วันอาทิตย์ , 26 ตุลาคม 2014
News Feed

First Check All New Isuzu D-Max V-Cross 3.0 Ddi VGS Turbo 5 AT : ขับง่ายโอเค ได้ 8.5 ไปเลย!

หลายๆคนคงรอบททดสอบชนิดจับความรู้สึกได้ไม่ว่าจะทดสอบสั้น
หรือทดสอบยาวของ All New Isuzu D-max ตั้งแต่มีการนำเสนอข่าว
เป็นรายแรกในโลก(ไม่ได้โม้!) มาจนถึงสัมผัสแรก( First Touch)
และวันนี้ก็เป็นวันที่เว็บไซต์เราได้เปลี่ยนรูปโฉมหน้าดูตาไฉไลขึ้น
ฉะนั้นแล้วนี้คือบทความทดสอบรถที่ทุกคนรอคอย!


การมาของ All New Isuzu D-max คราวนี้มาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งมาพร้อมทั้งการทดสอบทั้งอัตราเร่ง
ช่วงล่าง และการตอบสนอง ซึ่งในที่นี่ผมจะขอบอกว่า”เราเขียนตามความจริง
อันไหนดีเราชอบ อันไหนด้อยเราติ”โดยรุ่นที่เราได้ลองนั้นเป็นรุ่น V-Cross Cab4
เครื่องยนต์ 3.0 Ddi VGS Turbo พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และนับว่าเป็นรุ่นสูงที่สุด
ของ D-max ซึ่งหลายๆคนอยากรู้ว่า”อัตราเร่ง การตอบสนองจะดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนรึเปล่า?”


Street of Story
แน่นอนว่าการมาของ Isuzu D-max นับว่าเป็นอะไรที่โดนใจคนไทยในช่วงปี 2545 ในรหัสโครงการ I-190
ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย โดยในช่วงแรกยังคงใช้โรงงานอีซูซุ ประเทศญี่ปุ่น
ก่อนที่ 1 ปีถัดมาจะย้ายมาปักหลักที่เมืองไทยโดยสเปคของเจ้า Isuzu D-max ในปี 2545 นั้น
ยังอยู่ในช่วงยุคเครื่องยนต์ดีเซล Direct Injection โดยมีทั้ง 3.0 และ 2.5 ลิตร

โดยที่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร รหัส 4JH1-T Max 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ระบบจ่ายน้ำมัน
แบบ Direct Injection Turbo ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร บล็อก 4JA1-T
แบบ 4 สูบแถวเรียง 8 วาล์ว เทอร์โบ กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 3,900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 176 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบ

 

หลังจากนั้นปี 2547 ค่ายใหญ่ยักษ์อย่างโตโยต้าได้ทิ้งระเบิดครั้งใหญ่
ด้วยการเปิดตัว Hilux Vigo รถกระบะที่มีการปรับโฉมใหม่ทั้งคัน โดยการออกแบบมีลักษณะ
กระจกลาดลงมา ให้ลู่ลมมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์ชนิดจัดเต็มโดยส่ง 3 บล็อก
คือ 3.0 ลิตร 163 แรงม้า 2.5 ลิตร IC 120 แรงม้า และ 2.5 ลิตร 102 แรงม้า

ในช่วงนั้นนับว่าเป็นยุค”วีโก้ฟีเวอร์”ไปเลยก็ว่าได้ Isuzu เห็นทีจะไม่ดี เลยจัดการเปลี่ยน
เครื่องยนต์ให้กับดีแมคซ์จาก Direct Injection มาเป็นระบบ Commonrail
ในชื่อ” i-TEQ Super Commonrail ” พร้อมแต่งหน้าทาปากหน่อยๆ
โดยเครื่องยนต์ที่ให้มาเป็นรุ่น 4JJ1-TC ขนาด 3,000 ซีซี 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบ Commonrail Direct Injection Turbo Intercooler
ให้กำลังสูงสุด 146 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร
ที่ 1,400-3,400 รอบ/นาที ควบกับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
หลังจากนั้นถัดไปอีก 1 ปี อีซูซุก็ปลดเครื่องยนต์ 2.5 Di ทิ้งแล้วนำเครื่องยนต์ 2,500 Ddi
รหัส 4JK1-TC 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์
ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,200 รอบ/นาที




