[First Check Drive] Nissan Note 1.2 VL : March ที่ขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น แต่เครื่องยนต์เหมือนเดิม

442 0

เชื่อได้เลยว่า ตั้งแต่ Nissan Note เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อปี 2012 หลายๆคนอยากให้มาเมืองไทยมากๆ
เพราะดีไซน์ที่เรียกได้ว่า ปราดเปรียวพอสมควร แต่นานๆเข้าหลายคนเริ่มที่จะถอดใจกันไปตามๆกัน

แต่ทว่า ในปี 2016 Nissan มีแผนที่จะเอา Note เข้ามาขายในไทยซะอย่างนั้น และเปิดตัวเมื่อ
17 มกราคม 2560 แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว กว่าจะผลิต ส่งมอบ และมีรถให้ทดลองขับก็ต้องรอไปถึง
เดือนมีนาคมกันเลยทีเดียว และก็ได้ลองขับ(คร่าวๆ) เสียที

ประวัติคร่าวๆ

Nissan Note เปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 โดยตัวรถจะมาเป็น Mini-MPV เน้นความอเนกประสงค์
มากกว่ารถ Compact ในค่ายเดียวกันอย่าง March Cube และ Tiida (ในยุคนั้น) และส่งไปขาย
ในยุโรป (พร้อมกับแปลงหน้าตาใหม่) ซึ่งเสียงตอบรับค่อนข้างดีพอสมควร

พอมารุ่นที่ 2 เปิดตัวในช่วงกรกฏาคม โดยการออกแบบมาจากรถต้นแบบ Nissan INVITATION
รวมถึงขยายตลาดไปยังหลายๆประเทศ นอกจากญี่ปุ่นและยุโรปแล้ว ยังมีอเมริกา (ขายในชื่อ
Versa Note) และเอเชียบางประเทศ (ฮ่องกงและสิงคโปร์) พร้อมกับเทคโนโลยีตามสไตล์
Nissan ยุคใหม่ ทั้งเครื่องยนต์ Eco Super Charger และระบบความปลอดภัยหลายๆอย่าง

ทว่า ในปี 2016 ที่ผ่านมา Nissan บ้านเราตัดสินใจว่าจะนำ Note มาขายในบ้านเรา
ซึ่งขอบอกก่อนว่า การมาของ Note ถือเป็นการมาแทนที่ March รุ่นบน (รุ่น V และ VL )
เท่านั้น !! ส่วนรุ่นล่าง March (รุ่น S และ E) ยังทำตลาดอยู่เหมือนเดิม

หน้าตาภายนอกยกมาจากเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ที่ขายในญี่ปุ่นและอเมริกาทุกประการ
ทั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ “ทุกรุ่น” แต่ใส้ในไม่เหมือนกัน (รุ่น V จะเป็นฮาโลเจน
และรุ่น VL จะเป็น LED) พร้อมไฟหรี่แบบ Light Guiding กระจังหน้าออกแบบสไตล์
V-Motion ที่มีโครเมียมตกแต่งบริเวณขอบล่าง พร้อมไฟตัดหมอกหน้าทรงเหลี่ยม
และตกแต่งบริเวณกันชนหน้าโครเมียมในรุ่นท็อป ซึ่งมองดูแล้ว ยังมีความลงตัวพอสมควร

ด้านข้างออกแบบให้ทันสมัยกว่า March ชัดเจน ทั้งแนวกระจกที่ออกแบบให้ดูยาว
และเพรียวขึ้นพร้อมเส้นสายตัวรถที่ออกแบบให้ดูพริ้วไหว กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยว
พร้อมปรับ/พับไฟฟ้าทุกรุ่น และล้อแม็ก 15 นิ้วที่ลายล้อเหมือนกับ Almera

