All New Honda Accord : ฉีกความหรูหราเดิมๆพร้อมเครื่องยนต์ Turbo และ Hybrid ใหม่

80 0

หลังจากที่ Honda Accord ทำตลาดรุ่นปัจจุบันมาครบ 5 ปี ก็ได้เวลาเปลี่ยนโฉมใหม่กันเสียที
ที่ผ่านมาก็มีทั้งภาพหลุดออกมาตามอินเตอร์เน็ต และภาพสเก็ตซ์จาก Honda โดยครง ซึ่งคราวนี้
ก็ได้เวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 14 กรกฏาคม 2017 เวลา 14:00 (หรือ 4 ทุ่มบ้านเรา)
พร้อมวางจำหน่ายเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมีการพัฒนาจากรุ่นเดิมไปเยอะมาก ฉีกความเรียบง่ายจากรุ่นที่แล้วโดยสิ้นเชิง
ไฟหน้า LED มีขนาดยาวขึ้น กระจังหน้าที่มีแถบเส้นโครเมียมที่หนากว่าเดิมมาก พร้อมช่อง
กระจังหน้า 2 ชั้น ไฟตัดหมอกหน้า LED ที่ยังเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่พร้อมช่องลายตาข่าย
กันชนหน้าที่ดูแปลกตาขึ้น ด้านข้างออกแบบแนวกระจกใหม่หมด รวมถึงตกแต่งเส้นโครเมียม
ที่ลากยาว ไปจนถึงกระจกโอเปร่า พร้อมล้ออัลลอยด์ 19 นิ้ว 5 ก้านที่ใหญ่พิเศษ ส่วนด้านท้าย
ออกแบบให้ดูล้ำขึ้นกว่าเดิม พร้อมตัวโคมที่รับกับช่องใส่ป้ายทะเบียน รวมถึงแผงทับทิมที่
ที่เรียวยาว และกลมกลืนกับเส้นสายบริเวณนั้น

ขนาดตัวถังมีความกว้าง 1,854 มิลลิเมตร (กว้างกว่าเดิม 10 มิลลิเมตร) ยาว 4,880  มิลลิเมตร
(ยาวกว่าเดิม 55 มิลลิเมตร) สูง 1,448 มิลลิเมตร (เตี้ยกว่าเดิม 15 มิลลิเมตร) ฐานล้อยาว
2,830 มิลลิเมตร (ยาวกว่าเดิม 55 มิลลิเมตร) พร้อมกับลดความสูงของเบาะลง
(เบาะหน้าลดลง 25 มิลลิเมตร และเบาะหลังลดลง 20 มิลลิเมตร)

ภายในได้เปลี่ยนการออกแบบให้ดูเรียบง่ายขึ้นกว่าเดิม ตกแต่งด้วยสีทูโทน ดำ/เบจ
เสริมด้วยลายไม้ดำ และวัสดุนุ่ม รวมถึงลดความหนาของเสาคู่หลังลงเพื่อให้มองเห็นได้ง่าย

จอแสดงผลที่ยุบรวมกันเป็นจอเดียวโดยหน้าจอสัมผัสมีขนาด 8 นิ้วที่ปรับเมนูการใช้งานใหม่หมด
พร้อมปุ่มปรับเสียงและเปลี่ยนเพลงแบบปุ่มหมุน รองรับการเชื่อมต่อ 4G,Wifi,Bluetooth และ
แอปพลิเคชั่นผ่านมือถือ  Apple CarPlay and Android Auto และ Honda Link เวอร์ชั่นใหม่ที่
รองรับฟังก์ชั่นหลากหลายขึ้น ทั้งช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อรถชน,ล็อก/ปลดล็อกรถและดับเครื่องยนต์
ติดตามรถหาย เช็คสภาพรถ ฯลฯ แถมยังรองรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย และการเชื่อมต่อ
ระยะใกล้ NFC (Near Field Communication) ชุดเครื่องเสียงนี้จะมีลำโพงตั้วแต่ 4 ตัว ในรุ่นเริ่มต้น
ถึง 10 ตัวในรุ่นสูงสุด

