[First Check Drive] Isuzu Mu-X 1.9 Ddi Blue Power 2WD 6AT : หน้าเดิม เพิ่มเติมคือขุมพลังใหม่

3570 0

หลังจากที่ Isuzu ได้เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลตระกูลใหม่ในรหัส RZ4CE-TZ ขนาด 1,900 ซีซี
ซึ่ง Isuzu เรียกมันว่า”1.9 Ddi Blue Power” ซึ่งถูกเปิดตัวพร้อมกับ Isuzu D-max รุ่นใหม่! เมื่อช่วงปลายปี 2015
กระแสตอบรับถือว่ามาแรงมาก จนช่วงธันวาคม 2015 เรื่อยมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2016 กลับมียอดขายพู่งสูง
เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกระบะ แน่นอนว่ามีหลายเรียกร้องว่า”เมื่อไรจะมีเกียร์อัตโนมัติมาซะที?” และหลายคนรอคอยขุมพลังใหม่นี้
มาบรรจุลงในรถเรือธงอีก 1 รุ่น เพื่อเอาใจคนชอบอเนกประสงค์ ในที่สุดมันก็บรรจุลงมาใส่ให้คุณเรียบร้อยแล้วนั้นคือ

Isuzu Mu-X

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-164411

รถ PPV อีก 1 รุ่นที่สร้างยอดขายให้กับ Isuzu ได้เป็นอย่างดี(นอกจาก D-Max) หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2013
และมีการปรับอุปกรณ์เล็กน้อยเมื่อช่วงปลายปี 2014 ในปีนี้ทีแรกกะจะเปลี่ยนหน้าตา พร้อมใส่ขุมพลัง Blue Power
แบบรวดเดียว แต่ในเมือลูกค้าเรียกร้องมากันเยอะขนาด จึงได้จับถอดเครื่องยนต์ 2.5 VGS ทิ้ง แล้ววาง 1.9 Ddi Blue Power
มาประจำการแทน ทีนี้หลายคนคาดว่ามันจะปรับหน้าใหม่โดยทันที แต่ Isuzu บอกใจเย็นๆ มีปรับหน้าแน่
แต่ขอมาแบบนี้แก้ขัดไปก่อนนะ…อ่านะ เอาเป็นว่ารายละเอียดจริงๆ ไปดูกันเลยดีกว่า

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-161128

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-161056

ขนาดตัวของ Isuzu Mu-X นั้น รุ่นที่เราทดลองขับนั้นเป็นรุ่น 1.9 DA ฉะนั้นสัดส่วนต่างๆทั้ง
ความกว้างจะอยู่ที่ 1,860 มม. ยาว 4,825 มม. สูง 1,860 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้าและล้อหลัง
อยู่ที่ 1,570/1,570 มม. ฐานล้อ 2,845 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 1,945  กก.

ภายนอกนั้นแทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากรุ่นเดิม แต่ที่เห็นชัดๆเลยคือ ชายล่างกันชนหน้า-หลัง
และบันไดข้างสีใหม่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว สีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ แบบ Dynamic Black
ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/65 R17 ซึ่งจะมีในรุ่น 1.9 DA ขึ้นไป ส่วนรุ่น 1.9 DVD และ 1.9 CD จะได้ล้อขนาด 16 นิ้ว
พร้อมยาง 245/70 R16 ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมครับ ขณะที่กุญแจในรุ่น 1.9 DA ขึ้นไป
จะเป็นแบบ Isuzu Genius Entry เป็นกุญแจอัจฉริยะที่สามารถปลดล็อครถ เมื่อตัวกุญแจอยู่ระยะใกล้
พร้อมปุ่ม Start ที่สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-160350

เปิดประตูดูภายใน : ตกแต่งใหม่ ฟังก์ชั่นมากขึ้น
ภายในห้องโดยสารของ Isuzu Mu-X Blue Power โดยรวมนั้นเหมือนยกชุดมาจาก D-max เป๊ะๆ
แต่มีการตกแต่งใหม่ให้หรูหราและสปอร์ตขึ้น โดยโทนสีภายในของ Mu-X ใหม่นี้ มีให้เลือก 2 แบบ
คือสีเบจและสีดำ คอนโซลหน้าและแผงประตูมีการตกแต่งด้วยลายไม้ Nature Touch /สีดำเงา Piano Black
พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุหนังที่แผงประตู ส่วนเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้แบบ Soft-touch Leather
และในรุ่น 1.9 & 3.0 DA จะได้เบาะปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางที่คนขับ โดยรวมถือว่ายังนั่งสบายอยู่เหมือนเดิม
พวงมาลัยยังเป็น 3 ก้านดีไซน์ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพิ่งแต่มีการตกแต่งด้วยหนังและปรับผิวสัมผัสใหม่
ซึ่งถือว่าดีขึ้นและจับถนัดมากขึ้น พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และ Cruise Control ซึ่งมีให้ในรุ่น 3.0 เท่านั้น (มาเสียที…)

