4 สาเหตุที่ทำให้รถสเปกแต่ละที่ต่างกัน

243

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนต้องมีความสงสัยว่า ทำไมรถยนต์ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ทำไมถึงมีอุปกรณ์
แรงม้า แรงบิดที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์มาตรฐานประจำรุ่นเองก็ตาม ก็มีความแตกต่างทั้งที่ก็
ประกอบจากโรงงานเดียวกัน บ้างก็ว่าสเปกรถที่ต่างประเทศดีกว่า บ้างก็ว่าลดต้นทุน บ้างก็ว่าประเทศไทย
ได้แต่ของแย่ๆ มัวแต่กั๊กอะไรกันหนักหนา ใส่ๆกันมาได้แล้ว จะงกไปถึงไหน ยังไงขอให้ท่านผู้อ่านใจเย็นๆ
เพราะวันนี้ Carsideteam เรามีคำตอบมาให้ท่านผู้อ่านแล้ว เลื่อนลงไปด้านล่างได้เลยครับ

1.คุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง

แน่นอนว่า ทำไมแรงม้า แรงบิด ของแต่ละประเทศที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นเดียวกัน บางทีมากกว่า บางทีน้อยกว่า
ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ประเทศ เช่นประเทศญี่ปุ่น น้ำมันเบนซินที่มีขาย จะเป็นค่าออกเทน 98 RON ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่มีเพียงแค่ออกเทน 95 RON ซึ่งหากใช้วิธีการจูนที่เหมือนกัน หากนำมาใช้งานในประเทศไทย
อาจทำให้เกิดการชิงจุดระเบิด ส่งผลต่ออายุใช้งานของเครื่องยนต์และเกิดความเสียหายในอนาคตได้ครับ

2.มาตรฐานค่าไอเสีย

รูป DPF (Diesel Particular Filter)

รูประบบ Adblue
การมาของอุปกรณ์อย่าง DPF (Diesel Particular Filter) หรือ Adblue ล้วนแต่เป็นเหตุผลในเรื่องมาตรฐานค่าไอเสีย
ที่ส่งผลต่อสภาพอากาศในแต่ละประเทศ โดยการที่รถยนต์รุ่นไหนสามารถคายไอเสียออกมาได้น้อย ก็จะได้รับสิทธิทางภาษี ซึ่งทำให้ราคาขายปลีกของรถยนต์ในประเทศนั้นๆ ถูกลงและสามารถใส่อุปกรณ์ที่ลูกค้าต้องการได้เพิ่มขึ้น ในราคาเท่าเดิม
หรือถูกลงจากก่อนหน้าที่ค่าไอเสียสูงกว่ามาตรฐาน หรือในกรณีที่รุนแรงกว่านั้น คือการที่ไม่สามารถนำรถยนต์รุ่นนั้นๆ
เข้าไปจำหน่ายได้ เพราะไม่ผ่านค่ามาตรฐานไอเสียนั้นเอง

3.ตัวรถเหมือนกัน แต่ปรับปรุงให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ใส่อยู่บนรถ

รูป Toyota Hilux Revo สเปกประเทศลาว

รูป Toyota Hilux Revo สเปกประเทศไทย
ในหลายประเทศ จะมีสเปกของเครื่องยนต์ที่ต่างกันออกไป แล้วแต่คุณภาพของน้ำมันและมาตรฐานค่าไอเสีย
ดังนั้น การที่เครื่องยนต์ต่างกัน อาจมีความจำเป็นที่ต้องดัดแปลงอุปกรณ์ภายนอกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนรถยนต์
ที่ถูกส่งไปจำหน่ายในประเทศนั้นๆ เคยมีเคสของ Toyota Hilux Revo ที่คนบางกลุ่มสงสัยว่า ทำไมฝากระโปรง
ของ Hilux Revo รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย จึงไม่มีช่องดักลมที่ฝากระโปรงหรือ Scoop จนกระทั่งพบว่า เครื่องยนต์
ของ Hilux Revo ที่จำหน่ายในประเทศไทย เป็นเครื่องยนต์ตระกูล GD ซึ่งตำแหน่งของ Intercooler
ย้ายจากฝาครอบวาล์วเครื่องยนต์ ลงมาที่ด้านหน้าของรถแล้ว ส่วน Hilux Revo ที่จำหน่ายในประเทศลาว
ยังคงใช้เครื่องยนต์ตระกูล KD ซึ่งตำแหน่งของ Intercooler ยังอยู่ด้านบนฝากระโปรงเหมือนกัน Hilux Vigo
ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้านี้ ดังนั้น อะไรที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าบริษัทอยากจะลดต้นทุนไปเสียหมด
แต่ในเรื่องความเหมาะสมของกับอุปกรณ์ที่ใส่ลงไปนั้น ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้แตกต่างกันไป

4.บางประเทศยังไม่รองรับระบบการใช้งานของอุปกรณ์นั้นๆ
ในบางอุปกรณ์บนรถยนต์รุ่นใหม่ อาจมีผลกระทบต่อทั้งเรื่องการรบกวนสัญญาณการสื่อสาร ซึ่งส่งผลต่อการส่งข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน หรือแม้กระทั่งระบบนั้นๆ ผู้ให้บริการยังไม่พร้อมให้บริการในประเทศนั้นๆ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะใส่เข้าไปเพื่อให้ต้นทุนของรถเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาของรถแพงจนเกินไป

รูปสาธิตการทำงานระบบ Adaptive Cruise Control

ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ระบบอย่าง Adaptive Cruise Control ที่สามารถควบคุมความเร็วโดยใช้รถยนต์คันหน้าเป็นตัวอ้างอิง
ในการควบคุมความเร็ว ไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย เนื่องจากเหตุในด้านการสื่อสารที่มีต้องใช้คลื่นเรดาร์ในการ
รับส่งสัญญาณ อาจทำให้ความถี่ของคลื่นอุปกรณ์นั้นๆ รบกวนความถี่ที่ใช้งานของรัฐหรือการสื่อสาร จึงมีความจำเป็น
ที่จะต้องมีจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ และไม่เกิดการรบกวนคลื่นความถี่ของหน่วยงานรัฐ
และการสื่อสาร

รูประบบ Android Auto ของ Google

หรือแม้กระทั่งระบบ Interface ในรถยนต์อย่าง Android Auto ของ Google ที่ยังไม่รองรับการใช้งานประเทศไทย
เนื่องจาก Google ยังไม่มีความพร้อมในการให้บริการ แต่เชื่อว่า ในอนาคตประเทศไทยจะได้ใช้ Android Auto
ในเร็ววันนี้แน่นอน หลังจากปล่อยให้ Apple Car Play ให้บริการมาซักพักแล้ว

เป็นยังไงกันบ้าง กับ 4 สาเหตุที่เรานำมาเล่าให้ฟัง บางคนอาจคิดว่า บริษัทลดต้นทุน เพื่อให้ได้กำไรเยอะ
ตรงนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเดียว แต่แท้จริงแล้ว แผนก Product Planing ทุกบริษัทรถยนต์ ก็พยายามเจรจาต่อรอง
เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดแก่กับผู้ใช้รถยนต์ทุกท่านอยู่ดีครับ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านสนุกกับบทความของเราครับ

Comments
Loading...