[Interest] 4 การเปลี่ยนแปลงใหม่ของ Nissan Teana Minorchange

71

แน่นนอนกว่ากระแสของ All New Camry กำลังดังจนหยุดไม่อยู่ อย่างไรก็ตาม คู่แข่งรายสำคัญอย่าง
Nissan Teana ได้ทำการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์แล้ว หลายๆคนอยากรู้ว่า 4 จุดหลักที่เปลี่ยนไปจาก
Teana รุ่นเดิม มีอะไรบ้าง ทางเราจะมาเจาะลึกให้ชมกันครับ

1.หน้าตาภายนอกใหม่

แม้ว่าจะมาช้ากว่าประเทศอเมริกาและจีน (รวมถึงเวียดนาม) แต่ประเทศไทย เป็นประเทศแรกที่เปิดตัว
เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา แน่นอนว่าหน้าตาภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ อาทิ

  • ไฟหน้าใหม่ที่เปลี่ยนโคมมาเป็น LED (จากเดิมเป็น Bi-Xenon) ที่ย้ายไฟหรี่กับไฟเลี่ยวมาไว้ในโคมไฟหน้า
    (จากเดิมที่ติดตั้งในกันชนหน้าบริเวณเดียวกับไฟตัดหมอก) พร้อมตัวไฟหรี่มาในทรงบูมเมอแรง แน่นอนว่า
    มาพร้อมกับ LED พร้อมเป็นไฟส่องสว่างเวลากลางวันอีกด้วย
  • กระจังหน้าจากเดิมเป็นเส้นแนวนอน 2 เส้นพร้อมกรอบโครเมียมยาวๆที่หลายคนมองว่าเหมือน Sylphy
    มาคราวนี้ปรับทรงใหม่ เป็นทรง V-Motion พร้อมเส้นแนวนอน 3 เส้นสีดำเงา
  • ไฟตัดหมอกหน้าเสริมการตกแต่งด้วยโครเมียมทรงยาว
  • ตัดที่ล้างโคมไฟหน้าออกไปจากรุ่น 2.5 XV ซึ่งออปชั่นนี้ไม่ว่าจะเป็น Altima เวอร์ชั่นอเมริกา
    หรือเวอร์ชั่นจีน จะไม่มีมาให้ ดังนั้น เวอร์ชั่นไทยก็เอาออกไปด้วยเช่นกัน

ส่วนด้านข้างยังคงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับด้านท้าย แม้ว่าในเวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้าย (จีน อเมริกา และเอเชีย
บางประเทศ) มาพร้อมกับไฟท้ายแบบ 2 ก้อนและถอดโครเมียมด้านในออก แต่ในเวอร์ชั่นไทย ยังมีรายละเอียด
เหมือนกับรุ่นเดิมทุกประการ รวมถึงถอดโลโก้ Pure Drive Xtronic CVT ออกไปอีกด้วย

(ซึ่งไม่ใช้เรื่องใหม่สำหรับค่ายนิสสัน เนื่องจากที่ผ่านมายังมีเคสแบบนี้ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น
Tiida Latio เวอร์ชั่นจีนมาพร้อมกับไฟท้ายใหม่ แต่ในตลาดโลกยังคงใช้ไฟท้ายเดิม หรือจะเป็น
Teana J32 รุ่นที่ผ่านมา ในเวอร์ชั่นไทย จีน และอินโดนิเซียมาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ แต่ใน
บางประเทศ ยังคงใช้หน้าเดิม แต่ไฟท้ายเป็นแบบใหม่ เป็นต้น)

2.อุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้น

ถึงแม้ว่าเวอร์ชั่นอเมริกามีการตกแต่งขอบเมทัลลิกใหม่บริเวณคอนโซลกลาง แต่นอกตลาดอเมริกา
ยังมีรายละเอียดเหมือนรุ่นเดิม แต่ถึงกระนั่น ก็มีการเพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆมาให้ดังนี้

  • กุญแจรีโมทที่สามารถสั่งสตาร์ทรถยนต์ได้เช่นเดียวกับ Accord MY2016
  • กระจกมองข้างก้มลงอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆยังคงเหมือนเดิม เพราะจัดเต็มมาให้ตั้งแต่รุ่น Full Modelchange เปิดตัว
ไม้ว่าจะเป็นมาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงผล MID แบบ 3 มิติ,ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส
(ยังไม่รองรับ Apple Carplay และ Android Auto) พร้อมลำโพงจาก Bose 9 ตัว เรียกได้ว่า
แม้จะเพิ่มมาน้อยกว่าที่คิด แต่ออปชันจากรุ่นเดิมที่ให้มาถือว่าเยอะพอสมควร

