำ

ด้านข้างมีการตกแต่งแนวกระจกที่มีการตวัดเส้นบานหลังสุดขึ้น พร้อมตกแต่งด้วยสีดำทั้งชุดรวมถึง
กระจกมองข้างเพื่อความดุดัน เส้นสายด้านข้างมีความเหลี่ยมสันและล้ำสมัย พร้อมชายล่างตกแต่ง
ด้วยคิ้วกันกระแทกสีดำในรุ่น Type-S (ส่วนรุ่นแต่งหรูยังมีคิ้วโครเมียมและกระจกมองข้างกรอบ
สีเดียวกับตัวรถมาให้เช่นเคย)

ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้ายเรียวเล็ก พร้อมเส้น LED แบบยาว พร้อมแถบเหนือป้ายทะเบียนที่ลอยขึ้น
เพื่อความกลมกลืน อีกทั้งส่วนล่างมีการไล่ระดับเพื่อให้ดูภูมิฐาน แน่นอนว่าชายล่างและคิ้วขอบล้อ
เป็นสีดำตามสมัยนิยม อีกทั้งติดตั้ง Panoramic Moonroof เพื่อสร้างบรรยากาศ

ภายในมาพร้อมกับแผงคอนโซลสุดอลังการ โดยมีการตกแต่งด้วยสีดำ พร้อมตะเข็บสีแดงและวัสดุนุ่ม
(หนัง Milano) ช่องแอร์ตกแต่งส่วนบนด้วยสีเงิน และสีดำเงาในบริเวณที่เหลือ ส่วนบริเวณด้านล่าง
ตกแต่งที่แผงคอนโซลส่วนล่างและบริเวณที่รองเข่า,ที่พักแขน เบาะนั่ง และแผงประตู โดยมีให้เลือก
รวม 6 สีทั้ง สีดำ Ebony,สีเบจ Parchment,สีเทา Graystone,สีน้ำตาล Espresso,สีดำ/แดง
Red leather with black Ultrasuede inserts อีกทั้ง ยังมีไฟเรืองแสง Ambient Light
บริเวณแผงประตูและคอนโซลหน้า

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว โดยควบคุมผ่านปุ่มและ Trackpad บริเวณ
คอนโซลกลางที่สามารถสั่งงานโดยการเขียนด้วยลายมือและการแปัดนิ้ว (Swipe) รองรับระบบ
Apple Carplay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้ง CPU ของระบบปรับให้มีประสิทธิภาพขึ้น
รองรับระบบ Amazon Alexa และชาร์จไร้สาย ส่วนลำโพงมีทั้งแบบ 9 ลำโพง 7 Channel กำลังขับ
350 วัตต์,แบบ ELS  12 ลำโพง 12 Channel กำลังขับ 550 วัตต์ และแบบ ELS 3 มิติ 16 ลำโพง
16 Channels กำลังขับ 710 วัตต์

นอกจากนี้ระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกฝั่งพร้อมสวิตซ์สีเงินที่ปุ่มปรับอุณภูมิ และสีดำเงาในปุ่มอื่นๆ
ฐานเกียร์และเบรกมือไฟฟ้าปรับงานออกแบบใหม่ให้แตกต่างจากรุ่นอื่น ตกแต่งด้วยสีดำเงาและสีเงิน
มาตรวัดมาพร้อมกับ Acura Precision Cockpit ขนาด 12.3 นิ้วที่มีความเรียบง่าย พร้อมกราฟิก
สีดำ/แดง รวมถึงจอแสดงผลการขับขี่เสริมบนกระจกที่มีขนาด 10.5 นิ้วแบบจอสี

เบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวแรก สามารถปรับไฟฟ้าได้ 16 ทิศทางพร้อมระบบ
เป่าลมร้อน/เย็นทั้งคู่ ส่วนเบาะแถว 2 สามารถปรับเอนได้ และเบาะแถวกลางที่พับลงเป็นที่พักแขน
พร้อมที่วางแก้ว และยังถอดออกเพื่อให้สามารถเดินไปเบาะแถว 3 ได้สะดวกขึ้น พร้อมม่านกันแดด
บริเวณแผงประตูคู่หลังและเบาะแถว 3 มีขนาดใหญ่เพื่อให้นั่งสบาย โดยพื้นที่ภายในมีการขยาย
Headroom 0.4 นิ้ว ขยาย Legroom 2.4 นิ้ว และเบาะสูงขึ้นจากพื้น 2 นิ้ว

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 พร้อมวาล์วแปรผัน i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 290 แรงม้า แรงบิด
    267 ลูกบาศ์ก-ฟุต (362 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ มีให้เลือกทั้งแบบ
    ขับเคลื่อนล้อหน้า และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ SH-AWD (ในรุ่นปกติ)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3.0 ลิตร V6 พร้อมวาล์วแปรผัน i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 355 แรงม้า
    แรงบิด 267 ลูกบาศ์ก-ฟุต (480 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ และ
    ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ SH-AWD (ในรุ่น Type-S)

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ SH-AWD มีการพัฒนาใหม่ที่เพิ่มแรงบิดที่ล้อหลัง 40% และถ่ายน้ำหนัก
แรงบิดจากล้อหน้าไปล้อหลังเร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อีกทั้งถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อหลังได้
มากถึง 70% โดยกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและล้อขวาได้ถึง 100%

งานวิศวกรรมมาพร้อมกับพื้นฐานใหม่ พร้อมช่วงล่างก้านหน้าอิสระ Double Wishbone ส่วนด้านหลัง
เป็นอิสระ Multilink พร้อมปรับปรุงการขับขี่ และการควบคุมให้ดีและสะดวกสบายขึ้นกว่ารุ่นเดิม อีกทั้ง
ล้อหน้าติดตั้ง Damper อลูมิเนียมที่ลดเสียงรบกวนได้ถึง 45% (จากรุ่นเดิม),เสริม Subframe ใหม่
เพื่อให้การขับขี่ดีขึ้น ส่วนด้านหลังติดตั้ง Damper เพื่อลดเสียงรบกวนจากรุ่นเดิม 80% พร้อม
พัฒนาช่วงล่างหลังให้ดีขึ้น ส่วนระบบเบรกในรุ่น Type-S มาพร้อมกับ Brembo ที่ล้อคู่หน้า

Acura MDX มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย สนนราคาระหว่าง $46,900 – $48,900 (ราวๆ 1,411,000
ถึง 1,471,000 บาท) เริ่มจำหน่ายในอเมริกาเหนือเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ส่วนประเทศอื่นๆอาจจะ
ตามมาในภายหลัง