ด้านท้ายได้เปลี่ยนไฟท้ายมาเป็นแบบ LED พร้อมเปลี่ยนรายละเอียดโคมใหม่
ให้ทันสมัยขึ้น ด้านบนเป็นไฟเบรก ด้านล่างเป็นไฟถอยโดยมีไฟเลี้ยวและไฟถอย
อยู่ตรงกลาง กันชนหลังได้มีการเจาะช่องของไฟทับทิม รวมถึงติดตั้งสปอยเลอร์หลัง
ในรุ่น VL

สำหรับขนาดตัวถังของ Nissan Note ความกว้างอยู่ที่ 1,695 มม. ยาว 4,105 มม. สูง 1,535 มม.
ระยะฐานล้อ 2,600 มม. หากจะเทียบกับ March พบว่า”ใหญ่ขึ้นทุกด้าน” แต่ถ้าเทียบกับ
Almera จะพบว่า มีความกว้างเท่ากัน สูงกว่า 35 ซม. แต่สั้นกว่า 407 ซม.”

เปิดประตู ดูภายใน : คล้าย March แต่กว้าง นั่งสบายขึ้น

การออกแบบภายใน เทียบกับรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์จะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อเทียบกับ March แล้ว ถือว่าเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ทั้งเก๊ะฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า
ที่ออกแบบให้ดูเหลี่ยมและใหญ่ขึ้นจากเดิม แผงคอนโซลกลางที่กลับมาใช้ช่องแอร์แบบวงกลม
อีกรอบ พร้อมตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีดำเงา”ทั้งชุด” (ในขณะที่ March จะตกแต่งเมทัลลิก
บริเวณขอบด้านข้างอีกด้วย) โทนสีภายในจะเป็นสีดำทุกรุ่น ซึ่งโดยรวมจะเอาใจลูกค้า
ผู้ชายมากกว่า March ชัดเจน สำหรับวัสดุถือว่า ไม่หนีไปจาก March มากนัก

ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วของ Kenwood รุ่น DDX7015BT ที่รองรับการเล่น
วิทยุ USB Bluetooth และการเชื่อมต่อผ่านมือถือ Air Mirroring คุณภาพเสียงถือว่าเอาไว้ฟัง
พอขำๆได้เท่านั้น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อม Heater ยังคงใช้สวิตซ์ชุดเดิม ที่ให้ความเย็น
กำลังดี

มาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงสีขาวหน้าตาแบบเดียวกับ Almera ข้อดีคือ อ่านง่ายสบายตา
พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ที่บอกข้อมูลต่างๆได้ครบ ทั้งอัตราสิ้นเปลือง ระยะทาง
ที่สามารถวิ่งต่อไปได้ เตือนเช็คระยะ

แต่เทียบกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นแล้ว ความอลังการของมาตรวัดเวอร์ชั่นบ้านเราลดลงไปในพริบตา
ทั้งหน้าจอแสดงข้อมูล รายละเอียดบนมาตรวัดดูดีกว่าทุกมุมมอง

พวงมาลัย 3 ก้านออกแบบใหม่ ซึ่งยอมรับว่า เป็นพวงมาลัยที่ดูดีกว่า Nissan รุ่นที่ขายใน
บ้านเราหลายๆรุ่น แถมจับได้ค่อนข้างกระชับมือ ตัวก้านมีความเพรียวบางอยู่พอสมควร
พร้อมทั้งติดตั้งสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง ที่ค่อนข้างใช้งานสะดวกพอสมควร

บนหลังคาจะมีทั้งไฟอ่านแผนที่จุดเดียว แผงบังแดดที่ให้กระจกแต่งหน้าทั้งฝั่งคนขับและ
ผู้โดยสารด้านหน้า และกระจกมองหลัง นอกจากแบบตัดแสงอัตโนมัติรายแรกใน
Eco-Car แล้ว ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องรอบคันได้อีกด้วย

แม้ว่าเป็นฟังก์ชั่นที่น่าสนใจและมีประโยชน์ แต่ภาพที่แสดงมีขนาดเล็กเกินไปและ ไม่ถ่ายทอด
ผ่านจอของชุดเครื่องเสียงมาให้ (ซึ่งหน้าจอวิทยุมีขนาดใหญ่พอที่จะมองได้) ดังนั้น รุ่นต่อไป
ควรทำให้โชว์ผ่านจอวิทยุได้ หรือไม่ก็หาวิทยุที่รองรับการต่อภาพออกจากจอได้ดีกว่า