พอขายไปได้ 2 ปี ก็ถึงคราวปรับโฉมครั้งใหญ่ เมื่อปี 2549 โดยคราวนี้เปลี่ยนใน
ส่วนด้านหน้าและด้านหลังตัวรถโดยการออกแบบในแนวคิด Hexapod Design
ที่เน้นความโค้งมนบวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์
(Projector Lens) นับเป็นรายแรกของรถกระบะเมืองไทยให้ความสว่างกว่า ไฟแบบฮาโลเจนถึง 2 เท่า
ส่วนไฟท้ายเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ไฟตัดหมอกเปลี่ยนเป็นทรงกลมจากรุ่นก่อนที่ใช้ทรงสี่เหลี่ยม
ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่หมด แม้จะอยู่บนพื้นฐานตัวถังเดิม
แต่มีการออกแบบให้ดูทันสมัยขึ้น คอนโซล,ปุ่มควบคุมต่างๆ,ช่องแอร์ดีไซน์ใหม่
แบบทรงกลมพวงมาลัย 4 ก้านดีไซน์ใหม่,มาตรวัดเรืองแสงแบบ Super Vision
แบบ 3 มิติ เป็นครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย เครื่องเล่นซีดีแบบ Buit-in เล่น MP3 และ WMA

ขณะที่เครื่องยนต์นั้นยังมี 3.0 Ddi และ 2.5 Ddi เหมือนเดิม แต่อีซูซุได้เพิ่ม
บล็อกรหัสใหม่ที่มีชื่อว่า 4JJ1-TCX หรือชื่อในการทำตลาดว่า” i-TEQ Super Commonrail
3.0 Ddi VGS Turbo” ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่งัดมาสู้กับ Toyota Hilux Vigo
โดยเป็นเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาจาก 3.0 Ddi รหัส 4JJ1-TC โดยที่บล็อก 3,000 Ddi
รหัส 4JJ1-TCX แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
จ่ายน้ำมันด้วยระบบ Commonrail Direct Injection เสริมด้วยเทอร์โบแปรผัน
แบบ VGS Turbo Intercooler ที่ถูกติดตั้งอยู่บนสุด พร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่
ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร
ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด รุ่น MUX
และ 333 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-3,200 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รุ่น Maxmatic III

และนำเป็นรุ่นที่มีการปรับเปลี่ยนบ่อยที่สุดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง มา 4 ครั้ง
( Gold Series ปี 2007,Platinum ปี 2008, Super Platinum ปี 2009 , Super Titanium ปี 2010)

เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการของลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้นบวกกับเสียงในด้านจุดบกพร่องต่างๆ
ที่ยังพบแล้วต้องแก้ไขอีซูซุก็รับโจทย์นี้มา เพื่อทำการวิจัยแล้วนำพัฒนาต่อให้ยอดให้ดีขึ้น
จากรุ่นก่อนจนในที่สุดโมเดลในรหัส RT-50 ก็คลอดออกมาให้คนไทยได้ใช้เป็นประเทศแรก