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผล TFT แบบเดียวกับ Civic และ CR-V แต่ภาพกราฟิก
มาแบบเข็มเหมือน รถยนต์ทั่วไป พร้อมจอแสดงผลบนกระจก Head-Up Display
ที่แสดงข้อมูลได้ทั้งความเร็ว วัดรอบ ระบบนำทาง และการอ่านป้ายจราจร
พวงมาลัยเปลี่ยนมาใช้แบบ 3 ก้านที่ปรับปุ่มบนพวงมาลัยให้ดูดีขึ้น ตกแต่งด้วย
สีเงินเมทัลลิก

เบาะนั่งปรับให้นั่งสบายขึ้น ซึ่งมีขนาดเบาะที่ยาวขึ้น ใหญ่ขึ้น และที่พักแขนนุ่มขึ้น
เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ถึง 12 ทิศทางพร้อมที่ดันหลัง เบาะนั่งคู่หน้าเพิ่มระบบ
เป่าลมร้อนหรือเย็น ส่วนเบาะหลังได้เพิ่ม Heater อีกด้วย

สมรรถนะได้ถอดเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC และเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร V6 VCM
ที่ประจำการมาอย่างยาวนานออกไปยกชุด และแทนที่ด้วย เครื่องยนต์เบนซิน Downsizing
Earth Dreams Technology พร้อมระบบอัดอากาศ Turbocharged และระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง
Direct  Injection ที่มีให้เลือก 2 ความจุคือ

ขนาด 1.5 ลิตร ติดตั้งวาล์วแแปรผันคู่ Dual VTC ที่มีกำลัง 192 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร
จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและอัตโนมัติ CVT  ที่ปรับอัตราทดให้ลดลงจากรุ่นเดิม 11% และ
ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ที่ยกมาจาก Honda Civic Type-R มีกำลังสูงสุด 252 แรงม้า
แรงบิด 370 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะหรือ อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม
ปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบ Shift By Wire ที่น้ำหนักเบากว่าเดิม 10 กิโลกรัม อัตราทดกว้างขึ้น
68% ลดอัตราทดเกียร์ 1 ลง 43% และลากเกียร์สูงๆได้นานขึ้น 17%

และเครื่องยนต์  Hybrid พัฒนาใหม่ ที่มาทั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว  และ
แหล่งพลังงานไฟฟ้า intelligent power unit (IPU) ที่มีขนาดเล็กลง
ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารเยอะขึ้น และยังสามารถ พับเบาะได้เหมือนรุ่นย่อยอื่น
ซึ่งรายะเอียดของเครื่องยนต์จะแจ้งให้ทราบภายหลัง

 

โครงสร้างตัวถังมีนำหนักเบาขึ้นกว่ารุ่นเดิม 50 – 80 กิโลกรัม วัสดุที่ผลิตเป็นเหล็กคุณภาพสูง
ประมาณ 54.2% ของตัวถังทั้งหมด และยังบิดตัวดีขึ้นจากรุ่นเดิม 24 – 32% และ Chassis
ที่ทำจากเฟรมอลูมิเนียม ที่ทำให้ขับดีขึ้นและเงียบขึ้นกว่าเดิม ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ
MacPherson Strut ด้านหลังเแป็น Multi-Link พร้อมระบบ Adaptive Damper System
ที่ทำให้เข้าโค้งดีขึ้น พวงมาลัยเป็นแบบ Dual Pinion พร้อมเพาเวอร์แบบไฟฟ้าแบบ
อัตราทดแปรผัน VR-EPS (Varible Ratio – Eletric Power Steering) นอกจากนี้ยังมี
โหมดการขับขี่มีการเพิ่ม Sport Mode เพื่อให้ขับสนุกยิ่งขึ้น

