5 รถมือสองน่าใช้แห่งปี 2019

3,983

สวัสดีปีใหม่ไทย 2019 หรือเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย ก่อนอื่นใดขออวยพรให้ผู้อ่าน Carside.in.th
มีความสุขสนุกกับเทศกาลสงกรานต์ เดินทางปลอดภัย และที่สำคัญ เมาไม่ขับ ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับ
สถานการณ์และช่องเดินรถ รวมทั้งถ้าสภาพร่างกายไม่พร้อมขับขี่รถยนต์ ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทางครับ

วันนี้ ทาง Carsideteam ขอนำเสนอรถยนต์มือสองที่ราคาน่าฟัง ตัวรถน่าใช้ สำหรับท่านที่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์
ในแบบต่างๆ แต่อาจจะเอื้อมราคารถใหม่ป้ายแดงลำบาก โดยยกมา 5 คัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับท่านผู้อ่านให้เลือกกัน
รออะไร ไปอ่านกันได้เลยครับ

1. Toyota Hilux Vigo (ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 250,000-550,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อยและปีรถ)

ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง หากเรานึกถึงรถกระบะที่ยอดนิยมในตลาดมือสอง คงหนีไม่พ้น Isuzu TFR เครื่อง
Direct Injection ที่มาพร้อมความทนทานและประหยัด จนกระทั่งการมาของ Toyota Hilux Vigo
ในปี 2005 ที่ปฏิวัติงานออกแบบ ความหรูหรา มาพร้อมความแรงและประหยัดในเวลาเดียวกัน
พร้อมกับราคาเปิดตัวที่ถูกกว่า Tiger D4D จึงทำให้ Hilux Vigo เป็นรถกระบะที่หลายบ้าน
พาเข้ามาแทนที่รถกระบะคันเก่าในบ้าน และสามารถทำให้ Toyota ทำยอดขายได้เหนือกว่า Isuzu
โดยป้องกันแชมป์กระบะขายดีจาก Isuzu ได้นานถึง 12 ปี ซึ่งเป็นตลอดเวลาอายุตลาดของ Hilux Vigo
ก่อนที่จะเสียตำแหน่งนี้ให้แก่ Isuzu ในปัจจุบัน

สำหรับราคามือสองในตอนนี้ หากเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 ประตูโฉมแรกตัวเตี้ย
ราคาเริ่มที่ 250,000 บาท แล้วแต่ปีและสภาพ และราคาแพงสุดอยู่รุ่นที่รุ่น 4 ประตู
ขับเคลื่อน 4 ล้อในโฉม Vigo Champ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร จะอยู่ที่ 550,000 บาท

สำหรับเรื่องที่ต้องเตรียมหลังจากซื้อมา ควรหาจานเบรกและผ้าเบรกที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม
รวมทั้งช่วงล่างที่ควรหาโช๊คอัพที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้การขับขี่ดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดบอดของ Hilux Vigo
ในช่วงตลอดอายุตลาด นอกนั้นอาจมีซ่อมบำรุงตามปกติของรถยนต์มือสอง แต่สบายใจได้
อะไหล่ของ Hilux Vigo หาง่ายและราคาไม่แพงครับ หากท่านใดต้องใช้รถกระบะซักคัน
แต่ยังไม่มีเงินมากพอเอื้อมรถใหม่ป้ายแดง Hilux Vigo ยังคงความเป็นรถกระบะที่น่าใช้อยู่
และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ


2. Honda Civic FD (ราคาเริ่มต้นที่ 250,000-350,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อยและปีรถ)

หากนึกถึงรถเก๋งขนาด C-Segment ที่เปลี่ยนงานออกแบบ การขับขี่ที่ยกระดับให้เหนือกว่าคู่แข่ง
หนึ่งในรถเก๋งที่พูดถึงในยุคนั้น ก็คงเป็น Civic ในรหัสตัวถัง FD ที่ขนาดรถใหญ่ขึ้นจาก EK และ ES
ห้องโดยสารที่ออกแบบให้กว้างขึ้น คอนโซลที่จัดวางอุปกรณ์และหน้าปัดออกมาได้สวยงาม
และรูปทรงที่เป็นว่าเป็น Civic ในยุค Millennium งานออกแบบที่เป็น Timeless Design ต่อมาจาก EG
ที่ต่อให้เวลาผ่านไปเท่าไร ก็ยังคงความสวยงามและร่วมสมัยจนถึงปัจจุบัน