ขณะที่มาตรวัดได้เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ พร้อมจอ MID แบบ TFT ซึ่งเป็นชุดเดียวกับ D-max Blue Power
จะต่างก็ตรงฟอนต์เลขที่ดูสปอร์ตกว่า จุดเด่นสำคัญของ Mu-X Blue Power เห็นจะเป็นการติดตั้ง
“กระจกมองหลัง แบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้า” ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถอเนกประสงค์
ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน โดยจะบันทึกผ่าน SD Card โดยให้ภาพมุมมองกว้างอยู่ และยังสามารถปิดได้ แต่การบันทึกภาพจะยังคงทำงานอยู่

ขณะเครื่องเสียงนั้น ในรุ่น 1.9 & 3.0 DA จะได้เครื่องเสียงชุดใหม่ เป็นจอ DVD ขนาด 8 นิ้ว 2 Din วิทยุ DVD/CD/MP3
พร้อมช่อง HDMI,USB และ AUX นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น Isuzu Connect World
นอกจากนี้ยังติดตั้งลำโพงจำนวน 8 ตัว โดยลำโพงข้างตัวรถจะเป็นของ Kenwood 6 ตัว และ Roof Speaker 2 ตัว
พร้อมกล้องมองหลังและเส้นกะระยะ ในแง่คุณภาพเสียง เบื้องต้นนั้นถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับกระหึ่มหนักแน่น
นอกจากนี้ยังมีจอเพดานบนหลังคา ขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง นอกจากนี้ Mu-X Blue Power
ยังได้เพิ่มช่องเสียบปลั้กไฟ 220 โวลต์ 1 จุด พร้อม USB 2 จุด ไว้กลางคอนโซล

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-164754

ในขณะเบาะหลังนั้นเป็นแบบ One Touch พับได้แบบ 60:40 พร้อมที่พักแขนพับเก็บได้และที่วางแก้ว
ในแง่ความสบายถือว่าดีขึ้นจากรุ่นปี 2013 เล็กน้อย ส่วนนึงมาจากที่ในรุ่น MY2015 ได้เพิ่มความยาว
ของเบาะนั่งรองขาไปอีก 50 มม. ส่วนเบาะแถว 3 สามารถพับเก็บได้แบบ 50:50 ซึ่งโดยรวมนั้น ให้คนตัวเล็กนั่งจะดีกว่า

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-161154

ขุมพลัง
ส่วนที่เปลี่ยนแปลงสำคัญของ Isuzu Mu-X Blue Power นั้น จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการมาของ
เครื่องยนต์บล็อกใหม่ที่ Isuzu ใช้เวลาพัฒนาเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยเครื่องยนต์ที่ใช้นั้นรายละเอียดมีดังนี้

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,900 ซีซี รหัส RZ4E-TC 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดแรงดันสูง
คอมมอนเรล ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS Turbo และ Intercooler
ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 -2,600 รอบ-นาที
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Rev Tronic 6 จังหวะ (รุ่นที่เราได้ทดลองขับ) และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ แบบ Genius Sport Shift

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-165223

สมรรถนะ : เงียบ นิ่ง พุ่ง แต่มานุ่มนวล
ที่นี้หลายคนอยากรู้ว่าเมื่อเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร มาใส่ในรถที่มีน้ำหนักเกือบๆ 2 ตันจะเป็นอย่างไร
และเนื่องด้วยระยะทางทดลองขับค่อนข้างยาวพอสมควร เลยได้มีโอกาสจับเวลากันเล่นๆ
ซึ่งตัวเลข 0-100 และ 80-120 ตำแหน่งเกียร์ D ที่เราทำมีดังนี้

0-100 กม./ชม. : 14.52 วินาที*
80-120 กม./ชม. : 11.29 วินาที*
*ทดสอบครั้งเดียว ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ อุณหภูมิขณะทดสอบ 39 องศาเซลเซียส