เป้าหมายในการพัฒนา มี 4 หัวข้อสำคัญคือ เน้นความสะดวกสบาย ตัวรถต้องมีบุคลิกและอารมณ์สปอร์ต
ทันสมัย แต่ยังต้องมีรูปทรงมั่นคงหนักแน่น และยังคงความเป็น “มิตรร่วมทาง” คำหลังนี่สำคัญนะครับ
สำหรับผู้ใช้รถกระบะที่จะต้องขับรนถ กิน นอน ใช้ชีวิตกับรถ ในภาคขนส่งนั้นเยอะมาก และคนกลุ่มนี้
ก็อยากได้รถที่มีความเป็นมิตรในการใช้งานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทรวดทรงหน้าตา
ภายนอกของ All New Isuzu D-max V-Cross นี้ คงจะไม่อธิบายอะไรมาก
(ให้คุณไปอ่าน Thailand First Touch ก่อน คลิกที่นี่)ขนาดตัวรถของ
Isuzu D-Max V-Cross 3.0 Z-Prestige ความกว้างอยู่ที่ 1,860 มม.
ความยาวอยู่ที่ 5,190 มม. ความสูงอยู่ที่ 1,850 มม. ซึ่งเมื่อเทียบจากรุ่นก่อนแล้ว
จะยาวเพิ่มขึ้น 270 มม. ฐานล้อยาวเพิ่มขึ้นอีก 40 มม. ช่วงล้อหน้า/หลัง เพิ่มไป 50/45 มม.

อุปกรณ์หลักๆ มีไฟหน้าแบบ Projector ทรง Free-form กระจังหน้าทรง U-Shape
แบบโครเมียมพร้อมโลโก้ Isuzu ขนาดใหญ่ พร้อมแถบโครเมียมเหนือโลโก้
ซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาจากแม่พิมพ์ ให้ความรู้สึกดุดันแบบนักกล้าม
เส้นสายด้านข้างตัวรถแบบ Katana Line ที่ได้แรงบันดาลจากดาบซามูไรเพื่อให้ลู่ลมมากขึ้
น กระจกมองข้างแบบโครเมียม พร้อมไฟเลี้ยวปรับและพับแบบไฟฟ้า
ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ลาย 5 ก้านเดียว แบบ 7.0Jx17 พร้อมยางขนาด 255/65R17

ไฟท้ายแบบ LED ขนาดใหญ่ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แต่ที่แตกต่างจากก็ตรงที่มีแร็คหลังคา
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน แต่รุ่นที่เราทดลองนั้นมีการตกแต่งด้วยชุด Sport Package
ซึ่งมีทั้งชุดการ์ดกันชนหน้า คิ้วขอบล้อและแผงกันกระแทกด้านข้าง เพื่อเพิ่มความดุดัน
ถ้าลูกค้าสนใจ สามารถติดต่อได้ตามโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

กุญแจของ All New Isuzu D-max V-Cross จะเป็นแบบ Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
ในรุ่น Z-Prestige จะมาพร้อมระบบล็อกรถอัตโนมัติทันทีที่รถมีความเร็ว 20-25 กม./ชม.

เปิดประตู ดูภายใน
เมื่อประประตูดูภายในก็พบกับห้องโดยสารที่กว้างกว่าจากรุ่นเดิมเยอะเลยทีเดียว
เพราะรุ่นที่แล้วรู้สึกแคบและอึดอัดสำหรับคนตัวสูง การออกแบบภายในของ All New Isuzu D-max
ได้มีแนวคิด Deluxe Capsule ที่เน้นความโค้งมน ผสานกับแนวคิด Universal Design
โดยยึดถือผู้ใช้รถเป็นศูนย์กลางโดยปรับรูปทรงต่างๆ ให้เข้ากับสรีระของผู้ใช้มากที่สุด พูดง่ายๆ
ก็คือมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยมีคอนเซปต์คือ Raku Raku (Comfortable; สะดวกสบาย)
Kentan (Easy; ออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน) และ Anata Shidai (Up to you; เพิ่มมิติการใช้งาน
ที่หลากหลายมากขึ้น โดยสามารถออกแบบการใช้งานได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล)
โดยการออกแบบมีลักษณะที่เน้นให้ผู้ขับขี่ สามารถหยิบ จับ ได้สะดวก
โดยไม่ต้องเอื้อมมือ เป็นไปตามธรรมชาติ