สำหรับราคา ณ ตอนนี้ อยู่ที่ 250,000 บาทหรือาจถูกกว่านี้ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรในรหัลเครื่องยนต์
และสำหรับที่ชอบความแรงแบบกำลังดี ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรรหัสความแรงอย่าง K20 ฝาขาว
อยู่ที่ 280,000 บาท ทั้งนี้แล้วแต่สภาพรถและปีรถ โดยรุ่น Minor Change ที่เป็นไฟท้ายจากไฟเบรกวงกลม
เป็นแบบแปดเหลี่ยม จะราคาสูงกว่านี้นิดหน่อย ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ควรระวังเรื่องเสียงโซ่สายพานราวลิ้น
ซึ่งเป็นอาการประจำรุ่น และด้วยความที่งานประกอบของ Honda อาจมีชิ้นส่วนบางชิ้นเริ่มปริแตก เช่น
คอนโซลและมือจับต่างๆ แต่ไม่ต้องกังวล อะไหล่สามารถเบิกศูนย์บริการใกล้บ้านได้ครับ นอกนั้นการบำรุงรักษา
ก็ดูแลปกติเหมือนรถยนต์ทั่วไปครับ จัดว่าเป็นรถเก๋ง C-Segment ที่คงความน่าใช้จนถึงปัจจุบันอีกหนึ่งรุ่น


3. Nissan Teana J32 (ราคาเริ่มต้นที่ 370,000-520,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อยและปีรถ)

หากนึกถึงรถเก๋ง D-Segment ที่เน้นเรื่องห้องโดยสารที่สบาย หรูหรา ตัวรถไม่ดูโฉบเฉี่ยว แต่คนให้ความสนใจ
จับจองเป็นเจ้าของ ก็คงต้องนึกถึง Teana ในรหัสตัวถัง J32 ที่นั่งสบาย ภายในเน้นความหรูหราโดยการ
เล่นสีภายในเบจตัดกับลายไม้ที่ดูลงตัว เบาะที่นั่งสบายเหมือนโซฟาราคาแพง และการขับขี่ที่ปรับแต่ง
เพื่อความสบายมากกว่าขับขี่สนุกจึงทำให้เป็นรถเก๋งที่น่าใช้รุ่นหนึ่ง จนกระทั่งการมาของ Teana
ในรหัส L33 ที่เปลี่ยนทั้งงานออกแบบ การขับขี่ยอมละทิ้งสิ่งดีๆของตัวเอง จนยอดขายบางเดือน
เหลือแค่หลักร้อยคัน และอาจยกเลิกการทำตลาด Teana เมื่อหมดอายุตลาด

สำหรับราคาของ Teana J32 ตอนนี้ในรุ่น 2.0 เริ่มต้นที่ 370,000 บาท แต่ถ้าหากค่าน้ำมันไม่ใช่ปัญหา
รุ่นเครื่องยนต์ V6 ความจุ 2.5 ลิตร ที่ราคาเริ่มต้นที่ 430,000-450,000 บาท ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
ให้กับท่านที่ต้องการรถเก๋งขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการขับขี่เดินทางไกล ส่วนเรื่องที่น่าห่วงคือ

ปัจจุบันคุณภาพชิ้นส่วนต่างๆของ Nissan อายุค่อนข้างสั้นและเปราะหากสามารถไล่เปลี่ยนเป็นของเบิกศูนย์ได้
จะดีมากและใช้งานได้อย่างสบาย รวมทั้งคอนโซลที่มีอาการปูด ก่อนซื้อ ให้ดูสภาพภายในรถประกอบด้วย
และอีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวลคือ การที่ไม่มี Oil Cooler ระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ในรุ่นก่อน Minor Change