เบาะนั่งคู่หน้ายกมาจาก March ทั้งดุ้น ต่างกันแค่ลายเบาะนั่งจะตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ/ขาว
รวมถึงเข็มขัดนิรภัยที่สามารถปรับสูง/ต่ำได้ (เสียที) แน่นอนว่าความสบายหนีไปจาก March
ไม่มากนัก ที่ยังพอไหวเมื่อขับในระยะทางสั้นๆ และผ้าหุ้มเบาะที่ให้สัมผัสค่อนข้างสากมือเช่นกัน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเบาะหลังที่มีพื้นที่วางขากว้างมากๆ ทำให้เหยียดขาได้สบายสุดๆ
(แม้ว่าจะถอยเบาะหน้าจนสุดก็ยังมีพื้นที่เหยียดขาเหลือๆ) ตัวเบาะนั่งค่อนข้างนั่งสบายพอสมควร
แต่นั่งนานๆอาจจะติดเมื่อยอยู่บ้างนิดหน่อย

ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดกว้างพอสมควร และยังสามารถพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้อีกด้วย
การเก็บงานทำได้ดีกว่า Livina มาก แต่ควรติดไฟในห้องสัมภาระด้วย (ซึ่ง March ไมเนอร์เชนจ์
มีมาให้แล้ว แต่ Note ทำไมไม่ติดมาให้ก็ไม่รู้)

ขุมพลัง
แม้ตัวรถจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แต่ Nissan ยังคงใช้เครื่องยนต์จาก March  เหมือนเดิม
เพื่อให้ผ่าน มาตรฐานไอเสียและผ่านเงื่อนไข Eco Car สำหรับรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,200 ซีซี รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว
พร้อมระบบวาล์วแปรผัน CVTC จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็คทรอนิกส์มัลติพ้อยท์ ให้กำลัง
สูงสุด 79 แรงม้า (58 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่
4,400 รอบ-นาที สามารถเติมน้ำมัน E20 ได้ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT
พร้อมระบบ D-Step Logic ที่มีการไล่รอบเหมือนกับเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไป

สมรรถนะ

สำหรับเส้นทางนั้นได้วนมาจาก Nissan ชลบุรีสำนักงานใหญ่ตรงก่อนแยกบายพาสใกล้กับ
อมตะนคร แล้วกลับรถที่สะพานใกล้กับปั๊ม Caltex และกลับรถก่อนถึงขนส่งชลบุรี

แม้ว่าเครื่องยนต์นี้ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีใน March แต่กับ Note นั้นกลับทำได้ไม่ประทับใจนัก
เพราะสมรรถนะที่ได้ค่อนข้างอืดกว่า Almera ซะอีก แม้ว่าจะใช้ Sport Mode มาช่วยก็ตาม

เหตุผลนั้นมาจากน้ำหนักของ Note มีมากกว่าตามขนาดรถที่ใหญ่ขึ้น ถ้าขับขี่ในเมืองถือว่า
ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก แต่ถ้าขับขี่ทางไกลแบบข้ามจังหวัด (หรือเร่งแซงรถบรรทุกบนทางด่วน)
ละก็ ทำใจแน่นอนว่าอาจจะไม่เหยียบเป็นมาอย่างที่คิด คันเร่งทำงานได้ดีตามแบบของมัน
อาการหน่วงค่อนข้างน้อยพอสมควร

พวงมาลัยเป็นแบบ Rack and Pinion พร้อมเพาเวอร์แบบไฟฟ้า EPS ที่มีข้อดีคือ ในความเร็ว
ไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงมีอาการนิ่งชัดเจน แต่เมื่อเลี้ยวไปมาเร็วๆแล้ว ยังมีอาการไว
ให้เห็นอยู่พอสมควร