ระบบความปลอดภัยจัดเต็มด้วย Honda Sensing เต็มรูปแบบ นอกจากจะมีทั้ง ระบบรักษา
ระยะห่างหน้ารถ ACC (Adaptive Cruise Control),ระบบเตือนการชนด้านหน้า CMBS
(Collision Mitigation Brake System),ระบบเตือนรถออกนอกเลน ระบบช่วยดึงรถกลับเข้าเลน
(Lane Keeping Assist System) และ ระบบเตือนรถไถลออกถนน Road Departure Mitigation
แล้ว ยังมีระบบอื่นๆเพิ่มเติมทั้ง ระบบเตือนรถข้างหน้าเคลื่อนไหว ระบบอ่านป้ายจราจร
(Traffic Sign Recognition) และระบบเตือนรถข้างหน้าเมื่อเข้าเกียร์ผิด

ความปลอดภัยพื้นฐานจัดให้มาทั้ง ระบบเบรก ABS EBD BA,ระบบควบคุมการทรงตัว VSA
ระบบช่วยขึ้นเขา HSA,ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS กล้องมองหลังแบบปรับได้ 3 มุมมอง ยังมี
ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Information และเตือนมุมอับขณะถอยหลัง RCTA
Rear Cross Traffic Monitor และถุงลมนิรภัยที่มีมากถึง 8 ลูก

Honda Accord ใหม่มีให้ลือก 15 รุ่นย่อย (1.5 Turbo 6 รุ่นย่อย,2.0 Turbo 4 รุ่นย่อย
และ Hybrid 5 รุ่นย่อย) ซึ่งจะประกอบในโรงงานที่ Ohio ส่วนราคาจะแจ้งให้ทราบภายหลัง


ต่างกับรุ่นที่แล้วตรงไหนบ้าง

หลายๆคนอ่านแล้วคงสงสัยว่า ตกลงรถฉันเปลี่ยนตรงไหนละเนี่ย ดังนั้นเปรียบเทียบกันว่าทั้ง 2 รุ่นนี้ต่างกันอย่าง
ซึ่งเราจะเทียบให้ทีละจุดกันคร้บ

ภายนอก : ไฟหน้าเรียวยาวกว่ารุ่นเดิม กระจังหน้ามีความหวือหวาขึ้น และยุบรวมกระจังหน้ากับช่องดักลม
ด้านล่างให้เป็นช่องเดียวกัน ไฟตัดหมอกหน้า LED ที่สั้นลงกว่าเดิม ลายล้อที่เป็นลายกังหัน 7 ก้านเป็น 5 ก้านคู่
(เมื่อเทียบกับขนาด 17 นิ้วด้วยกัน) กระจกหน้าต่างเพิ่มกระจก Opera บริเวณเสาด้านหลังตกแต่งคิ้วโครเมียม
เฉพาะส่วนบนเท่านั้น (จากเดิมจะครอบคลุมถึงส่วนล่างด้วย) ด้านท้ายไม่มีการตกแต่งคิ้วโครเมียมบริเวณ
เหนือป้ายทะเบียน และไฟท้าย LED ที่เป็นเส้นแนวนอน

ภายใน : เราขอตัดประเด็นเรื่องสีภายในและการตกแต่ง เพราะแต่ละทีจะตกแต่งไม่เหมือนกัน
ส่วนจุดอื่นๆ จะเห็นได้ว่า ชุดเครื่องเสียงจากเดิมจะแยกเป็นจอแสดงผล และจอสำหรับควบคุม
คราวนี้จะยุบให้เหลือแค่จอสัมผัส”เพียวๆ” พร้อมขยายขนาดเป็น 8 นิ้ว และปรับเมนูใหม่ทั้งหมด
ควบคุมสั่งงานด้วยปุ่มหมุน (จากเดิมเป็นจอสัมผัสควบคุมด้วยการรูดนิ้ว) และยังออกแบบจอ
ให้เหมือนกับ Tablet แปะคอนโซลเหมือนกับรถยนต์รุ่นปัจจุบัน