หากซื้อเป็นรุ่นก่อน Minor Change การซื้อ Oil Cooler ระบายความร้อนน้ำมันเกียร์มาติดตั้ง
ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนรุ่น Minor Change นั้น มีติดตั้งมาจากโรงงานแล้ว นอกนั้นก็นับว่า
เป็นรถที่ขับสบาย น่าใช้ขับขี่ทางไกลครับ


4.Isuzu Mu-7 (ราคาเริ่มต้นที่ 350,000-520,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อยและปีรถ)

เมื่อลองสอบถามในทีมว่า รถมือสองรุ่นไหนน่าใช้บ้าง เสียงของ Army_Nutty ก็มี Isuzu Mu-7
อยู่ใน List ขึ้นมาทันที พอมานั่งเทียบปีรถ ราคาแล้ว ก็เรียกว่าถูกกว่า Toyota Fortuner ที่ปีเดียวกัน
ราคายังคงแพงระยับ ทั้งที่ช่วงล่างของ Mu-7 ซึ่งเป็นแหนบแท้ๆ กลับทุกปรับแต่งออกมาได้นั่งสบาย
และเกาะถนนกว่า 4 Link อย่าง Fortuner เสียด้วยซ้ำ

แต่ด้วยความที่เบาะแถว 3 นั้น เหมือนใส่มาพอเป็นพิธี ใช้งานจริงไม่ได้ แล้วการออกแบบด้านท้าย
เหมือนรีบทำออกมาขายจนลืมดูว่า มันไม่ได้ลงตัวและเข้ากับด้านหน้า จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยมนัก
และทำให้ราคามือสอง ร่วงระนาว จนรู้สึกแบบเดียวกับ Army_Nutty ว่า เฮ้ย ราคานี้ก็น่าใช้นะ

สำหรับ Mu-7 จะถูกแบ่งเป็น 2 รุ่นคือเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ มีให้เลือกแค่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร
ที่ถูกใจขาซิ่งสายกระบะ โดยรุ่นแรก จะเป็นกล่อง ECU แบบปลั๊กอยู่หน้าบอร์ดและปลั๊กใหญ่ จะมีปัญหาเรื่อง
รอบช่วง 2200 รอบ/นาที มีอาการสะดุดบ้าง จนมาในรุ่น 3.0 VGS Turbo ที่กล่อง ECU เป็นปลั๊กเสียบด้านข้าง
และการมีเทอร์โบแปรผัน จึงทำการตอบสนองในการขับขี่ ทำได้ดีขึ้นและขับสนุกกว่า ดังนั้น รุ่นแรกจึงมีราคาถูก
โดยเริ่มต้นที่ 350,000 บาท และในรุ่น VGS Turbo อยู่ที่ 420,000 บาท โดยจุดสังเกตนอกจากกล่อง ECU แล้ว

ฝากระโปรงด้านหน้าในรุ่น VGS Turbo จะมีช่องดักลมเข้า Intercooler ที่ย้ายจากรุ่นแรกมาอยู่บนฝาครอบเครื่อง
สำหรับอาการอื่นที่น่าห่วงคือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ควรเลือกปั๊มน้ำมันที่สะอาด เพราะอาจ ส่งผลต่อ SCV Valve
(Suction Control Valve) หรือที่ภาษาช่างเรียกว่า “สวิตช์ท้ายปั๊ม” อาจเสียหายจนกลายเป็นอาการประจำตัว
และอาการกินน้ำมันเครื่อง หากใช้ไปนานๆ ควรตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องและเลือกใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพดี
เพื่อลดอาการกินน้ำมันเครื่อง นอกนั้นก็มีการดูแลรักษาปกติเหมือนรถทั่วไป ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงนัก


5.Toyota Soluna Vios (ราคาเริ่มต้นที่ 110,000-210,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อยและปีรถ)

