[Interest] 4 จุดเด่นของ Mitsubishi Triton Minorchange ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

82

แน่นอนว่าการมาของ Mitsubishi Triton ทำให้หลายๆคนตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงที่เยอะขึ้น
ในหลายๆด้าน และแน่นอนว่า กระแสแรงขนาดนี้ทำให้สงสัยว่า 4 จุดเด่นของ Triton ใหม่
จะมีอะไรน่าสนใจไปจากเดิมบ้าง

1.การออกแบบใหม่ยกชุดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

แน่นอนว่าตอนเปิดตัว Triton โฉมใหม่หลายๆคนอาจจะนอยด์กับรูปทรงที่ดูแปลกๆ โดยเฉพาะกันชนหน้า
กับกระจังหน้าที่มีคนเกลียดมากกว่าชอบ แต่ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ได้เปลี่ยนใหม่จนไม่เหลือเค้าเดิม อาทิ
ไฟหน้าที่แยกเป็นสองชั้น ชั้นบนคือไฟสูงกับไฟต่ำแบบโปรเจคเตอร์ (จากเดิมเป็น Bi-Xenon)
ชั้นล่างเป็นไฟตัดหมอกกับไฟเลี้ยว ซึ่งการจัดวางจะมาในรูปแบบเดียวกับ Xpander

ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED ที่มาในแบบเต็มโคม (จากเดิมที่มีการลากหางออกมา) พร้อมเส้นเล็กๆ
ที่มีการลากคล้ายกับ Pajero Sport แต่ไม่ได้ลากจนล้นออกมาเหมือนรุ่นดังกล่าว ส่วนฝากระบะมีการติดตั้ง
สปอยเลอร์หลังแบบเดียวกับเพื่อนร่วมชายคาอย่าง Nissan Navara รวมทั้งพิ่มแถบโครเมียม ทำให้กล้องมองหลัง
กับมือเปิดกระบะเป็นชิ้นเดียวกันได้ง่ายๆ พร้อมกันชนหลังที่เรียบง่ายขึ้น เรียกได้ว่า พลิกการออกแบบจากหน้ามือ
เป็นหลังมือกันเลยทีเดียว

2.ออปชั่นความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม

แน่นอนว่ารายละเอียดภายในมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นตกแต่งเมทัลลิกในจุดต่างๆเยอะขึ้น
แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะงานนี้มาพร้อมกับสารพัดออปชั่นต่างๆดังนี้

  • ระบบปรับอากาศด้านหลัง แน่นอนว่าหลายๆค่ายอาจจะมีออปชั่นนี้มาให้อยู่แล้ว แต่ Triton
    มาแปลกกว่าค่ายอื่นที่ ช่องแอร์ต่างๆย้ายมาไว้บนหลังคาแทน และที่สำคัญ สามารถปรับแรงลมได้
    อีกด้วย ในขณะที่ค่ายอื่นๆไม่สามารถปรับได้
  • ช่องเสียบ USB ด้านหลังที่ให้มาถึง 2 ตำแหน่ง สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ (เมื่อรวมกับช่อง
    USB สำหรับชุดเครื่องเสียงแล้ว รวมเป็น 3 ตำแหน่ง)

3.เครื่องยนต์เดิม เพิ่มเติมคือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

แน่นอนว่าเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel ยังอยู่ในตลาดได้ไม่นาน ทำให้ต้องใช้เครื่องยนต์
เดิมต่อไป ส่วนสเปคยังคงเหมือนเดิมนั้นคือ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel 181 แรงม้า
แรงบิด 430 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ ที่เปลี่ยนมาเป็น 6 จังหวะพร้อม Sport Mode
พร้อมขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select II พร้อมเฟืองท้าย Diff-Lock พร้อมระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ AS&G

4.ความปลอดภัยเต็มพิกัดครั้งแรกของกระบะสัญชาติญี่ปุ่น

แน่นอนว่าความปลอดภัยให้มาเต็มพิกัดดังนี้

  • ระบบเตือนกันชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW)
  • ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)
  • ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอดรถ (RCTA)
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง (UMM)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมเส้นกะระยะ (MAM)
  • ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (AHB)

แม้ว่าบางออปชั่นจะพบในรถกระบะอย่าง Ford Ranger และ Chevrolet Corolado แต่เมื่อเทียบกับ
บรรดากระบะค่ายญี่ปุ่นด้วยกันพบว่า Triton จะให้มาเป็นค่ายแรกทุกอย่าง (ยกเว้นกล้องรอบคันที่
เพื่อนร่วมชายคาอย่าง Nissan Navara นำร่องติดตั้งมาให้เป็นรุ่นแรก) และที่สำคัญไม่ได้ให้เฉพาะ
รุ่น 4 ประตูขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ยังรวมถึงรุ่น Mega Cab และรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงมาด้วย
(และกล้องมองภาพรอบทิศทางที่ให้มาในรุ่นรองๆอีกด้วย)

ส่วนรุ่นอื่นๆมาพร้อมกับ,ระบบควบคุมการทรงตัว (ASC),ระบบป้องกันรถลื่นไถล (ATC) และระบบ
ช่วยขึ้นเขา HSA ที่ติดตั้งในรุ่นกระบะตอนเดียวเป็นเจ้าแรก รวมถึงอีกหลายรุ่นย่อยทั้งในรุ่น Plus
และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เรียกได้ว่า ให้มาเต็มพิกัดจนไม่ได้บีบให้ไปซื้อรุ่นท็อปแต่อย่างใด

สำหรับ New Mitsubishi Triton มีให้เลือก 15 รุ่นย่อย (เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel)
ราคาตั้งแต่ 654,000-1,099,000 บาท และสัมผัสคันจริงได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

 

Comments
Loading...