4 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ Isuzu D-Max ก่อนรุ่นใหม่เปิดตัว 11 ตุลาคมนี้

461

อีกไม่กี่วันนี้ รถกระบะที่หลายท่านรอคอยในการเปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง Isuzu D-Max ภายใต้สโลแกน
“พลานุภาพ เปลี่ยนโลก” หรือ “Infinite Potential” แต่ก่อนจะมาเป็น D-Max รถกระบะยอดนิยม
ของคนไทยที่กำลังจะเปิดตัวเป็น Generation 3 นั้น 4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่นั้น

มีอะไรบ้างที่หลายท่านยังไม่ทราบ วันนี้ทาง Carsideteam ขอนำเสนอ 4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนที่
Isuzu D-Max รุ่นใหม่เปิด มีอะไรบ้าง มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

Podcast

1.D-Max 1st Generation นั้น คนออกแบบคือคนที่ออกแบบรถสปอร์ตให้ Nissan
สำหรับหลายท่านที่ไม่ได้คร่ำวอดในวงการรถยนต์ โดยเฉพาะสายออกแบบยานยนต์อาจไม่รู้จักผู้ชายคนนี้
เขาคือ Shiro Nakamura เป็นอดีตทีมออกแบบของ Isuzu โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบ D-Max
รุ่นแรกนั้น เกิดขึ้นจากการที่ Nakamura ได้มีโอกาสเดินทางมายังประเทศไทยและอเมริกาใต้ สิ่งที่ Nakamura
ได้เห็นเหมือนกันทั้ง 2 ที่นี้คือ

รถกระบะนั้น ไม่ได้ใช้แค่ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังถูกนำมาตกแต่งในการขับขี่ท่องเที่ยว รูปทรงของ D-Max รุ่นแรก
ณ วันที่เปิดตัวนั้น จึงมีความโค้งมน ดูมีความเป็นรถยนต์นั่งมากขึ้น และอีก 1 ผลงานที่เป็นจดจำของสาวก Isuzu คือ
Isuzu Vehicross รถยนต์ SUV ขนาด 3 ประตูที่ภายนอกยังคงความสดใหม่ตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน และย้ายจาก
Isuzu ไปยัง Nissan ในปี 1999 โดยการชักชวนของ Carlos Ghosn อดีต CEO ของ Renault-Nissan
และผลงานต่อมาของ Nakamura ที่โดดเด่นคือ Nissan 350Z และ 370Z รถสปอร์ตที่เป็น Iconic ของ Nissan
ก่อนที่จะเกษียณอายุเมื่อปี 2018 ผ่านมา

2.เครื่องยนต์ 4JJ1-TC ความจุ 3.0 ลิตรนั้น ไม่ได้อยู่แค่ในรถกระบะอย่าง D-Max เท่านั้น
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม Isuzu ยังคงลากขายเครื่องยนต์ 4JJ-TC หรือเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร Commonrail
มาอย่างยาวนาน บ้างก็ว่าเก่าแล้ว เปลี่ยนไปเถอะ บ้างก็ว่าลดต้นทุน แต่แท้จริงแล้วนั้น เครื่องยนต์ตัวนี้
ไม่ได้อยู่แค่ในรถกระบะเท่านั้น แต่หากยังอยู่ในรถบรรทุกขนาดเล็กอย่าง Isuzu NPR และที่ยิ่งไปกว่า เครื่องยนต์
รุ่นนี้ ยังถูกนำไปในงานอุตสาหกรรมหนัก เช่น เครื่องปั่นไฟฟ้าและเรือเดินสมุทรขนาดเล็ก จึงทำให้สามารถลากขายได้อย่าง
ยาวนานและแค่ปรับปรุงชิ้นส่วน รวมทั้งการปรับจูนเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นๆ ก็สามารถใช้งานได้แทบทุกประเภทนั่น และต้นทุนต่อหน่วยนั้น ถึงถูกกว่าเครื่อง 4JK-TC ความจุ 2.5 ลิตร หรือแม้กระทั่ง RZ4-TC ความจุ 1.9 ลิตร
ที่นำมาใช้แค่ในรถยนต์นั่นเองครับ

3.งานออกแบบและวิจัยทางวิศวกรรม ทำกันที่ประเทศไทย
นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้รถกระบะจาก Isuzu ถูกใจคนไทย เพราะงานออกแบบตั้งแต่ปั้นดิน 1:1 จนกระทั่ง
วิจัยทางวิศวกรรมนั้น ทำกันประเทศไทย โดยบริษัท Isuzu Technical Center Of Asia หรือ ITA ที่อยู่บนถนน
ปู่เจ้าสมิงพราย โดยเริ่มต้นเป็นแผนก Technical Center ในปี 1988 และในวันที่ 30 ตุลาคม 1991 ก็เปลี่ยนจาก
แผนก Technical Center เป็นบริษัท Isuzu Technical Center Thailand โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทออกแบบ
วิจัย และพัฒนายานยนต์ในประเทศไทย และในปี 2000 เริ่มขยายของเขตความรับผิดชอบ จากเพียงแค่ประเทศไทย
ก็มาเป็นในระดับเอเชีย พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Isuzu Technical Center Of Asia

และในปี 2005 ก็กลายเป็นศูนย์กลางในการวิจัยและพัฒนารถยนต์กระบะและรถยนต์รถยนต์นั่งของ Isuzu
ทั่วทุกภูมิภาคของโลก และด้วยการทำงานที่อำนาจในการตัดสินใจและงานออกแบบระหว่างไทยและญี่ปุ่น
มีอำนาจใกล้เคียงกัน จึงทำให้รถกระบะของ Isuzu ในประเทศไทย ถูกใจคนไทยส่วนใหญ่ และมียอดขาย
ที่เป็นเจ้าตลาดมาตลอดกาล

4.การร่วมมือกับ Mazda ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก

การร่วมมือกันระหว่าง Mazda และ Isuzu นั่น ไม่ใช่แค่ครั้งแรก แต่หากย้อนกลับไปในปี 1992 Ford และ Mazda
ประสบปัญหาเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรของตนนั้น พละกำลังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงมีความจำเป็นต้องหา Partner
ใหม่ในการหาเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงมาร่วมมือกับทาง Isuzu โดยการนำเครื่อง 4JA1 มาใส่ใน Mazda
B2500 Thunder และ Ford Marathon โดยความร่วมมือนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1992-1996 สำหรับ Ford Marathon
และปี 1992-1997 สำหรับ Mazda B25000 Thunder และในเวลาต่อมา Ford ก็พัฒนาเครื่องยนต์ตระกูล WL ใส่ใน
Ford Ranger และ Mazda Fighter ในปี 1999 ความร่วมมือระหว่าง Isuzu และ Mazda จึงเดินแยกจากกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จนกระทั่งเมื่อปี 2018 Mazda จึงกลับมาร่วมมือกับ Isuzu อีกครั้ง เพื่อพัฒนารถกระบะด้วยกัน
แต่ในคราวนี้เป็นอิสระทั้งในด้านงานออกแบบ และสมถรรนะการขับขี่มากขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 4 เรื่องที่ควรรู้ก่อน Isuzu D-Max ใน Generation ที่ 3
จะเปิดตัวในวันที่ 11 ตุลาคม 2019 นี้ อาจจะไม่มาก ไม่น้อย แต่แน่นอนว่า Carsideteam
นำเสนอในสิ่งที่แตกต่างอย่างแน่นอนครับ


เรียบเรียงข้อมูลโดย Carsideteam
เผยแพร่ 9 ตุลาคม 2562

Comments
Loading...