เมื่อนึกถึง Toyota หลายคนอาจนึกถึงรถที่ขับใช้ปกติ ซ่อมง่ายสบายใจ แต่การขับขี่อาจจะไม่ได้ถูกใจนัก
แต่ครับ เมื่อ 

และด้วย ณ ตอนนั้น การวางหมากของ Honda ที่พา City เครื่อง i-Dsi แรงม้าน้อยเข้ามา จึงทำให้ Vios โฉมนี้
กินหมากบนกระดานเกมส์นี้จนเรียบ และถ้าหากถามว่ารถรุ่นนี้นิยมขนาดไหน ขนาดอาจารย์สอนวิชาสังคมที่เป็น
คู่กรณีผมสมัยเรียน ม.ปลาย ยังยอมซื้อมาใช้ทั้งที่อีกไม่กี่ปี ณ ตอนนั้นแกเองก็จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งคาดว่าตอนนี้
รถคันนั้นก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน เพราะแกคงไม่ค่อยขับไปไหนแล้ว

สำหรับราคาตอนนี้ ถ้าเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา กระจกมือหมุน ราคาอยู่ที่ 100,000-110,000 บาท ทั้งนี้
แล้วแต่สภาพของรถและรุ่น Minor Change จะอยู่ที่ 150,000-210,000 บาท แล้วแต่สภาพรถเป็นหลัก
สำหรับสิ่งที่ควรปรับปรุงหลังจากได้รถมา คือชุดคอยล์จุดระเบิดที่อาจเสื่อมตามเวลา ทำให้เครื่องเดินสะดุด
รวมทั้งท่อไอดีที่เป็นพลาสติก อาจมีรอยร้าว ซึ่งสามารถเบิกศูนย์ได้ในราคาไม่แพงนักตามประสา Toyota

นอกนั้นก่อนซื้อควรดูสภาพตัวถังรถว่ามีชนหนักมากหรือไม่ เพราะในยุคนั้นก็ถือว่าเป็นรถยนต์หัดขับ
สำหรับคนที่มีรถคันแรก ถ้าแผลไม่ใหญ่ อันนี้พอต่อราคาเพื่อเอาไปเก็บสีได้ แต่ถ้ารอยเม็ดอาร์ค
งานเชื่อมตะเข็บตัวถังรถดูแปลกไป สีรถดูแปลกไป เลี่ยงได้ควรเลี่ยงครับ เพราะอาจเคยมีอุบัติเหตุหนัก
นอกนั้นการบำรุงรักษาก็เหมือนปกติ อาจจะง่ายรถรุ่นอื่น เพราะระบบไฟฟ้าของเครื่อง 1NZ-FE ไม่จุกจิก
และซ่อมบำรุงง่ายกว่า Vios รุ่นหลังๆที่เริ่มมาใช้คันเร่งไฟฟ้า


เป็นยังไงกันบ้างครับ กับรถมือสอง 5 รุ่นที่ยังน่าใช้ในปี 2019 สุดท้ายนี้ ถ้าหากไม่ชัวร์ว่ารถคันท่านผู้อ่าน
สนใจสภาพจะเป็นยังไง แนะนำให้พาช่างสี หรือคนที่ดูรถมือสองเป็นไปด้วย และพยายามดูหลายๆคัน
เพื่อดูความต่างในแต่ละคันว่ามีความปกติของคันไหนบ้าง คันไหนสภาพสมบูรณ์

และอย่างสุดท้าย หากต้องซื้อด้วยการผ่อน ขอให้ท่านคิดถึง ดอกเบี้ยรถมือสองที่แพงระยับก่อนตัดสินใจ
ทำสัญญาซื้อขาย เพราะการผ่อนรถหนึ่งคัน เป็นภาระในระยะยาว อย่าให้”พาหนะ”มาเป็น”ภาระ”ของท่านครับ

สวัสดีปีใหม่ไทย 2562 ครับ

 

Comments
Loading...