หลายคนมองว่า”ทำไมมันอืดละ” เอาจริงๆคือช่วงตอนต้น รอบเครื่องยนต์จะอยู่ในช่วงประมาณ 1,500 รอบ/นาที
แล้วกว่าที่องค์ลงต้องดันรอบให้อยู่ที่ 2,000 รอบ/นาที ขึ้นไป ที่นี้เลยต้องข้อสังเกตว่า”หากเราได้นำมาทดสอบจริงๆ
(ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่) หากใช้น้ำมันที่เราใช้ทดสอบอยู่แล้วบอกว่าทดสอบในช่วงกลางคืน
ตัวเลขดังกล่าวน่าจะดีขึ้น” ทั้งนี้ยังเป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น

วกกลับมาเรื่องอัตราเร่งต่อ เมื่อมาดูเวลาหลายคนอาจจะทำใจเพื่อไว้แล้ว แต่ในแง่ความรู้สึกนั้นถือว่าไม่อืดเลยก็ว่าได้
มีความกระฉับกระเฉงอยู่เมื่อเท้าคุณ Kick Down ลงไปเพื่อที่จะเร่งแซง มันก็ตอบสนองเท้าใจในแบบสุภาพ นุ่มนวล
เพียงพอต่อการขับขี่ในเมือง ขับแบบมีโหมดซิ่งในระดับนึง แต่หากเป็นเทพเจ้าเท้าผี ประเภทนักขับผู้”ปาดเปรื่อง”
อันนี้หันไปหาเครื่อง 3.0 ลิตรเถิด จะแฮปปี้ แล้วเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 2.5 VGS แน่นอนครับว่าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร
ทำผลงานได้ดีกว่าจนแทบไม่ต้องหันไปหา 2.5 เลย โดยรวมแล้วเมื่อเทียบกับ PPV ขนาดไม่เกิน 2.5 ลิตร
ถือว่าทำอัตราเร่งได้ดี อยู่ลำดับกลางๆของตารางค่อนไปทางบน ส่วนเกียร์อัตโนมัตินั้น ในแง่การทำงานถือว่า
มีการเปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลในบางช่วง แต่บางจังหวะที่แอบช้าอยู่บ้าง ส่วนแป้นเบรกนั้นยังคงทำงานได้ไว แต่นุ่มนวล อยู่เหมือนเดิม
ส่วนการเก็บเสียงนั้นในความเร็ว 100 กม./ชม.ขึ้นไป พบว่าเสียงเครื่องยนต์เงียบลงกว่ารุ่นเดิมเยอะมาก ส่วนตัวรถเก็บเสียงดีขึ้นจากรุ่นเดิม
แต่มีบางจุดยังมีเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาอยู่

ระบบกันสะเทือน : นุ่มขึ้น เด้งน้อยลงนิดเดียว…
ช่วงล่างของ Isuzu Mu-X Blue Power ยังคงเป็นเซ็ทเดิมคือ ด้านหน้าเป็นแบบปีกนกอิสระ 2 ชั้น คอยล์สปริง
และเหล็กกันโคลงพร้อมโช้คอัพแก็ส ด้านหลังเป็นแบบ 5-Link Suspension คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงพร้อมโช้คอัพแก็ส
ภาพรวมนั้นถือว่าคล้ายเดิม คือมีบางจังหวะจะรู้สึกเด้งๆ แต่

ส่วนระบบความปลอดภัยของ Isuzu Mu-X Blue Power นั้นน ระบบต่างๆยังมีเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ประสานการทำงานกับดิสท์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน 4 ล้อ ระบบควบคุมการทรงตัว ESC
พร้อมระบบป้องกันการลื่นไถล TCS เสริมด้วยระบบช่วยออกตัว บนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) ขณะที่การปกป้องนั้นมีทั้ง
โครงสร้างนิรภัยเสริมเหล็กกล้า High Tensile Strength Steel จุดยึดเบาะ ISOFIX ที่เบาะนั่งแถว 2 ถุงลมนิรภัยยังเป็นคู่หน้า SRS ทุกรุ่น ฯลฯ

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-160954

รวบให้ฟัง หลังลองคร่าวๆ
: เล็กแค่ขนาด อัตราเร่งดีไม่ง้อเครื่องใหญ่ เก็บเสียงดีขึ้น อีก 1 ทางเลือกของ PPV ที่ไม่เลว

จากที่เคยขับ D-max ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2015 ก็มีข้อสงสัยว่า”เมื่อเครื่อง 1.9 มาอยู่ในรถ
ที่มีน้ำหนักเกือบๆ 2 ตัน มันจะไหวรึเปล่า” เมื่อได้ลองขับแล้ว ก็สรุปสั้นๆคือ”มันไหว และทำผลงานได้ไม่เลว”
แม้ความจี๊ดจ๊าดจะดร็อปจาก D-Max ไประดับนึงก็ตาม แต่ก็ถือว่าคนที่ขับชิลๆโหมดซิ่งมานิดๆ อันนี้คงชอบ
ส่วนช่วงล่างยังเป็นสไตล์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอยากให้เซ็ทให้ดีกว่านี้ ส่วนการเก็บเสียงถือว่าดีขึ้นจากรุ่นเดิม