ระบบปรับอากาศเพิ่มปุ่มหมุนสำหรับควบคุมอุณหภูมิและลมแอร์เท่านั้น (จากเดิมจะเป็นแบบปุ่มกดล้วนๆ)
ช่องเก็บของมีฝาปิดแค่อันเดียว (จากเดิมไม่มี 2 อัน) ที่วางแก้วไม่มีฝาปิด และเบรกมือที่เป็นแบบไฟฟ้า
ทุกรุ่น (จากเดิมมีเฉพาะ Accord Hybrid เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเท่านั้น) มาตรวัดเปลี่ยนเป็นแบบจอแสดงผล
TFT (จากเดิมเป็นแบบเข็มธรรมดา พร้อมจอแสดงผลแบบขาว/ดำในรุ่นปกติ และจอสีในรุ่น Hybrid)
เสริมด้วยมาตรวัดบนกระจก HUD (Head-UP Display มาให้) พวงมาลัยเปลี่ยนจาก 4 ก้านเป็น 3 ก้าน
พร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยที่กระจุกใน 2 ก้าน ส่วนปุ่มควบคุมการเลื่อนเพลงจะใช้วิธีเลื่อนปุ่ม
หมุนบนพวงมาลัย (ส่วนการปรับเสียงยังต้องใช้ปุ่มกดเหมือนเดิม) ด้านบนแผงประตูมีการออกแบบ
ให้ดูมีมิติขึ้น พร้อมสวิตซ์กระจกไฟฟ้าเสริมด้วยโครเมียม พร้อมเลื่อนลงอัตโนมัติเฉพาะคู่หน้า

สมรรถนะ : แน่นอนว่าเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ Turbo กันหมดแล้วอยากรู้ว่าสมรรถนะจะเป็นอย่างไรบ้าง
เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Turbo : เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรจะแรงกว่าเดิม 3-7  แรงม้า
แรงบิดเพิ่มขึ้น 23 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติเปลี่ยนจาก 6 จังหวะเป็นแบบ CVT

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Turbo : เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3.5 V6 แล้วถือว่าแรงม้าลดลงไป 26 ตัว
แรงบิดลดลง 29 นิวตัน-เมตร เพิ่มทางเลือกด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ
แบบปุ่มกด Shift By Wire

ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้าเพิ่มอัตราทดแปรผันมาให้

ความปลอดภัย : Honda Sensing เพิ่มฟังก์ชั่นอื่นๆทั้ง ระบบเตือนรถข้างหน้าเคลื่อนไหว ระบบอ่านป้ายจราจร
(Traffic Sign Recognition) และระบบเตือนรถข้างหน้าเมื่อเข้าเกียร์ผิด ส่วนออปชั่นนอกจากนี้ยังเพิ่ม
ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Information และเตือนมุมอับขณะถอยหลัง RCTA และถุงลมนิรภัย
ที่เพิ่มบริเวณด้านคนขับและหัวเข่าฝั่งผู้โดยสารหน้า

ข่่าวร้ายคือ กล้องส่องด้านข้าง Honda LaneWatch ได้ถอดออกไปเรียบร้อยแล้ว


เทียบกับในตลาดอเมริกา

ตลาดกลุ่มนี้ถือว่าใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะมีคู่แข่งอย่าง Toyota Camry และ Honda Accord แล้ว
ยังมีทั้ง Hyundai Sonata,Kia Optima,Subaru Legacy B4 และ Nissan Altima ให้เลือกเช่นกัน

คู่แข่งที่เหมาะสมในเวลานี้เป็ใครไม่ได้นอกจาก Toyota Camry ซึ่งทั้งคู่ต่างมีดีไซน์ที่ ลืมความหรูหรา
เหมือนกันทั้งคู่ ออปชั่นต่างๆมีความล้ำไม่แพ้กัน ส่วนสมรรถนะต้องรอตัดสินอีกที เพราะบุคลิกของ
เครื่องยนต์ Turbo กับ เครื่องสันดาปปกติจะไม่เหมือนกัน ส่วนระบบ Full Hybrid ของทั้งคู่
ต้องพิสูจน์กันว่า ระหว่างระบบ i-MMD กับ Hybrid Synergy Drive ที่ติดตั้ง Dynamic Force
จะมีผลลัพธ์อย่างไร