3.รุ่น 2.0 ลิตรได้ออปชั่นที่ทัดเทียมกับรุ่น 2.5 ลิตรมากขึ้น

แน่นอนว่าตลาด D-Segment ในประเทศไทย เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรได้รับความนิยมมากที่สุด ดังนั้น
จึงมีการจัดออปชั่นในรุ่นดังกล่าวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ไฟหน้าที่เป็นโคมเดียวกับ 2.5 ลิตร (จากเดิมเครื่อง 2.0 ลิตรได้แบบฮาโลเจน แต่ 2.5 ลิตรได้แบบซีนอน)
  • หลังคามูนรูฟ (เฉพาะรุ่น XL)
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติในรุ่น XE (จากเดิมที่สงวนไว้ในรุ่น XL และ XV เม่านั้น)

เรียกได้ว่า ถ้าไม่สนใจเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น และออปชั่นแค่ 2 อย่างคือ เซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน
กับไฟภายในที่เพิ่มลูกเล่นเล็กน้อย ถือว่าให้มาแทบจะเหมือนกันทุกประการ

4.ปรับทางเลือกใหม่ทั้งรุ่นย่อยและสีรถ

เมื่อดูทางเลือกต่างๆแล้วพบว่า Teana มีให้เลือกแค่ 4 รุ่นย่อยเท่านั้นซึ่งมีราคาดังต่อไปนี้
(สำหรับความแตกต่างกันของแต่ละรุ่นอ่านได้ที่นี่ครับ)

  • 2.0XE ราคา 1,339,000 บาท
  • 2.0XL ราคา 1,426,000 บาท
  • 2.0XL NAVI ราคา 1,476,000 บาท
  • 2.5XV NAVI ราคา 1,674,000 บาท

ส่วนสีตัวรถมีให้เลือกดังต่อไปนี้

  • สีแดง Radiant Red
  • สีขาว Storm White
  • สีเงิน Brilliant Silver
  • สีน้ำตาลอมเทา Grayish Bronze
  • สีดำ Black Star
  • สีเทาอมม่วง Deep Iris Grey

จะเห็นได้ว่าในส่วนของรุ่นย่อยตัดแค่รุ่น 2.5XV เครื่องเสียงธรรมดาออกไปรวมถึงราคาที่ปรับขึ้นแค่รุ่น
2.0XL เพียง 27,000 บาทเท่านั้น (ส่วนรุ่น 2.0XE และ 2.5XV ยังคงราคาไว้เหมือนเดิม) ส่วนสีรถ
มีการตัดสีน้ำเงิน Fall Blue ออกไปและแทนที่สีแดง Radiant Red ทำให้บุคลิกตัวรถสปอร์ตขึ้นชัดเจน
น่าเสียดายที่ใครอยากได้ภายในสีเบจอาจจะผิดหวัง เพราะรุ่นปัจจุบันใช้โทนสีดำในการตกแต่งทุกรุ่น


แล้วชะตากรรมหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

คำถามนี้หลายๆคนสงสัยทันทีที่ Altima เปิดตัวในสหรัฐอเมริกา และไปถึงมีภาพ Spyshot หลุดจาก
ประเทศจีน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น Altima ตามไปด้วย ทว่า ก็มีข่าวร้ายเกี่ยวกับรุ่นนี้คือ
ในเบื้องต้น Teana รุ่นต่อไปไม่ทำตลาดในประเทศไทย

สาเหตุมาจาก ยอดขายของ Teana/Altima รุ่น L33 ประสบความสำเร็จใประเทศจีนกับอเมริกาเท่านั้น
ซึ่งประเทศดังกล่าวเป็นพวงมาลัยซ้ายทั้งหมด ขณะที่ประเทศที่เป็นพวงมาลัยขวา ยอดขายกลับ
ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น รวมถึงอาเซียน

แน่นอนว่าการที่ประกอบรถรุ่นหนึ่งนั้น ถ้าทำเวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้ายและขวา ต้นทุนจะสูงขึ้น
(ถ้ารุ่นนั้นไม่สำคัญชนิดที่ว่าเน้นทำตลาดทั่วโลก ถือว่าเป็นเรื่องที่จะต้องคิดหนักพอสมควร)
โดยทางนิสสันมองว่า ถ้ายอดขายของ Teana ยังน้อยแบบทุกวันนี้ โอกาสที่จะได้เห็นรุ่นต่อไป
ค่อนข้างริบหรี่สูงมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในอนาคตอาจจะมีรุ่นไหนมาทำตลาดแทนนั้น ยังไม่สามรถบอกไม่ได้ในขณะนี้


อย่างไรก็ตาม นี่คือ 4 จุดหลักๆที่เปลี่ยนแปลงของ Nissan Teana Minorchange ที่เปิดตัวในประเทศไทย
เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมนั้น โปรดติดตามกันต่อไป

Comments
Loading...