ถ้าจะพูดกันง่ายๆก็คือยกมาจาก เชฟโรเลต โคโลราโด ใหม่ นี้แหละ ฉะนั้นเรื่องตำแหน่ง
เบาะถือว่าเหมือนกันเป๊ะแล้วมีหลายคนถามว่า”ภายในห้องโดยสารตกลงใครเป๊นต้นแบบกันแน่?”
คำตอบคือ”เชฟโรเลต”ครับ แต่! เป็นที่ทราบกันดีว่าเชฟโรเลตและอีซูซุ ได้พัฒนาปิกอัพรุ่นนี้ด้วยกัน
ฉะนั้นในเรื่องการออกแบบภายนอกก็ต่างคนต่างทำ เครื่องยนต์ก็ใช้คนละบล็อกกัน
ช่วงล่างก็เซ็ทไม่เหมือนกัน แต่ห้องโดยสารออกแบบโดยเชฟโรเลต และอีซูซุได้ซื้อลิขสิทธิ์
ฉะนั้นเชฟโรเลตเองก็ให้อีซูซุเปิดตัวก่อน

คอนโซลหน้าของ Isuzu D-max V-Cross ก็เหมือนกับ D-max รุ่นทั่วไป เพียงแต่การตกแต่ง
จะเน้นไปในลักษณะโทนสีดำ สไตล์สปอร์ต พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
ซึ่งจับได้ถนัดมือ ขณะที่การวางตำแหน่งก้านไฟเลี้ยวและก้านใบปัดหน้าฝน ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่พอดี
ขณะที่ปุ่ม information เกี่ยวกับแสดงข้อมูลแบบ MID บนแผงหน้าปัด จะอยู่ตรงก้านไฟเลี้ยว
ซึ่งสะดวกกว่ารุ่นก่อนที่ต้องละมือออกจากพวงมาลัยมากดปุ่มที่อยู่ตรงแผงหน้าปัด
เบาะนั่งแบบโบสต์เตอร์ ที่เน้นรับสรีระได้ทุกประเภท นับว่าเป็นจุดที่ประทับใจมากๆ
เพราะผมไม่จำเป็นที่จะต้องปรับ เบาะให้สูงขึ้นแต่อย่างผมปรับแค่พวงมาลัยแค่นั้นก็สามารถขับได้แล้ว
สำหรับคนตัวสูงประมาณ 170-180 ซม. อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต่ำกว่านั้น
ก็ต้องปรับให้สูงขึ้นเป็นธรรมดา ในรุ่น V-Cross Z-Prestige เบาะด้านคนขับ
จะเป็นระบบปรับทิศทางแบบไฟฟ้าซึ่งสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง

แผงหน้าปัดของ Isuzu D-Max V-Cross ก็ยังเป็นแบบ Super Vision ในลักษณะใหม่
ที่เน้นให้อ่านง่าย สบายตา โดยที่อีซูซุเลือกที่จะใช้ฟอนต์แบบพิเศษ เพื่อให้เห็นตัวเลขได้ชัดเจน
โดยเป็นธรรมเนียมของอีซูซุ ที่แผงหน้าปัดตัวนี้ไม่ธรรมดา
ก็ตรงที่เหมือนคุณบิดกุญแจไปที่ ON ระบบแผงหน้าปัด
ก็จะกวาดเข็มไปจนสุด แล้วกลับมาที่ 0 ดังภาพ

พร้อมทั้งอีซูซุเองกล้ามากชนิดที่ว่า หลายๆค่ายถึงกับอึ้งนั้นก็คือการนำระบบข้อมูล
ภาษาไทยเข้าใส่ในระบบ MID พร้อมทั้งยังมีภาษาอังกฤษ ซึ่งนับว่าอีซูซุทำการบ้านในส่วนนี้
ได้ดีมาก และยังเอาใจลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะ

พวงมาลัยที่ให้มาเป็นแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและรับโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อ
แบบ Hands-Free ผ่าน Bluetooth ได้ ชุดเครื่องเสียงที่ใช้นั้นหากเป็นรุ่น Z และ L
จะเป็นเครื่องเสียงแบบ 2 DIN วิทยุซีดี MP3 1 แผ่น ลำโพง 6 ตัว พร้อมช่องต่อ AUX และ USB
ที่ Bulti-in ไปกับแผงคอนโซล

ส่วนในรุ่น Z-Prestige จะเป็นชุดเครื่องเสียงจาก Kenwood
รุ่น DNX7380BT แบบ 2 DIN จอแบบ WIDE VGA TFT Touch Screen 1,152,000 พิกเซล
สามารถ DVD และ CD รองรับไฟล์เพลง MP3/WMA/AAC พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย
Bluetooth นอกจากนี้ยังมีระบบนำทางซึ่งอีซูซุเรียกว่า”i-Genii (Isuzu-Genuis Expolering
Network Interactive Intellgence)” ซึ่งได้ใช้ระบบนำทางของ Garmin นอกจากนี้ยังได้เสริม
ระบบ TIS หรือ Traffic Information System ซึ่งเป็นระบบรายงานสภาพการจราจรผ่านดาวเทียม
ซึ่งนับเป็นรายแรกในรถกระบะบ้านเราที่ติดตั้งระบบนี้ นอกจากนี้ยังมีกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ
ส่วนกล้องมองหน้านั้นเป็นอุปกรณ์เสริมแทน เพราะมองว่าไม่จำเป็นเท่าไร แถมลำโพงที่จัดมาให้
จัดมาถึง 8 ตัว คือด้านหน้า 2 ตัว ด้านข้าง 2 ตัว ด้านหลัง 2 ตัว และ บนเพดานแบบ Exciter 2 ตัว !!!
หากเป็นรุ่น 2 ประตู จะอยู่ที่ 6 ตัว คุณภาพเสียงเป็นยังไง? อันนี้ผมพยายามที่จะลองแล้วล่ะ
แต่ก็ไม่ได้ลิ่มรสเสียงรอบทิศทางเลย ผมว่ารอดูในงานมอเตอร์โชว์ที่ผม และ โก้ Satino[HD] ไปถ่ายรายการละกัน

เครื่องปรับอากาศหากเป็นรุ่น Z , L และ Z-prestige 2 ประตู จะเป็นแบบมือหมุน
หากเป็นรุ่น Z-prestige 4 ประตู จะเป็นเครื่องปรับอากาศแบบดิจิตอลทรงกลม
คล้าย Nissan March พร้อมระบบลมไล่ฝ้า

ขณะที่เบาะหลัง มีคนถามว่านั่งสบายไหม

ผมว่าก็โอเคดีไม่แคบมาก พื้นที่ช่วงขากว้างพอสมควร(ดูจะนิ้ว!) นอกจากนี้เบาะหลัง
ยังสามารถพับแยกแบบ 60:40 ซึ่งมาในสไตล์เดียวกับ Honda Jazz
แต่เบาะพิงหลังยังเป็นพับรวม ยังไม่ใช่พับแยก

พื้นที่เหนือศีรษะมีพื้นที่เหลือพอที่คนสูงๆ(มากกว่าผม) นั่งได้ถ้าสูงประมาณ 180 กว่าๆก็นั่งได้อยู่

เครื่องยนต์
พละกำลังของ All New Isuzu D-max V-Cross ในเวลานี้จะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์บล็อก
เดียวกับเชฟโรเลต โคโลราโด ใหม่ ก็ตามและเครื่องนต์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ยังเป็นบล็อกเดิม!
แต่มีการจูนเครื่องยนต์ให้สมถรรนะที่ดีขึ้นจากรุ่น และผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ 4 หรือ EURO IV
บล็อกที่คันที่เราทดลองขับ เป็นบล็อก 4JJ1-TCX ขนาด 3,000 ซีซี 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุกระบอกสูบ 2,999 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด
Commonrail Direct Injection ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า (130 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบ-นาที
แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ-นาที