แล้วเสปคบ้านเรา มาประมาณไหน

แน่นอนว่าทันทีที่เปิดตัว ลูกค้าชาวไทยต่างรอคอยกันว่า Accord เวอร์ชั่นไทยนั้นจะมาในรูปแบบไหน
ซึ่งเราจะมาวิเคราะห์กันคร่าวๆครับ

หน้าตาภายนอกแน่นอนว่าการออกแบบเหมือนเวอร์ชั่นอเมริกา รายละเอียดต่างๆอาจจะมาครบ ทั้งไฟหน้า
ไฟตัดหมอกหน้าและไฟท้าย LED คิ้วกระจกหน้าต่างโครเมียม และอาจจะยังมี หลังคามูนรูฟมาให้เหมือนกับ
รุ่นที่ผ่านมา ส่วนล้ออัลลอยด์แน่นอนว่าต้องมีล้อขนาด 17 นิ้วในรุ่นเริ่มต้น แต่บางรุ่นนั้น ต้องพิจารณากันต่อไปว่า
จะได้ล้อลายไหน (เพราะเวอร์ชั่นอเมริกา ไม่มีล้อขนาด 18 นิ้วให้เลือก)

ภายในแน่นอนว่าการออกแบบจะเหมือนกัน ออปชั่นปลีกย่อยอาจจะใกล้เคียงกัน ทั้งมาตรวัดแบบ
จอแสดงผล TFT,ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง รวมไปถึงการตกแต่งภายในที่ต้องรอดูกันว่า
จะใช้ลายไม้โทนสีอะไร (หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นสีเมทัลลิกก็เป็นไปได้) แต่ที่แน่ๆ ชุดเครื่องเสียงอาจจะ
ใช้เมนูแบบเดียวกัน แตจะลดฟังก์ชั่นจากเวอร์ชั่นอเมริกา เช่น Wi-Fi,4G เป็นต้น (ส่วนระบบชาร์จไร้สาย
ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะออปชั่นนี้คู่แข่งอย่าง Camry มีมาให้ทุกรุ่น)

เครื่องยนต์นั้นเป็นสิ่งที่หลายๆคนลุ้นมาก เพราะที่ผ่านมาฮอนด้าอาศัยการปรับปรุงเครื่องยนต์เดิม
เป็นหลัก (แต่หลังๆจะมีการเพิ่มเครื่องยนต์ใหม่ๆ อย่างเช่น 1.5 ลิตรใน Civic Turbo และ 1.6 ลิตร
i-DTEC ใน CR-V) คราวนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะตัดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรทิ้งไป และแทนที่ด้วย
เครื่องยนต์ Turbo ซึ่งต้องติดตามกันว่าจะเอามาขนาดไหน ส่วนระบบส่งกำลังะมาเป็นแบบ
เกียร์ไฟฟ้า Shift By Wire ก็เป็นไปได้

ส่วนเครื่องยนต์ที่เหลืออย่าง 2.0 ลิตร i-VTEC ที่เป็นเครื่องขายดีประจำรุ่น และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
Sport Hybrid อาจจะมีการปรับปรุงสมรรถนะให้ดีขึ้นก็เป็นไปได้ ระบบความปลอดภัยอาจจะเพิ่ม
ฟังก์ชั่น Honda Sensing บางอย่าง (จากเดิมมีแค่ 4 อย่างเท่านั้น) และอาจจะมีถุงลมนิรภัยหัวเข่า
ติดมาให้ทุกรุ่น


รุ่นย่อยยังไม่สรุป แต่อาจจะยืนพื้นที่ 2.0E,2.0EL,1.5T EL,1.5T TECH,HYBRID TECH
ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไป ส่วนราคาจะมีการเพิ่มแน่นอน แต่จะเพิ่มเท่าไหร่นั้น ต้องรอชม
ระหว่างนั้น เอาราคารุ่นปัจจุบันไปชมกันก่อนครับ

ดังนั้น โปรดติดตามใน “ปูให้รู้ ก่อนมาไทย” เพื่อเป็นการยืนยันสเปคเวอร์ชั่นไทยอีกที

Total 0 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author