แม้การเปลี่ยนแปลงในครั้งจะไปในทางเครื่องยนต์ซะมากกว่า แต่ภายนอกและภายในมีการตกแต่งให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นล้อลายใหม่ กระจกข้าง การ์ดกันชนสีใหม่ ส่วนภายในถือว่าเปลี่ยนแปลงเยอะมากทั้งการตกแต่งที่หรูขึ้น พร้อมยังแก้
จุดบอดจากรุ่นก่อนให้ดีขึ้น
พร้อมออปชั่นความปลอดภัยที่ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวและช่วยขึ้นเขามาให้ทุกรุ่น
โดยรวมแล้วถือว่าเป็น PPV ที่ทำผลงานได้ไม่เลวเลยก็ว่าได้ หากเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 2,500 ซีซี
แต่ถ้าอยากได้ความแรงแบบทันเท้า ทันใจแล้วละก็ ต้องไปเล่นเครื่อง 3.0 ลิตรหรือไม่ก็ไปแต่งเพิ่ม ซึ่งอันนี้สุดจะแล้วแต่นะ 😛

First Check Drive Isuzu Mu-X Blue Power-161045

ทั้งนี้นับว่าเป็นอีกก้าวของ Isuzu ที่ได้ต่อยอดกระแสของเครื่อง 1.9 ลิตร ให้แรงขึ้นและตอบโจทย์ลูกค้าให้กว้างขึ้น

ที่นี้เมื่อมาดูราคาและออฟชั่นที่จัดมาให้ ถือว่า”พอกินพอใช้ ไม่หวือหวาเหมือนรายอื่น”

โดยราคามีดังนี้

Isuzu-Mu-X-Price-768x412

ซึ่งรุ่น 1.9 CD ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นถือว่า สิ่งที่ให้มาพอใช้ได้ แถมออปชั่นความปลอดภัยก็ให้มาเพียงพอ
เพียงแต่ว่า การตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงออปชั่นบางอย่างจะดูด้อยกว่าตามราคา
ส่วนรุ่น 1.9DVD จะได้ออปชั่นเพิ่มเข้ามาพอสมควร และยังมีเกียร์ธรรมดาให้เลือก”แค่รุ่นเดียว”
ซึ่งถ้าใครชอบเกียร์ธรรมดาหรือมองว่าออปชั่นรุ่น DVD เพียงพอแล้วก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน

ส่วนถ้าใครอยากได้รุ่นท็อปอย่างรุ่น DA ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน ถ้าใครขับรถไม่ถึง
แบบบ้าพลัง เครื่อง 1.9 ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครชอบเครื่องยนต์ที่แรงทันใจเครื่อง 3.0
จะตอบโจทย์ด้านนี้ แถมมี Cruise Control มาให้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครวิ่งในเมืองหรือลุยทางเรียบ
เป็นหลัก รุ่นขับ 2 ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครชอบขับรถบนทางลุย รุ่นขับ 4 ถือว่าเป็นตัวเลือกทีดี

ซึ่งออปชั่นรวมๆแล้วถือว่า อาจจะดูด้อยกว่า 3 ค่ายหลักอย่าง Toyota Fortuner,Ford Everest
และ Mitsubishi Pajero Sport ที่อัดออปชั่นล้ำๆหลายอย่าง แต่สิ่งที่ให้มานั้นถือว่า ไม่น่าเกลียดนัก

หลังจากนี้เราต้องรอดูกันต่อไปว่า เมื่อได้ทดสอบในเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ ก็คงเป็นเรื่องอนาคต
ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า เราจะได้ลองขับแบบเต็มๆเมื่อไร เอาเป็นว่าเรารออยู่นะ….

ปล.การทดสอบครั้งนี้ เป็นการทดสอบในฐานะลูกค้านะครับ
กราบขอบพระคุณ
-บริษัท อีซูซุ เชียงใหม่เซลส์ จำกัด
โทร.053 249 701
________________________________________________________
ทดลองขับ & ถ่ายภาพ : Naow27
เผยแพร่ครั้งแรก : วันที่ 21 เมษายน 2559

หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตจากต้นฉบับทุกครั้ง


Total 5 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author