พ่วงกับเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่แบบ 5 สปีด ชนิดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบ Rev Tronic
ซึ่งสามารถขับขี่ได้แบบเกียร์ธรรมดาเมื่อคุณผลักเกียร์ไปที่ + หรือ – ซึ่งอัตราทดเกียร์ 1 อยู่ที่ 3.520
เกียร์ 2 อยู่ที่ 2.042 เกียร์ 3 อยู่ที่ 1.400 เกียร์ 4 อยู่ที่ 1.000 เกียร์ 5 อยู่ที่ 0.716
เกียร์ถอยหลังอยู่ที่ 3.224 อัตราทดเฟืองท้ายอยู่ที่ 3.727

นอกจากนี้ยังมีระบบเปลี่ยนจากขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งอีซูซุเรียกว่า
 Terrain Command ซึ่งรุ่นเดิมจะเป็นแบบปุ่มกด พอมารุ่นใหม่มาในลักษณะสวิชต์แทน
โดยมีโหมดอยู่ 3 โหมดคือ 2H 4H และ 4L 

ขณะที่ช่วงล่างที่ใช้นั้นด้านหน้าจากเดิมที่ใช้เป็นทอร์ชั่นบาร์มาเป็น แบบอิสระแบบปีกนก 2 ชั้น
พร้อมคอยล์สปริงส่วนด้านหลังยังคงเป็นแบบแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรีเหนือเพลา พร้อมโช้คอัพแก็ส
แชสซีส์ขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่นเดิม 42%

คาด Belt Kick off !
เส้นทางที่เราขับนั้นมีระยะ 9.4 กิโลเมตร มีเวลาขับ 16 นาที 1 รอบ โดยออกจากโชว์รูมอีซูซุ
ศาลาฟาสเตอร์แล้วขับมาตรงยาว 3.5 กม. แล้วกลับรถก่อนสี่แยกสารภี แล้วตรงถนนเส้นซูเปอร์ไฮเวย์
ก่อนจะออกถนนเข้าสู่ อ.หางดง ชิดซ้าย และตัดเข้าสู่ ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
แล้วกลับรถใต้สะพานแล้วมุ่งหน้าไปสู่สวนสมโภช 700 ปี

หลายคำถามที่ตามมาคือ “แรงกว่าตัวเดิมไหม?” “อัตราเร่งดีไหม?” “การตอบสนองเกียร์จะดีไหม?”

“แรงกว่าตัวเดิมไหม?”
-แม้ผมจะได้ไม่ได้ลองตัวเดิมก็ตาม เมื่อเท้ากระแทกคันเร่งไปพบว่า”การตามสนองของเครื่องยนต์
ทำได้ดี แรง ไม่ปรู๊ดปร๊าด”แต่ก็ไม่ขี้เหร่เกินไป พอถูไถได้ ซึ่งถ้าผมได้มีโอกาสได้ลองเกียร์ธรรมดา
ล่ะก็คงจะแรงน่าดู

“อัตราเร่งดีไหม?” 
-อัตราเร่งในส่วนการขับจากหยุดนิ่งแล้วกด Kick Down ออกตัวจนทำให้ระบบ TCS ทำงาน
จะพบว่า”ออกตัวได้ออกโอเค”แต่เมื่อใดที่คุณขับๆอยู่แล้วกระแทกคันเร่ง ปั๊ป!
พบว่ามันจะใช้เวลาคิด 1 วินาที แล้วตอบสนอง ซึ่งในขณะนั้นจะมีช่วงสะดุดอยู่เล็กน้อย
เมื่อเวลาเติมคันเร่งไป สิ่งที่พบคือเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี ถ้าดูโดยรวม
เมื่อมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน ผมคงให้ 7 คะแนน