ระบบกันสะเทือน

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบ Double Wishbone
พร้อมเหล็กกันโคลงทั้งหน้าและหลัง เอาเข้าจริงๆแล้วยังพอให้ความมั่นใจมากกว่า
March และ Almera อยู่เช่นกัน (ในความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
แต่ในความเร็วสูง ยังคงเป็นปริศนา

ระบบเบรกจะเป็นแบบหน้าดิสก์เบรก หลังดรัมเบรกพร้อมระบบเบรก ABS EBD BA
ซึ่งยังมีอาการหน่วงให้เห็นอยู่ ต้องอาศัยการกะระยะให้ดีๆ

ความปลอดภัยถือเป็นจุดเด่นหลัก นอกจากจะมีระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก
EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ที่เป็นพื้นฐานของรถทุกคันในสมัยนี้แล้ว

ยังมาทั้งระบบควบคุมการทรงตัว VDC (Vehicle Dynamic Control) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
TCS (Traction Control System) และระบบช่วยขึ้นเขา HDA (Hill Start Assist) มาให้ทุกรุ่น

แต่ในรุ่น VL มีไฮไลท์เด็ดๆนั่นคือ ระบบเตือนรถข้างหน้า และระบบเบรกอัตโนมัติ
Emergency Brake System มาให้เป็นรายที่ 3 ของตลาด Eco Car (รองจาก Mirage/Attrage)
และระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning มาให้เป็นรายแรกของตลาดกลุ่มนี้
แม้ว่าจะตับการทำงานได้ดี แต่เสียงเตือนกลับละมุนไปนิด ถ้าปรับให้หนักแน่นขึ้นจะโอเคกว่านี้

สรุป

March ที่ขนาดใหญ่ขึ้น อเนกประสงค์ขึ้น ออปชั่นมากขึ้น แต่อืดลงอย่างชัดเจน

เป็นเวลา 4 ปีกว่าๆแล้วที่ผมรอ Note มาขายอย่างเป็นทางการ และในที่สุดก็ได้ลองขับคร่าวๆแล้วเสียที
ต้องยอมรับเลยว่าสัมผัสแรกที่เห็นถือว่าไม่ต่างจาก March ที่ทำให้ดูมีราคาขึ้น อย่างไรก็ตาม
ข้อดีของ Note มีทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นมาก โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลังที่ใหญ่โตพอสมควร
(ซึ่งใหญ่กว่ารถ C-Segment บางรุ่น) พวงมาลัยที่ทำได้นิ่งและควบคุมได้ดีขึ้น ช่วงล่างที่นิ่งขึ้นมา
จาก March ระดับหนึ่ง รวมทั้งออปชั่นความปลอดภัยในรุ่นท็อป

แต่จุดด้อยหลักอยู่ที่เครื่องยนต์ที่ค่อนข้างอืด ไม่ว่าจะขับแบบธรรมดาหรือใช้ Sport Mode ก็ตาม
ระบบเบรกที่มีอาการหน่วงให้เห็น และการตกแต่งภายในที่ต้องปรับอีกนิด

เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วจะสรุปได้ดังนี้

Toyota Yaris : เจ้าตลาด Eco Car ที่มีดีกว่าในเรื่องศูนย์บริการที่ไว้ใจได้ ช่วงล่างที่ทำผลงานได้
สูสี สมรรถนะค่อนข้างอืดพอๆกัน แต่ออปชั่นน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่น,การออกแบบบางมุมที่ยังดูไม่ลงตัว
และวัสดุและการประกอบที่ต้องปรับปรุง

Mitsubishi Mirage : เป็นรุ่นที่ออปชั่นต่างๆจะเยอะใกล้เคียงกับ Note ทั้งการตกแต่ง ความสะดวกสบาย
และความปลอดภัย เครื่องยนต์ได้เปรียบกว่าทุกด้านทั้งความแรงและความประหยัด แต่ช่วงล่างกับ
พวงมาลัยที่เสียเปรียบกว่า Note ชัดเจน และศูนย์บริการที่ภาพรวมยังด้อยกว่า (แล้วแต่ที่นะ)