ส่วน 0-100 ล่ะ? อันนี้ผมทำไปแล้ว แต่เกิดความผิดพลาดคือ Balck Berry
เจ้ากรรมผม กดจับเวลาไปได้สวย พอถึง 100 กม./ชม. ปั๊ป! กลับไม่หยุดเฉย
ผมเลยเซง แต่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 12-14 วินาที สำหรับเกียร์อัตโนมัติ

“การตอบสนองเกียร์ล่ะ?”
-ในเรื่องการตอบสนองของเกียร์นั้น เมื่อผมผลักเกียร์เข้าไปโหมด + –
แล้วตอบเข้าจาก 3 ไป 4 จาก 4 ไป 5 พบว่าการทำงานของเกียร์นั้นยังไม่ทันใจสักเท่าไร
ในช่วงเวลาที่เราผลักไปที่ + ระบบจะเหมือนที่โดนตีแล้วใช้เวลา 1-2 วินาที
กว่าจะแสดงความรู้สึก ซึ่งลักษณะเป็นเช่นนั้น พอตบเข้า D การทำงานของเกียร์
การปรับอัตราทดยังไหลลื่นไม่มีสะดุด

การเก็บเสียงของตัวรถ แม้จะมีเสียงเครื่องยนต์เล็ดลอดเข้าในห้องโดยสารก็ตาม
แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญหูเท่าไร แต่เสียงลมนั้นมีนิดหน่อยครับ ตามประสารถยกสูง
ส่วนช่วงล่าง เมื่อพบกดไป 80 กม./ชม. ผมเลยเปลี่ยนเลน ความรู้สึกเมือหักพวงมาลัยพบว่า
“ช่วงล่างนุ่ม หนึบ” แต่ความนุ่มของผมมันชวนให้น่ากลัวอยู่ แม้ว่าจะโปรโมทว่า
“ระยะยืดทำมาเป็นพิเศษ อะไร บลา ๆๆๆ” แต่คุณผู้อ่านครับ ช่วงล่างที่บอกไปตะกี้ Hi-Lander ก็เจอครับ!
แต่ถามว่าหนึบไหม หนึบครับ เกาะถนนได้ดี แม้มีท้ายปัดนิดๆ แต่ไม่หวาดกลัว ด้วยความที่ว่า
ช่วงล่างของ D-Max V-Cross ได้เซ็ทออกมาให้ความนุ่มนวล เหมือนคุณกำลังขับรถ SUV
แต่สามารถบรรทุก นี้ยังไม่ได้ลองคู่แฝดอย่าง Chevrolet Colorado ที่ไม่รู้ว่าช่วงล่าง
จะหนึบกว่าหรือเซ็ทมาดีกว่า D-Max รึเปล่า!?

พวงมาลัยที่ใช้เป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์
เมื่อได้ลองหมุนซ้ายหมุนขวา ถือว่าหนืดและเบาตอบสนองได้ในระดับหนึ่ง
แต่ยังไม่คมเท่า Mitsubishi Triton ที่ Pton ได้ลอง

ความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยที่ All New Isuzu D-max V-Cross ให้มานี้ ก็มีระบบเบรก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD พร้อมระบบเสริมแรงเบรกด้วย BA ทำงานร่วมกับระบบ G-Sensor
มาพร้อมหม้อลมเบรกขนาด 10.5 นิ้ว พร้อม Tied-bar ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกขนาด 300 มม.
ด้านหลังเป็นดรัมเบรก ในเรื่องการตอบสนองเบรกนั้น ถือว่าใช้ได้ครับ คือถ้าเราเหยียบในลักษณะ
ครึ่งๆกลางๆ จะทำได้ดี ไม่หัวทิ่ม! นอกจากนี้ยังได้เสริมระบบควบคุมการทรง
ESC : Eletronic Stability Control ซึ่งมาพร้อมกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
TCS : Traction Control System ซึ่งจะแสดงผ่านมาตรวัดเมื่อระบบทำงานแบบกระพริบ
โดยใครรู้สึกว่ามีระบบนี้กวนใจเราเลยเกินก็สามารถปิดได้ โดยปุ่มจะอยู่ใต้มาตรวัด
แต่เมื่อคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ ระบบก็จะทำงานอัตโนมัติ

โครงสร้างตัวรถได้ใช้เหล็กกล้าแบบ High Tensile Strength Steel
พร้อมถงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Dual SRS เข็มขัดนิรภัยแบบมีกลไกดึงกลับอัตโนมัติ
แกนพวงมาลัยยุบตัวได้

ผลสรุป:ทุกอย่างดีหมด แต่เสียตรงอัตราเร่ง เกียร์ แค่นี้แหละที่ฝากไว้
การพัฒนากระบะของ All New Isuzu D-max ในรุ่นนี้ ถือได้ว่าอีซูซุทุ่มทุน
และทุ่มเทมากกับการพัฒนารถกระบะเพื่อตอบสนองคนไทยและคนทั่วโลกให้ได้มากที่สุด
แม้วันนี้อีซูซุหวังลึกว่า”สักวันฉันจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง”ก็ตามโดยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นที่แล้วเยอะ!
บวกกับการออกแบบห้องโดยสารให้สามารถหยิบ จับ ได้สะดวกและเป็นธรรมชาติที่สุด

ในเรื่องสมรรถนะนั้น ถือว่าโอเค เพียงปรับในเรื่องการตอบสนองคันเร่งให้ดีขึ้น
และเกียร์ที่มีเวลาคิดอยู่เพียงสั้นๆและมีช่วงสะดุดบางเป็นเล็กน้อย
ขณะที่ช่วงล่าง อีซูซุมาถูกทางแล้วล่ะที่ทำให้หนึบได้ แต่ขอปรับปรุงเรื่องตัวคอยสปริง
ที่ซับซะน่ากลัวเลยทีเดียว แต่เมื่อมองไปอีกด้านว่าเวลาเจอหลุมสลับ จะมีระยะยืดที่ดี
แต่ขอให้เซ็ทนุ่มในระดับหนึ่ง หนึบให้สุด แค่นั้นแหละครับ แฮปปี้เลย

มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน“ผมจึงให้ 8.5 คะแนน”

16 นาทีที่ผมได้ลองขับและสัมผัส ผมเองคงตัสรู้ไม่ได้ว่าจะดีที่สุดรึเปล่า ขอให้ผมได้
ลองครบทุกยี่ห้อก่อนแล้วค่อยมาตัดสินล่ะกัน ระหว่างนี้ผมอยากให้คุณผู้อ่านได้ไป
ลองขับก่อนว่าคันที่ผมไปทดลองมาชอบรึเปล่า ถ้าชอบก็จอง ถ้าไม่ชอบลองคันอื่นดูก็แล้วกัน!

ไหนๆ 3.0 Ddi VGS ผมได้ลองแล้ว แล้วคุณอยากให้ผมลอง 2.5 Ddi VGS ไหมล่ะ???!!!


Speacial Thank
-บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลล์ จำกัด
-บริษัท อีซูซุเชียงใหม่ เซลล์ จำกัด
ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีซูซุในจ.เชียงใหม่ 

____________________________________________________________________________

บทความนี้สามารถแจกจ่าย ทำซ้ำ หรือ ดัดแปลงได้แต่ต้องระบุที่มา
หรือให้เครดิตเจ้าของสิ่งนั้นๆเผยแพร่ครั้งแรกใน
www.carside.in.th
21 มีนาคม 2555
 
This article can be reproduced or distributed adaptiveBut required that
the credit or that it owns.First published in 
www.carside.in.th.
March 21, 2012.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>