Suzuki Swift : รถขวัญใจวัยรุ่นที่ภายในน่าใช้กว่า ช่วงล่างและพวงมาลัยที่มีความมั่นใจอย่างชัดเจน
อัตราเร่งที่เร้าใจกว่า แต่ออปชั่นจุกจิกจะหายในบางจุด พื้นที่ภายในค่อนข้างแคบ และ QC
ที่ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ (แอบกระซิบว่า โฉมใหม่ที่กำลังจะมาบ้านเรา ดีไซน์จะดูล้ำขึ้น
ภายในที่สัมผัสดีขึ้นกว่าเดิม และพื้นที่กว้างกว่าเดิมนิดนึง)

Honda Brio : แม้ว่าจะปรับโฉมขนานใหญ่ แต่ก็ไม่ช่วยอะไร ออปชั่นรุ่น 5 ประตูน้อยกว่า
Amaze รุ่นท็อป (แต่ก็ได้แอร์อัตโนมัติกับแผงคอนโซลที่ดูดีขึ้นมาให้แล้ว) แต่การขับขี่
ภาพรวมดีกว่าพอสมควร ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ส่วนพวงมาลัย

Mazda 2 : เหนือกว่า Note ในทุกด้านทั้งการออกแบบ การออกแบบและวัสดุภายใน
สมรรถนะและความประหยัดเครื่องดีเซลและเบนซิน แต่ต้องทำใจเรื่องพื้นที่ห้องโดยสาร
ที่มีขนาดแคบมากๆ (แทบจะตรงข้ามกับ Note ทุกประการ)

เมื่อตัดสินใจที่จะซื้อ Note แล้ว คุณสามารถเลือกซื้อได้ 2 รุ่นคือ

1.2V – 568,000 บาท
1.2VL – 640,000 บาท

จะเห็นว่า ส่วนต่างถึง 72,000 บาท อาจจะมีทางเลือกตามนี้

ถ้าคุณอยากได้เทคโนโลยีที่เจ้าตลาดให้ไม่ได้ในราคานี้ หรืออยากได้แบบครบๆแบบไม่ต้องติดเพิ่ม
เชิญรุ่น VL แต่ถ้ามองว่าออปชั่นรุ่น V ที่ให้มาก็เพียงพอแล้ว ทั้งปุ่มสตาร์ท แอร์ออโต้ ระบบความปลอดภัย
พื้นฐานที่ให้มาครบทั้งระบบเบรก ABS EBD BA ถุงลมคู่ ระบบควบคุมการทรงตัวที่ให้มาเพียงพอแล้ว
ก็จัดได้ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าอยากได้สมรรถนะแรงๆ ขับสนุกๆ ภายในกว้างๆ ออปชั่นเยอะๆ โปรดรอดูรุ่นอื่นกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากรู้ว่า Nissan Note กว้างขนาดไหน เครื่องจะมีเรี่ยวแรงพอสำหรับการขับขี่ไหม
เชิญไปลองขับที่โชว์รูม Nissan ทั่วประเทศก่อนตัดสินใจครับ เพราะนี่ เป็นแค่ความรู้สึกเบื้องต้นเท่านั้น
ส่วนอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลือง โปรดติดตามกันต่อไป

กราบบบขอบพระคุณแบบงามๆ
สยามนิสสัน ชลบุรี จำกัด สำนักงานใหญ่
โทร.(038) 203-333

บริษัท สยามนิสสันเซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
โทร.(02) 612-3636

สำหรับการเอื้อเฟื้อรถทดลองขับ

________________________________________________________

ทดลองขับโดย : Takatojenrya24V
ทดลองขับและภาพถ่าย : Naow27 & Takatojenrya24V
เผยแพร่ครั้งแรก : 4 เมษายน 2560
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่ 
facebook/twitter/instagram : carsideteam

Total 0 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author